Saturday, November 18, 2006

รำลึกถึงงานรับปริญญา(อีกครั้ง)

เช้าวันนี้ lunar ตื่นแต่เช้าทั้งๆที่เป็นวันเสาร์ เพราะมีงานรับปริญญาของเจ้าแอน น้องที่ office รับที่ไบเทค บางนา แต่ก็ยังดีนะที่รับตอนบ่าย ทำให้มีเวลาในช่วงเช้าให้ถ่ายรูปกัน แต่ถึงแม้อย่างนั้นก็เหอะ ด้วยความที่ว่า บ้านของ lunar อยู่คนละทิศละทางกับบางนา ทำให้ต้องตื่นแต่ไก่โห่

นัดกะเอ๋ที่ lotus อ่อนนุช แล้วนั่ง taxi ไปด้วยกัน วันนี้ผิดคาดแหะ เนื่องจากคิดว่าจะมีคนมากมาย รถติดมากๆ ไรทำนองเนี้ย แต่ปรากฏว่า คนไม่มากเท่าที่ควร รถก็ไม่ค่อยติด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ที่นี่ lunar เคยมาแค่ครั้งเดียว ตอนมางาน Photo Fair มาถึงหาแอนไม่ยาก แต่เจอน้องฝนกับโต้งกำลังแอ็คชั่นถ่ายรูปอยู่ แต่ไหงเหงียนยังไม่มา ทั้งๆที่บ้านอยู่แถวนี้

ตอนแรกชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อดอกไม้ ตุ๊กตา ให้ดีเปล่าน๊า หรือว่าจะพาไปเลี้ยงฉลอง หลังจากปรึกษากับเอ๋แล้วก็คิดว่าไว้พาไปกินดีกว่า คิดว่าวันนี้ต้องมีดอกไม้เต็มมือไปหมดแน่

แต่เอ๋เห็นมาลัยมงกุฏดอกไม้ ก็เลยคิดว่า ต้องไม่มีใครซื้อให้แอนแน่เลย ก็เลยตัดสินใจซื้อไป ปรากฏว่า มีคนซื้อมาให้แอนซะแล้ว แป่ววววว...

อือม.. นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มางานรับปริญญา เห็นวันนี้ อดนึกถึงวันที่เรารับไม่ได้ แต่ของ lunar จะดูอบอุ่นกว่านี้นะ เพราะยังไงซะก็รับที่มหาลัยที่เรียนมา ทั้งปริญญาตรีและโท ยิ่งตอนรับที่เกษตร เพื่อนๆเยอะมาก ได้ถ่ายรูปกับเพื่อนเกือบครบคน (เพื่อนรุ่นเดียวกันมีตั้งเกือบๆ 300 คน) แล้วสถานที่ก็คุ้นเคย ได้ถ่ายรูปมีฉากหลังเป็นสถานที่ต่างๆที่ได้ร่ำเรียน ทั้งสุข ทั้งทุกข์(ตอนสอบ) ทั้งเฮฮา หนุกหนาน

วันนี้ดูแปลกๆ นอกจากพวกเรากับญาติๆแล้ว ดูเหมือนว่า ไม่มีใครอีก ไม่เห็นมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาถ่ายรูป อือม..แปลกอ่ะ

พวกเราอยู่กันนานเหมือนกัน แดดร้อนมากๆๆๆ รอจน 10 โมงครึ่งแล้ว เหงียนก็ยังไม่มา โทรไปตาม ได้ความว่า มาถึงแล้วแต่อยู่กับญาติเพราะรับปริญญาเหมือนกัน กว่าจะเจอกันได้ ก็แทบจะนาทีสุดท้ายแล้ว เหงียนมาพร้อมกับช่อดอกไม้หวานเหมือนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

ถ่ายรูปกันสักพัก lunar ก็เลยปิ๊งค์ไอเดีย ให้โต้งถือดอกไม้ของเหงียน แล้วคุกเข่าแสดงท่าขอความรักต่อแอน ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ปรากฏว่า สนุกสนานกันมาก อีกรูปก็ให้เหงียนทำท่าเหมือนชี้นิ้วว่าโต้ง เฮ้อ คนคิดก็หนุกดี ไม่ได้ทำเอง แต่ปรากฏว่า ทุกคนก็สนุกกันใหญ่

เสร็จจากงานแอน แวะไปกิน MK ที่เซ็นทรัลบางนา สั่งกันมาเพียบเลย หลังจากอิ่มพุงกาง ก็แยกย้ายกันไป ฝนกับโต้งไปเรียนภาษาจีนกันต่อ lunar จะไปหาหมอ (แบบว่า ผิวหนังที่ มือเท้า มันลอกๆอ่ะค่ะ) ที่พญาไท 1 เอ๋รับอาสาจะไปด้วย

ปรากฏว่า หมอปรึกษากับ lunar เรื่องผิวหนังมือเท้า แป๊บเดียวเอง ก็แค่บอกว่าแพ้ เท่านั้น แต่ที่เหลือเนี่ยซิ กลายเป็นเรื่องผิวหน้า
แบบว่า สนใจจะยิงเลเซอร์ ที่เป็นกระ มั๊ย ทั้งหน้าราคา 5000 บาท อือม.. ใจจริง ก็อยากรักษามาตั้งนานแล้วอ่ะ แต่ก็กลัวเรื่องผลข้างเคียงของการยิงเลเซอร์ แต่ถ้าจะยิง ต้องไปที่โรงพยาบาลนนทเวช ที่นี่ไม่มีเครื่องมือยิงกระ(ลึก)

วันนี้ต้องจ่ายตังค์เพิ่มอีกเกือบ 300 บาท แพงจัง ทั้งๆที่ใช้บัตรอยุธยาอลิอันซ์ไปแล้ว 800 บาท อือม.. แล้วนี่ 5000 ค่ายิงเลเซอร์มันจะไหวเหรอ ไม่น่าจะใช่เลย

กลับจากหาหมอ ยังมีแรงไปเดินเยาวราช ทั้งๆที่เหนื่อยเหมือนกัน เหนื่อยเพราะอากาศมันร้อนซะมากกว่า ไปเยาวราชเพราะเอ๋จะไปซื้อแบตเตอรี่ของมอเตอร์ไซด์แถวคลองถม lunar ก็เลยขอแวะกินกาแฟเอี๊ยะแซ เพิ่มพลังซะหน่อย วันนี้กลับบ้านแบบว่า หมดแรงจริงๆ

Friday, November 17, 2006

Central World Plaza : สุดไฮโซ

วันนี้เลิกงานต้องกลับบ้านคนเดียวอ่ะ เย็นวันศุกร์อย่างนี้ ยังไม่อยากตรงกลับบ้านเลย ไปเดินเล่นหาข้าวเย็นกินก่อนดีกว่า

ชั่งใจอยู่ว่าจะเดินห้างแถวๆออฟฟิค ก็คือ โรบินสัน ดีมั๊ย จะได้กลับบ้านสะดวก แต่วันนี้อยากไปแถวราชประสงค์ดีกว่า ชอบแถวนั้นนะยิ่งตอนปีใหม่ บริเวณแยกราชประสงค์จะประดับไฟสวยมาก แต่ระยะหลัง 2-3 ปีนี้ไม่ค่อยได้ไปแถวนั้น

ไปแวะกินข้าวที่บิ๊กซี กะว่าจะไปกินสเต็กฮันเตอร์ แต่ปรากฎว่า ไม่มีแล้ว อือม ไม่ได้มานานก็แบบนี้ ก็เลยกินอาหารญี่ปุ่น แบบว่า ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว เป็นร้านเปิดใหม่ชื่อ Yayoi ราคากันเอง 99 บาท

ก่อนที่จะเข้ามาที่บิ๊กซี เห็น Central World Plaza มีคนจำนวนมาก ดูจากภายนอก รู้ได้เลยว่าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมาก ดูจากภายนอก เห็นเป็นกระจกตรงฝั่งบริเวณหน้าห้าง ช่วงนี้คงเป็นเทศกาลเบียร์ คนกินเบียร์กันเยอะเลย

กินข้าวเสร็จ ก็เลยไปเดินเที่ยวย่อยอาหารซะหน่อย แต่อือม.. Central World วันนี้ต่างจาก World Trade ในวันก่อน lunar เข้าไปดูแล้วเราเหมือนกะโปโลเลยอ่ะ ข้างในวันนี้เนี่ย ตกแต่งซะหรูเริ่ด ไม่แพ้ เอ็มโพเรียมหรือพารากอน วันนี้ตรงกลางลาน จะจัดเป็น event การเปิดตัวสินค้าต่างๆ วันนี้เห็นมีเปิดตัว หนังสือ แล้วก็พวกแฟชั่น(มั้ง ไม่ค่อยแน่ใจ) เห็นแต่ละร้าน ตกแต่งแบบว่า สวยงามจริงๆ แบรนด์นอกทั้งน้านนน

ห้างร้านแบบเดิมๆที่เคยเห็น ก็ยังพอมีบ้าง แต่น้อยลงไปมาก lunar เลยรู้สึกเอ๋อๆยังไงไม่รู้ เห็นแต่ละคนที่มาเดินก็แต่งตัวซะเดิ้น ยิ่งคนที่มาร่วมงานเปิดตัวสินค้าด้วยแล้ว เริ่ดจริงๆ

สงสัยวันหน้า ถ้าจะมาที่นี่ ต้องขอเวลาแต่งตัวสักครึ่งวันก่อนแล้วกัน อิอิ..

Sunday, November 12, 2006

select * from mystamp order by year(date)

วันนี้ตอนแรกตั้งใจว่าจะออกไปเดินเที่ยวซะหน่อย แต่แล้วได้ยินมาว่า น้องปอนด์จะมาเที่ยวบ้าน ก็เลยอยู่บ้านรอรับละกัน ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้วนิ

แต่หลังจากบ่ายๆ น้องปอนด์กลับไปแล้ว ก็เลยดูๆว่าจะทำไรดีน๊า และแล้วก็เห็นว่า stamp ที่เก็บไว้จำนวนมาก สะสมมาตั้งนาน หลายปีมาแล้ว อือม..ขอนับก่อน สะสมตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นฮิตกันมาก คือว่า มีมากแล้วก็รู้สึกเริ่มไม่อยากสะสมแล้วอ่ะ จะขายดีมั๊ยน๊า

เอามาดู มีตั้ง 4 เล่มใหญ่ๆ เป็น sheet 2 เล่ม stamp 2 เล่ม สะสมมาเรื่อย เคยมีหยุดสะสมไปพักหนึ่ง ประมาณปี 30 ที่ยังจำได้เพราะว่า ปีนั้นเป็นปีแรกที่กรมไปรษณีย์ออกแสตมป์ทอง ในหลวงครบ 5 รอบ ราคา 100 บาท ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่มีตังค์ซื้อ ก็เลยขาดการสะสมไปช่วงหนึ่ง

ตอนประมาณกลางปี 39 ช่วงที่กำลังจะย้ายบ้าน มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ลืมเกี่ยวกับการซื้อแสตมป์ ก็คือว่าตอนนั้น กรมไปรษณีย์ออกแสตมป์ทองปีกาญจนาภิเษก ตอนนั้น lunar ทำงานแล้ว พอมีตังค์บ้าง อยากซื้อสะสม ช่วงที่แสตมป์ออกมา lunar ก็ย้ายบ้านพอดี แสตมป์ยังส่งไปที่บ้านเก่าอยู่ แม้ว่าจะมีการเซ็นต์ชื่อรับ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครรับไป

lunar พยายามติดต่อกรมไปรษณีย์ เพราะไม่แน่ใจว่า ที่ยังไม่ส่งเนื่องจากการล่าช้าตรงจุดใด เขียนจดหมายไปที่กรมตั้งหลายครั้ง คือถ้าเป็นแสตมป์ชุดอื่น lunar ก็ตัดใจไม่เอาก็ได้ แต่นี่เป็นแสตมป์ทอง ราคาหน้าดวงก็ 100 บาท นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชุดที่ออกในตอนนั้น

ยังดีนะที่ sheet ส่งมาตอนหลัง sheet ชุดนี้ราคา 1000 บาท แพงอ่ะ เพราะมีแค่แสตมป์ทองดวงเดียวตรงกลาง ดังนั้น ก็ได้ sheet ไป ส่วนตัวแสตมป์ก็ตัดใจ คงไม่ได้แล้ว Y_Y

พอจำได้ลางๆว่า กลับมาสะสมอีกทีก็ประมาณปี 40 ห่างไปหลายปี ช่วงนั้นก็พยายามหาเก็บแสตมป์ที่ไม่มี พร้อมกับบอกรับสมาชิกแสตมป์กับsheet เพราะเห็นว่า sheet ก็น่าสะสม สวยดี เป็นแผ่นๆ ลวดลายสวย ชอบอ่ะ

หลังจากนั้นก็สะสมมาเรื่อยๆ ไม่ได้ขาด ตอนหลังๆก็จำชุดแสตมป์ไม่ได้ล่ะ มันเยอะมากมายไปหมด

เคยเก็บแสตมป์ของประเทศอื่นด้วย ไปซื้อถึงถิ่นเลยนะ ตอนที่ไปยุโรปอ่ะ ก็พยายามซื้อแสตมป์ในราคาที่ส่งไปรษณีย์บัตรกลับประเทศไทยได้ จะได้เป็นข้อมูลว่า ถ้าต้องการส่งไปรษณียบัตรกลับเมืองไทย ต้องซื้อในราคาเท่าไร

มาวันนี้ จะเลิกสะสมซะแล้ว ตัดใจขายดีกว่า ยิ่งนานไป แสตมป์บางดวงด้านหลังเริ่มออกสีเหลืองๆ อาจเป็นเพราะว่า การเก็บแสตมป์ก็สำคัญนะ ต้องพยายาม เลี่ยงแสงแดดและความชื้น หากมีสีเหลือง ก็ไม่มีใครซื้อ ถึงซื้อก็ต้องขายในราคาถูกๆ

แต่จะขาย ก็ไม่ใช่ง่าย ก่อนอื่นต้องสืบราคาตลาดซะก่อน พยายามหาข้อมูลจากในเว็บแต่กว่าจะเจาะลึกแต่ละชุดได้ ก็เหนื่อยอ่ะค่ะ เพราะมีเยอะ ก็เลย อย่ากระนั้นเลย มาจัดแสตมป์ใหม่เรียงปีไปเลยดีกว่า เวลาเทียบกับข้อมูลในเว็บจะได้หาง่าย เพราะส่วนใหญ่ที่ขายกันในเว็บก็จะเรียงตามปี

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังมีเวลาว่างมากมาย lunar ก็จะจัดแสตมป์โดยดูจากชุด เช่น ชุดสัตว์ป่า สัตว์น้ำ ชุดในหลวง วันเด็ก ปีใหม่ ศิลป etc. แต่ถ้าจะเอาทั้งหมดมากาง แล้วเรียงใหม่ ต้องใช้เวลาพอสมควร

วันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเย็นต่อด้วยค่ำ ก็ยังเรียงไม่เสร็จเลยค่ะ ต้องใช้แว่นขยายช่วยเพิ่มเติม เพราะแสตมป์บางชุดพิมพ์ปีที่ออก ตัวเล็กมาก ต้องเรียง เขียน label แล้วถึงได้รู้ว่า เก็บมาตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปัจจุบัน แต่ช่วงปีแรกๆ ก็มีไม่กี่ชุดอ่ะค่ะ ปีหลังๆซิ มีทุกชุด

เอามานั่งจัดไปจัดมา ก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน อยู่กับเรามาตั้งนานนะ นานกว่ารู้จักเพื่อนหลายๆคนอีก ไม่รู้ว่าหลังจากจัดทั้งหมดเสร็จ ยังจะยืนยันความตั้งใจเดิมอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะเก็บอยู่ในตู้ตามเดิม

ตัดสินใจยากจัง เอาเหรียญบาทมาโยนดีมั๊ยน๊า

Sunday, November 05, 2006

ลอยกระทง@สวนสันติชัยปราการ

ลอยกระทงปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ อยากออกไปเดินเที่ยวเล่น อ่านจากข่าวประชาสัมพันธ์เห็นมีจัดงานหลายที่ กรุงเทพฯ เห็นมีจัดล่องเรือประดับไฟที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถเห็นได้หลายที่ ก็คิดว่าจะไปสวนสันติชัยปราการละกัน อยากกินโรตีมะตะบะ อร่อยๆ

ก่อนไปงานลอยกระทง แวะไปเที่ยวงาน ComMart ที่ศูนย์สิริกิตต์ วันนี้วันสุดท้ายแล้วอ่ะ มีใครบางคนอยากซื้อ Compact Flash ราคาลดลงมามากๆ ขนาด 2GB 50X ราคา 1620 บาท ส่วน lunar ไม่ได้ซื้ออะไร เพราะไม่รู้ว่าจะซื้อไรดี พวกอุปกรณ์ electronic พวกนี้อ่ะนะ ถ้าไม่ได้จำเป็นใช้ ก็ไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไร เพราะราคาจะลดลงมาเร็วมาก ยิ่งพวกมือถือไรเนี่ย ฟังก์ชันเยอะๆ ก็ไม่ได้ใช้ ผ่านไปสัก 1 ปี ราคาแทบจะไม่เหลือเลยค่ะ

อ้อ อีกอย่างที่สังเกตุเห็นสำหรับ ComMart ปีนี้ ก็คือพวกเครื่องเล่น MP4 เห็นวางขายแบบผูกกับสายคล้องคอแล้วห้อยลงมาจากที่แขวน วางเรียงเป็นแนว บอกราคากับ spec เหมือนที่เซินเจิ้นเลยอ่ะ มีคนสนใจเยอะมาก บูทไหนขายเจ้า MP4 บูทนั้นมีคนตรึม แต่เจ้า MP4 เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นของ noname ยังไม่มีพวก brand name ลงมาเล่น (สงสัย import มาจากจีน) lunar ดูๆแล้ว จอมันเล็กๆ แล้วจะดูหนังยังไงเนี่ย ตอนแรกเอ๋สนใจจะซื้อ แต่ lunar ว่ายังไม่ค่อยจำเป็นซะเท่าไร ในรถก็มีเพลงฟัง อยู่ออฟฟิคก็เปิดจาก notebook ละกัน

พอได้เวลาก็ไปสวนสันติดีกว่า ไปถึงก็เย็นๆละ (หมายถึงเวลาเย็น ไม่ใช่อากาศเย็นอ่ะ) ไปถึงเห็นบริเวณริมแม่น้ำ โอ้โฮ น้ำท่วมขึ้นมาสูงอ่ะ ท่วมสูงถึงบริเวณที่เป็นลานติดกับแม่น้ำ ก่อนนี้สามารถไปเดินเล่นได้ ตอนนี้ไม่สามารถแล้วค่ะ อือม.. แล้ววันนี้ จะลอยกระทงยังไงกันละเนี่ย


สักพัก คนก็เริ่มทะยอยกันมาเรื่อยๆ ไปกินโรตีมะตะบะดีกว่า เดี๋ยวคนเยอะ วันนี้สั่งไม่เยอะเพราะไปกันแค่ 2 คน อีกอย่างเพิ่งจะอิ่มจาก โออิชิ ราเมน กับ swensen 59 มา อร่อยดีนะ โรตีมะตะบะ พระอาทิตย์ เจ้านี้

เห็นช่อง 7 สีมาทำข่าว ปีนี้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ มาดูแลกวดขันเรื่องดอกไม้ไฟ ก็ดีอ่ะค่ะ ที่สวนสันติฯเนี่ย น่าแปลก คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติ ทั้งฝรั่ง จีน เกาหลี อินเดีย etc สงสัยไม่ค่อยเคยเห็น ส่วนคนไทยก็มี จำนวน สูสีกันนะ

ยิ่งดึกคนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ lunar นั่งรอแล้วรอเล่า เมื่อไหร่จะเริ่มล่องเรือกันซะที น้ำเริ่มลดลง คนก็เริ่มทะยอยลอยกระทงกันบ้างละ แต่ก็ไม่ค่อยมาก ส่วนใหญ่คงจะมาดูเรือกันมากกว่า เห็นมีลอยกระทงโคมไฟ เหมือนงานยี่เป็งที่เชียงใหม่ แต่มีแค่ 4-5 กระทงเอง

lunar รอจนถึงประมาณ 2 ทุ่มกว่า เกือบจะเลิกรอแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มกี่โมง ก็ได้เห็นเรือค่อยๆทะยอยมา ส่วนใหญ่จะเน้นเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว ค่อยๆล่องมาเรื่อยๆ ประมาณ 20 ลำ



lunar พยายามถ่ายรูป แต่ว่า การถ่ายรูปในยามค่ำคืนเป็นเรื่องยากมากๆ ถ้าไม่ใช่มืออาชีพจริงๆอย่างน้อยก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่ง lunar เองก็ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่าง รูปที่ถ่ายออกมาทั้งหมดก็เลย เบลอๆ ไม่ชัดซะกะรูป ว๊า แย่จัง

ลอยกระทงปีนี้ ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ ไม่ค่อยได้ออกมาตะลอนแบบนี้นานแล้ว อันที่จริงก็อยากไปเดินเล่นแถวภูเขาทอง อยากกลับไปเห็นบรรยากาศงานวัด ไว้ไปปีหน้าละกัน

Monday, October 30, 2006

อีกก้าวหนึ่ง

และแล้วในที่สุด วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...

หลังจากสัมภาษณ์ไปตั้งนานมาหลายเดือนแล้ว เกือบหมดหวังไปแล้วว่า คงจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนะเนี่ย ร่ำๆอยากจะหางานใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า

วันนี้ตอนเย็น พี่เทพเรียกไปพบ พร้อมกับยื่นซองให้ ไม่ใช่ซองขาวหรอก แต่เป็นซองเลื่อนตำแหน่ง ทำงานมา 10 กว่าปี เพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งครั้งที่ 2 เฮ้อ เหนื่อยจริงๆ

ก็ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ทุ่มเท แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอะไร พยายามเต็มที่แล้ว แม้จะรู้ว่า ยังห่างไกลจากเพื่อนร่วมรุ่นอยู่

เลื่อนคราวนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเลื่อนอีกครั้งจะอีกนานเมื่อไร แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

วันนี้รู้สึกดี อยากแบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างจังเลย

ต้นกวนอิม เจ๊แหม่มให้



Monday, October 23, 2006

ร้อยเรียง เคียงศิลป์ # 13

วันนี้วันหยุดพิเศษ วันปิยมหาราช ตัดสินใจอยู่นานว่าจะออกจากบ้านดีหรือเปล่า ก็ตั้งใจอยู่นะว่าจะไปงาน ร้อยเรียง เคียงศิลป์ จัดที่ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ซึ่งก็จะมีถึงวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว แบบว่าอยากไปดูว่างานเป็นไงบ้าง เห็นมีสอนทำพวกงานฝีมือตั้งหลายอย่าง เผื่อจะทำเป็นอดิเรก หรือ ไปดูเผื่อมี idea อะไรดีดี

ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าจะไป ก็เลยต้องรีบออกจากบ้าน เผื่อเปลี่ยนใจอีก ที่ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี นี่ก็ไม่เคยไปซะด้วย แต่สุดท้ายก็สามารถไปถึงจนได้

หลังจากจัดแจงกับข้าวกลางวันด้วยบะหมี่เจแล้ว ก็เข้าไปในงาน เป็นลานกว้างอยู่ที่ชั้น 5 เขาจะจัดเป็นโต๊ะๆ เต็มไปหมด lunar รู้สึกตื่นตาตื่นใจ เดินดูรอบๆ ไปเรื่อยๆแต่ละโต๊ะ ดูว่า แต่ละโต๊ะทำอะไร หลายๆอย่างก็น่าสนใจ เลยหยุดแวะดูไปพลางๆ (เสียดายไม่ได้เอากล้องไปด้วย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก)

เดินตั้งแต่โต๊ะแรก ยันโต๊ะสุดท้าย ดูๆ ก็มีน่าสนใจอยู่ 3-4 อย่าง ก็มี เปเปอร์ มาเช่ (Paper Mache) โดยทำเป็นกล่องใส่ของ ลายการ์ตูน เช่น หมีพูห์ โดราเอมอน Toy Story, เทียนแฟนซี (Fancy Candles), ร้อยลูกปัด แล้วก็อีก 2-3 อย่างแต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร

แต่ละโต๊ะสามารถนั่งเรียนได้ เพียงแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เอง น่าสนใจหลายอย่าง เอ..เริ่มจากไรดีน๊า
หลังจาก คิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจเรียน ทำกล่องเปเปอร์ มาเช่แล้วกัน ซื้ออุปกรณ์ 120 บาท เลือกลายหมีพูห์ละกัน

จริงๆ วัสดุ ดูๆไปก็แค่กระดาษแข็งธรรมดา กับ กระดาษลายต่างๆ คนสอนเขาจะบอกให้ทากาว ด้านไหน แล้วก็ติดให้ได้โครงเป็นฝากล่องออกมาก่อน เสร็จแล้วก็ทำแบบเดียวกัน แต่ให้ได้ตัวกล่อง แล้วก็ติดลายเข้าไป จริงๆก็ไม่มีไรมาก เพียงแต่ต้องมีเทคนิคในการติดลาย แล้วก็พยายามทำให้เรียบ อย่าทากาวเยอะเกินไป

ที่ยากที่สุด ก็คือการกรีดให้ฝากล่องกับตัวกล่องแยกจากกัน หลังจากที่ติดลายด้านนอกทับฝากล่องกับตัวกล่อง เพื่อให้เป็นลายที่ต่อเนื่องกัน คือถ้าทากาวเยอะ อันนี้กรีดแล้วเจ๊งกะบ้งเลย คนสอนอ่ะมากรีดให้ lunar ครั้งแรก แล้วกระดาษลอกออกไปเลยอ่ะ ง่ะ มาต่อว่าเราอีกอ่ะ ว่าทากาวเยอะ ก็มือใหม่นี่ค่ะ

หลังจากติดลายเสร็จทั้งนอก ทั้งใน แล้วก็เอากล่องไปทากาว งงเหมือนกันทาทำไม ทั้งๆที่ไม่ได้ติดอะไรเพิ่ม เสร็จแล้วก็เป่าให้แห้ง ทาชะแล็ก แล้วก็มาติดหูหิ้ว ,บานพับ, ตัวล็อค ก็เป็นอันเสร็จสรรพ

นึกว่าจะมีเวลาเหลือ ว่าจะไปเรียนอย่างอื่นอีก แต่เย็นแล้วอ่ะ ไว้โอกาสหน้าละกัน
ไม่น่าเชื่อ กล่องเล็กๆแค่เนี้ย ใช้เวลาตั้งนาน
นี่ไงค่ะ ผลงานของ lunar ดูๆอาจไม่เนี๊ยบเหมือนที่เขาวางขายกัน แต่ก็ภูมิใจนะ จะทำขายได้มั๊ยเนี่ย


Monday, October 16, 2006

ท่อประปาเจ้าปัญหา

ถึงแม้ว่าบ้าน lunar จะโชคดีกว่าอีกหลายๆบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในขณะนี้ ทั้งหลายจังหวัดของประเทศ รวมทั้งอ่างทอง บ้านเกิดของป๊าก็ตามที แต่ก็ยังไม่วายประสบปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำอยู่ดี

เมื่อเดือนก่อน เห็นค่าบิลน้ำประปา โอ้โฮ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 2 เท่า พร้อมกับหมายเหตุเล็กๆในบิลเขียนว่า น้ำสูง บ้าน lunar เคยเจอบิลแบบนี้มาก่อนแล้ว ตอนนั้น น้ำรั่วที่ชักโครก แต่คราวนี้ไม่ใช่แล้ว

ต้องมาจากที่ใดที่หนึ่ง แต่เมื่อลองปิดก๊อกน้ำทุกก๊อกแล้ว มิเตอร์ก็ยังวิ่งอยู่ งั้นแสดงว่าน่าจะเป็นที่ท่อประปา แล้วจะทำไงดีล่ะ ท่อประปาฝังอยู่ใต้พื้น งานนี้งานใหญ่แน่เลย ต้องรื้อพื้นบ้านออกหรือเนี่ย

2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ต้องเปิดปิดวาล์วน้ำเป็นช่วงเวลา เฉพาะเช้า-เย็น ชีวิตลำบากขึ้นมานิดนึง แต่ก็ยังถือว่า สบายและโชคดีกว่าอีกหลายๆคนที่กำลังเผชิญปัญหา น้ำท่วม (คิดซะอย่างนี้ ดูดีกว่าเยอะเลย)

เมื่อวันเสาร์ คุณลุงข้างบ้าน คงเห็นว่าพวกเราทำอะไรกันนักกันหนากับวาล์วน้ำ สงสัย เลยมาถามดู คุณลุงก็แนะนำว่า ให้สร้างท่อใหม่บนดินไปเลย ปิดท่อเก่าไปซะ อือม..ก็ดี ไม่คิดมาก่อน แบบนี้ก็ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องรื้อพื้นบ้านด้วย เอ..ทำไมก่อนหน้านี้ไม่ทันคิดนะ

ง่ะ แค่มองอีกมุม ปัญหาก็แก้ได้แล้ว ใช้เวลาทำไม่เกิน 2 ชั่วโมง แถมคนที่รับทำ ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ญาติที่รู้จักซะด้วย

วันนี้ อาบน้ำได้สบายแล้ว ไม่ต้องไปปิดวาล์วน้ำแล้วอ่ะ ปัญหามีไว้ให้แก้จริงๆ

Monday, October 09, 2006

253

253
lunar ไม่ได้ใบ้หวยหรอกนะ แต่เป็นตัวเลขที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

ก็ผลการตรวจคลอเลสเตอรอลเนี่ยซิ ทำเอา ช็อคซีเนม่า ไปเลยอ่ะค่ะ ก็เมื่อปีที่แล้วยัง 211 ปีก่อนหน้าโน้น 241 ปีนี้หวังเป็นอย่างมากว่าจะน้อยกว่า 200 ก็เพราะว่า lunar ระดมกินกระเทียม ทั้งกระเทียมอัดเม็ด กระเทียมสด แต่ไหง ไม่ได้ช่วยไรเลยอ่ะ

คุณหมอบอกว่า ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายใช่มั๊ย อิอิ จริงๆแล้ว ไม่ใช่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่ ไม่ได้ออกกำลังกายเลย แย่จัง คุณหมอแนะว่า ให้เดินเร็วๆสักวันละ 20 นาที แต่ขอให้ทำเป็นประจำ อือม.. จะเดินตอนไหนดีนะ

เครียดจัง พยายามไม่กินปลาหมึก, หนังไก่, ไข่แดง สารพัดที่ทำให้คลอเลสเตอรอลสูงแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ได้ช่วย สงสัยต้องหาวิธีใหม่ ต้องออกกำลังกาย อย่างที่คุณหมอแนะนำ

อือม.. ก็ยังดี preventive ก่อน correct มีสัญญาณเตือนมาบอกแล้ว
ปีหน้าก่อนเถอะ..

Friday, October 06, 2006

Hong Kong : PCCW

เช้านี้ ออกจากโรงแรมแต่เช้า 7 โมงกว่าๆ check-out กันไปเลย พยายามเรียกแท็กซี่ไปที่บริษัท PCCW แต่เรียกตั้งหลายคัน ไม่ยอมไป ไม่รู้ว่าทำไม

สุดท้ายก็ไปถึงจนได้ แท็กซี่ที่นี่คิดค่าบริการเพิ่มอีกหลายสิบเหรียญนอกเหนือจากค่ามิเตอร์ เช้านี้เสียค่าแท็กซี่ไป 164 เหรียญ คิดกันว่าที่แท็กซี่หลายคันไม่ยอมมา เป็นเพราะข้ามฝั่งมาที่เกาลูน เสียค่าธรรมเนียมข้ามฝั่ง หรือ ค่าทางด่วน (ไม่แน่ใจ) แต่ขากลับเนี่ย แท็กซี่อาจต้องจ่ายเอง ก็เลยไม่มีใครอยากมา

พวกเรามาถึงก่อนเวลาประมาณชั่วโมงเศษ นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้ประมาณ 10 โมง ก็เลยไปหาข้าวเช้ากินกัน เดินแถวๆนั้น เมียงมองหาข้าวเช้า สุดท้ายมาเจอร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง

คนเยอะ สูบบุหรี่เยอะมาก อาหารเช้าวันนี้ไม่ work เลย คือไม่มีรูป มีแต่ภาษาจีน สุดท้ายก็กินบะหมี่หมู แต่ว่า.. เส้นเหมือนมาม่า เลยอ่ะ พอลองกินถึงได้รู้ว่า ใช่เลย มาม่า Oh! MyGod อุตสาห์มาฮ่องกง มากินมาม่าหรือเนี่ย

พวกพี่ๆแวะ shopping เล็กๆน้อยๆ ส่วนใหญ่ซื้อให้ลูกๆกันทั้งนั้น lunar ก็เลยซื้อให้น้องปอนด์ซะหน่อย เดี๋ยวไม่มีของฝาก เป็นวงแหวนสะท้อนแสง เคยเห็นว่าชอบเล่น ก็ ok น่ะ ดีกว่าไม่มีของฝาก



กลับไปที่ PCCW พอถึงเวลา ก็มีเจ้าหน้าที่มารับ (หล่อซะด้วยนะ) หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ก็พาไปที่ e-center ของที่นี่

อือม.. สถานที่ทำงานของที่นี่ เยี่ยมจริงๆ ดูหรูหรา ไฮเทคจริงอ่ะ แบบว่า ไม่ต้องใช้คนเยอะ ใช้เทคโนโลยีควบคุมทั้งนั้น เมื่อไรที่ทำงานเราจะเป็นอย่างนี้บ้างน๊า

ช่วงเช้าจะมีบรรยาย เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของ PCCW แล้วก็ e-center การเข้าไปในห้องนี้ จะมีการลงชื่อแต่ใช้เป็นการเซ็นต์ด้วย digital board ดูไฮ มากอ่ะ

ช่วงเช้า lunar ขอสารภาพ นั่งหลับๆตื่นๆ แบบว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งๆที่ควรจะหลับสนิท แต่ทำไมก็ไม่รู้ ทำให้เช้านี้ จับอะไรไม่ค่อยได้มาก แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะจุดประสงค์จริงๆที่มาดูงานคราวนี้ อยู่ที่หลังเที่ยงมากกว่า

ข้าวกลางวัน ทาง PCCW พาไปเลี้ยงอาหารจีน ไชโย ในที่สุดก็ได้กินอาหารดีๆมื้อหนึ่งแล้ว มีระดับผู้บริหารชั้นสูงไปกินกันหลายคนด้วยนะเนี่ย อือม..รู้สึกเกร็งๆเหมือนกัน ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้คุยหรอก ให้ผู้ใหญ่เขาคุยกันไปแล้วกัน

อิอิ ได้กินติ่มซำที่อยากกินด้วย มาฮ่องกงรอบ 2 แล้ว เกือบจะไม่ได้กินอีกแน่ะ อิ่มจัง
และแล้ว ก็มาถึงภาคบ่าย งานนี้ lunar ต้องตั้งใจมากๆอ่ะ มีคำถามเป็น 10 เลยอ่ะที่ต้องถาม แต่ดูๆเหมือนทาง PCCW จะไม่ค่อยอยากตอบ เขาเคย present ให้ทางเราฟังมา 2 ครั้งแล้วมั้ง อีกอย่าง เขาคงเห็นว่า พวกเราคงไม่ได้ซื้อแน่เลย เอาทีม development มาด้วยอีกต่างหาก

จบจาก session นี้ ก็ 5 โมงกว่าแล้วอ่ะ ต้องรีบไปล่ะ ลาก่อนนะ วันนี้วันไหว้พระจันทร์ซะด้วย นี่ถ้าอยู่ต่ออีกสักคืน จะได้อยู่เที่ยวงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ซะกะหน่อย

สะพานยาวที่สุด
นั่งแท็กซี่มาที่สนามบิน หวังว่ารถคงไม่ติดนะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที หมดค่าแท็กซี่ไป 260$ มาถึงสนามบิน 6 โมงกว่าๆ เหลือเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมง ทำไรดีล่ะ ถ้าไม่ shopping

เหล็กไหล ของตกแต่งภายในสนามบิน
ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ แบบว่าอยากลองอ่ะ ขนมไหว้พระจันทร์ฮ่องกง ราคา 68$ มี 6 ชิ้น แต่หลายคนบอกว่า ที่เมืองไทยอร่อยกว่า lunar ก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่ไม่เป็นไร เป็นของฝากที่บ้านละกัน

bye bye Hong Kong ไม่เคยคิดว่าจะมาฮ่องกง แต่ไหงไปๆมาๆ มาเป็นครั้งที่สองซะแล้ว ถ้ามีโอกาส คราวหน้าอยากมาแบบเที่ยวจริงๆจังๆ ไอ้แบบเที่ยวแอบแฝงเนี่ย มันไม่ค่อย work เลยอ่ะค่ะ

Thursday, October 05, 2006

Hong Kong : Peak Tower


เช้าวันนี้ lunar ตื่นแต่เช้า เช้าจริงๆ ตี 3 เพราะจะไปขึ้นเครื่องบิน ไปฮ่องกงอ่ะ ไปดูงานระบบ DWFM ของบริษัท PCCW คราวนี้ได้ไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ลองของใหม่เลยนะเนี่ย

ปรากฏว่าผิดคาด ไปถึงประมาณตี 4 ครึ่งเท่านั้นเอง นั่งรถแค่ชั่วโมงเดียว ขึ้นทางด่วนแล้วก็ต่อมอเตอร์เวย์ OK อ่ะ ไปไม่ลำบาก แต่ต้องดูดีๆ เกือบลงผิดเหมือนกันนะ แปลกดี ป้ายบอกทางเนี่ย ทำไมไม่ติดช่วงที่เป็นทางแยก แต่ตรงทางที่ไม่แยก มีทางเดียว ดันติดเยอะแยะไปหมด

ไปนั่งรอสมาชิกอีก 5 คน นัดกัน 6 โมง เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่ง เดินดูสนามบินรอบๆก่อนดีกว่า

สนามบินใหญ่มากจริงๆ แต่.. ทำไมที่นั่งมีนิดเดียวเองอ่ะ เดินวน 2 รอบแล้ว นั่งรอดีกว่า

หลังจากรอจนครบทั้ง 5 คนแล้ว ก็ check-in กันละ lunar เอากระเป๋าใบเล็กไป เพราะไปแค่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็กลับละ ก็เลยคิดว่า ไม่โหลดละกันเพราะได้ยินข่าวมาว่า ผู้โดยสารต้องรอกระเป๋านาน

ระหว่างรอตรวจ passport อ๊ะอะ เจอ อนันดา อ่ะ ดูเซอร์จัง หน้าตาเฉยมากเลย ไม่รับรู้ไร ว่าจะถ่ายรูปซะหน่อย แต่ไม่ดีกว่า

ทางเดินไปขึ้นเครื่อง ยาวมากเลยค่ะ จะถ่ายรูป ก็ไม่ได้ถ่าย เพราะต้องลากกระเป๋าไปมา มานึกอีกที เอ.. เราไปเอากระเป๋าที่ฮ่องกงนี่นา น่าจะโหลดไปนะ บ้าจริง มานึกได้ตอนนี้

ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

Hong Kong
ไปฮ่องกงคราวนี้ ไม่มีใครมารับ ต้องเดินทางไปโรงแรมกันเอง ตกลงกันตั้งนานว่าจะไปยังไงดี จะนั่ง taxi หรือจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน หลังจากบวกลบคูณหารกันแล้ว ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR ละกัน

ค่าโดยสาร 70 เหรียญ วิ่งจากสนามบิน ปลายทางที่สถานี Hong Kong แล้วจึงต่อไปที่สถานี Tin Hau โรงแรมที่พักชื่อ Metro Park ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ก็ดีเหมือนกัน เพราะต้องลากกระเป๋าไปกันเอง

คนที่นี่ เวลาเขาเดินทาง เขาจะพยายามชิดขวา อย่างเช่น เวลาขึ้นลงบันไดเลื่อน lunar ก็มักจะเผลอ ยืนชิดซ้ายบ้าง ขวาบ้าง พอรู้ตัว ก็ โอ๊ะโอ ยืนไม่เหมือนชาวบ้านเขา โก๊ะจริงๆ อย่างนี้เขาก็รู้ซิว่าไม่ใช่คนแถวนี้

หลังจาก check-in กันเสร็จ ก็นัดกันว่ามีเวลาครึ่งวัน จะไป Peak กัน ก็นะ สัญลักษณ์ของฮ่องกง ใครยังไม่เคยไปก็น่าจะไป ส่วน lunar ก็เฉยๆ ก็เคยไปมาแล้วนี่นา



นั่งรถไฟฟ้า ไปลงที่สถานี Admiralty เดินหากันไปกันมา เดินสักประมาณ 20 นาทีแล้วที่สุดก็เจอแล้ว The Peak Tram อือม.. คราวนี้หาไม่ยากแหะ ไม่เหมือนคราวที่แล้ว กว่าจะหาเจอแทบแย่

lunar ก็แนะนำว่า ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวดีกว่า ราคา 22 เหรียญ ขากลับนั่งรถบัส จะได้ดูวิวรอบข้างด้วย

มีเจ้าหน้าที่เห็น lunar รีบปรี่เข้ามาขายตั๋วรวมด้วยภาษาจีนคือ นั่งรถรางกับดูพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ เห็นราคาประมาณ ร้อยกว่าเหรียญ แหะแหะ ไม่เอาดีกว่า ไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้น แสดงว่าเพิ่งเปิดไม่นาน เมื่อต้นปียังไม่เห็นนี่นา
เห็นรูปปั้นเฉินหลง ไว้โฆษณาพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ ดูไกลๆเหมือนตัวจริง ถ่ายรูปซะหน่อย ไว้ไปหลอกคนที่ทำงานว่าเจอตัวจริงมาแล้ว อิอิ

Peak Tram & Peak Gallery
นั่ง tram คนอื่นๆตื่นเต้นกันใหญ่ ตอนที่ชันมากๆ ส่วน lunar ก็นะ เคยนั่งแล้วนิเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร


มาวันนี้ Tram Tower ซ่อมเสร็จแล้ว ถ่ายรูปออกมาดูดีหน่อย ไปเดินในตึกหาข้าวกลางวันกินกัน (ทั้งๆที่เป็นเวลาเย็นๆแล้วละ) พี่ๆเขาไม่อยากเสียเวลามาก อยากหาเบอร์เกอร์กิน lunar ไม่อยากกินเลยอ่ะ อุตสาห์มาฮ่องกงแล้วนา ยังจะมากินเบอร์เกอร์อีก สุดท้ายก็ต้องกินอ่ะ แต่ไปกินที่ตึก Peak Gallery

ออกจาก Peak Gallery ก็ต้องไปถ่ายรูปสถานที่ไฮไลท์ของ Peak จุดชมวิวที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูป ม่ายงั้นถือว่ามาไม่ถึงอ่ะ วันนี้อากาศไม่หนาว เย็นสบาย ถ่ายรูปไม่ลำบากมากนัก คนไม่เยอะด้วย คราวนี้เห็นมีรูปวาดมาวางขายด้วย

ขากลับ นั่งรสบัส สาย 15B ราคา 9.2 เหรียญ รถบัส 2 ชั้น นั่งชั้นบนตรงด้านหน้า นอกจากจะได้ชมวิวแล้ว ยังได้บรรยากาศเหมือนนั่งเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ด้วย ก็เวลารถเลี้ยวซ้าย-ขวาแต่ละที ยิ่งกว่าตอนไปปายอีก

กลับมาข้างล่าง รถติดง่ะ แต่ติดยังไงก็ยังไม่เหมือนที่กรุงเทพ พวกเรานั่ง MTR ข้ามไปฝั่งเกาลูน Tsim Sha Tsui รถไฟฟ้าใต้ดินที่นี่เขาวิ่งผ่านระหว่างเกาะกันเลยทีเดียว

ตอนแรกไม่รู้ว่าพี่เขาจะพามาทำไม เห็นมีป้ายบอกว่า Star Ferry พี่ตั้มแซวว่า ท่าเรือเหรอ ไปดูที่ท่าพระจันทร์แล้วกัน

เดินไปถึงท่าเรือ อ้อ ที่แท้ก็ไฮไลท์อีกแห่งของฮ่องกง มองจากฝั่งเกาลูนเห็นตึกสูงๆเต็มไปหมด กลางคืนเปิดไฟสวยดี บรรยากาศสวยดีจริงๆ อากาศไม่หนาว เดินเล่นสบายๆ บอกพี่ตั้มว่า เอ..เห็นทีจะไม่เหมือนท่าพระจันทร์แล้วนา

A Symphony of Lights
พวกเรารอจนถึง 2 ทุ่ม เพราะได้ยินประกาศว่าจะมีการแสดงดนตรีประกอบแสงเลเซอร์ (Symphony of Lights) พอถึงเวลา แต่ละตึกก็จะเล่นแสงให้พยายามเข้ากับดนตรี บางตึกก็มียิงเลเซอร์ ดูละลานตาไปหมด การแสดงมีประมาณ 15 นาที
จบจากการแสดง นั่งรถไฟฟ้าไปที่ Mong Kok สถานที่ shopping ของแบรนด์เนมดังๆ แต่มาช่วงนี้ ไม่มีการ sale ก็เลยกะว่าจะมาเดินเอาบรรยากาศ

มื้อเย็น ไปกินบะหมี่เกี๊ยว ร้านใกล้ๆกับร้านสีฟ้า ชามใหญ่มากเลยอ่ะ แต่เกี๊ยวกุ้งก็มีกุ้งตัวใหญ่ๆ lunar กินไม่หมดชาม ไม่น่าเชื่อ อยู่เมืองไทยกินบะหมี่ 2 ชาม อยู่ที่โน่น ชามเดียวกินไม่หมด




เสร็จจากอาหารเย็น เดินเที่ยวเล่น ก็ไปเจอร้านขายขนม ของฝาก พวกเราก็จัดแจงซื้อกันใหญ่เลย ทั้งบ๊วย chocolate etc แบบว่า ไม่มีเวลาแล้ว ก็ต้องซื้อของฝากกันละ lunar ก็หุ้นกับหัวหน้าอีก 2 ซื้อรวมกันเลยแล้วกัน หมดไป 324 เหรียญ โอ๊ะโอ 1600 บาท

หลังจากตัวเบากันไปยกที่หนึ่งแล้ว พวกเราก็ออกเดินเล่นบริเวณนั้น คนเยอะจริงๆ เยอะกว่าแถวสยามบ้านเราประมาณ 3-4 เท่า นี่ขนาด 4 ทุ่มกว่าๆแล้วนะเนี่ย

แต่ละคนหมดแรงเดินกันแล้ว ก็เลยกลับโรงแรมกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ทำงานทำการจริงๆจังๆ เฮ้อ หมดเวลาเที่ยวแล้ว

Wednesday, September 20, 2006

วันหยุดที่ไม่คิดว่าจะมี

ข่าวใหญ่เช้าวันนี้ จริงๆก็เป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ก็คือข่าว การปฏิวัติ ยึดอำนาจทางการเมือง

เมื่อคืนรู้สึกแปลกๆแล้ว ช่อง 5 ไม่มีรายการปรกติ มีแต่เปิดเพลงเกี่ยวกับในหลวง สัก 4 ทุ่ม ก็ได้ยินว่ามีการประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้น สักพักเท่านั้น รายการทุกรายการ ทุกช่อง ก็ตัดหมด แล้วก็มีการแถลงการณ์ ใจความทำนองว่า คณะปฏิรูปการปกครองควบคุมสถานการณ์ต่างๆไว้แล้วโทรคุยกับเอ๋ พยายามเข้า web ต่างๆ ปรากฏว่า เข้าไม่ได้ โดน block แล้ว เข้าได้ก็ช้ามากๆ เพื่อนๆน้องๆ online เข้ามาเพียบ lunar ก็พยายามสอบถามข้อมูล เพราะ ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดไรขึ้นกันแน่ สื่อต่างๆไม่สามารถรายงานได้

เช้านี้ สอบถามกันใหญ่ โทรถามคนนู้นคนนี้ เพราะได้ยินแถลงการณ์มาว่า ราชการ ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ ปิดทำการ ก็เลยโทรถามหัวหน้า ปรากฏว่า HR ประกาศหยุดแต่หัวหน้าใหญ่ให้มาทำงาน อ้าว เอาไงกันแน่ละเนี่ย รอดูเหตุการณ์อยู่บ้านก่อนละกัน ฝนก็ตกด้วยซิ

หลังจากรอสัก 8 โมงเช้า ก็มี sms มาบอกว่า ประกาศหยุด แต่ให้ stand by ที่บ้านเผื่อมีปัญหาไร ก็ OK จะได้กลับไปนอนต่อ Oops...

แต่มีคนบางคน ไปทำงานด้วยอ่ะ แถมพยายามลาก lunar ไปทำงาน เชอะ ไม่ไปอ่ะ บริษัทประกาศหยุดแล้ว เชิญเถอะ ยกตำแหน่ง Man of the Year ให้ละกัน

หลายวันก่อน lunar ยังพูดอยู่เลยว่า สมัยนี้ เมืองไทยยังจะมี ปฏิวัติ อยู่อีกเหรอ ประเทศอื่นๆเขาจะมองว่า ประเทศไทยเนี่ย ล้าหลัง อยู่อ่ะเปล่าเนี่ย

จะยังไงก็ตามที อยากให้สถานการณ์มันจบเร็วที่สุด นี่ยังดีนะ ที่ไม่มีการปะทะกัน lunar ไม่ขอออกความเห็นในที่นี้ แต่อยากให้สิ่งต่างๆที่คลุมเครือมานาน มันมีทิศทางที่จะไปซะที จะไปซ้ายหรือขวา ก็ตาม บ้านเมือง ประเทศชาติจะได้ก้าวไป อย่าหยุดนาน

วันนี้เป็นวันหยุดที่ไม่คาดคิดจริงๆๆ

Friday, September 15, 2006

Token Key

วันนี้ตอนบ่ายๆ เจ้าตามเดินมาที่โต๊ะ พร้อมกับยื่นของสิ่งหนึ่งให้ แล้วก็ยื่นเอกสารมาให้เซ็นต์รับ หน้าตาของมันเป็นแบบนี้อ่ะ


lunar : อะไรอ่ะ
ตาม : Token Key เอาไว้เข้าใช้งาน SSL VPN เวลาใช้ ก็กดปุ่ม แล้วก็ key หมายเลขเข้าไป หมายเลขนี้จะอยู่ประมาณ 30 วินาที
lunar : ให้ทีมละ 1 อันเองเหรอ
ตาม : ได้มา 50 อัน ต้องแบ่งๆกันใช้
lunar : แล้วมันจำกัดว่า ต้องใครใช้หรือเปล่า
ตาม : เฉพาะเจาะจง login ใครก็ของคนนั้น

อ้าว ถ้าอย่างนั้น ก็หมายความว่า ในทีมของ lunar ก็ต้อง lunar คนเดียวเท่านั้นซิ กรรมแล้วอ่ะ
อธิบายนิดนึง คืองานของ lunar อ่ะนะ เสาร์-อาทิตย์ หรือ บางทีก็กลางคืนดึกๆ อาจจะต้อง remote เข้ามาทำงาน กรณีที่ระบบที่ lunar ดูแลเกิดมีปัญหา โดยการ remote เข้ามาก็จะเข้าผ่าน VPN ที่มีให้ก่อนหน้านี้ ก็แค่ login กับ password ธรรมดา แต่เพื่อเพิ่มความ secure ก็ต้องมีเจ้า Token Key เข้ามาเพิ่มอีก
เฮ้อ เจ้า มือถือเอย notebook เอย แล้วเจ้า Token Key นี่อีก ได้ยินว่าร่ำๆ จะได้ PDA อีกเครื่อง แต่ทั้งหมดที่ได้เนี่ยก็เป็นอุปกรณ์เสริมให้สามารถทำงานแบบ 7-11รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มมั๊ยค่ะ

Riddle กวนๆ (2)

เช้านี้ ต่อจากเมื่อวาน เรื่องปริศนาคำทาย อันเนื่องจากคนบางคน ต้องการถามคำถามเพราะอยากรู้ว่า มีใครตอบคำถามได้บ้าง หรือเพราะนิสัยดั้งเดิม คือต้องถามให้ครบทั้งแผนก

แต่ปรากฏว่า ฝนกับนุ่น ตอบได้ นุ่นตอบคำถามเรื่อง ทิงเจอร์ได้ ส่วนฝนตอบเรื่อง แกะ ได้

lunar ก็เลยเอาบ้าง งัดเอาคำถาม สุดยอดออกมา ที่ว่าสุดยอดก็เพราะว่า เป็นปริศนาที่คิดเองอ่ะ

lunar : ปลาช่อนเนี่ย จริงๆแล้วยายของปลาช่อน ไม่ใช่ปลาช่อน แต่เป็นสัตว์อะไร?
ฝน,นุ่น,โต้ง : ????
เอ๋ : คำถามยุคไหนเนี่ย
โต้ง : ใบ้ให้หน่อยซิครับ
lunar : อือม.. คำถามนี้ ต้องทำการ diff 2 ชั้น
ฝน : ฝนไม่เก่ง math ด้วยอ่ะ
lunar : แล้วก็เกี่ยวกับ สุภาษิตของไทยด้วย
lunar : ยอมยัง คำถามนี้เนี่ยนะ รับรองไม่เคยได้ยินจากที่ไหน เพราะว่าคิดเองนะ

หลังจากคิดกันแล้ว คิดกันเล่า สุดท้ายน้องๆก็ต้องยอม อิอิ.. ใครจะไปตอบได้เล่า

lunar : คำเฉลยก็คือ ค้างคาว
ฝน,นุ่น : ทำไมอ่ะ
lunar : ก็ ค้างคาวแม่ไก่ แล้ว ก็ ไก่แก่แม่ปลาช่อน ดังนั้น ค้างคาวก็ต้องเป็นยายของปลาช่อน ไง อิอิ..
ฝน,นุ่น,โต้ง,เอ๋ : โห ใครจะตอบได้ คิดได้ไงเนี่ย

เรื่องทำนองเนี้ย เก่งนัก แต่เรื่องงานเนี่ยซิ....

Thursday, September 14, 2006

Riddle กวนๆ

วันนี้ หลังข้าวเที่ยง เอ๋มีปริศนากวนๆ มาทาย

เอ๋ : รู้ป่ะ ใครค้นพบ ไอโอดีน
lunar : อือม... (ปัญหากวนบาทาอีกละ... คิดๆๆๆ)
เอ๋ : ไม่รู้เหรอ
lunar : เดี๋ยวซิ (ไอ ต้องมาจาก I แปลว่า ฉัน แล้ว...ไงต่อดีละ
เอ๋ : เนี่ยใครๆก็รู้ ไม่รู้จริงอ่ะ
lunar : (คิดๆๆๆๆ)

หลังจากคิดอยู่นาน แล้วก็รู้ตัวเองว่า สมองของ lunar มักจะฝ่อกับเรื่องการทายปริศนาแบบนี้ ก็เลยยอมแพ้

เอ๋ : คำตอบ ก็คือ คนชื่อทิง --> ทิงเจอร์ไง อิอิ
lunar : ????

ก็หัวเราะซะนิดหน่อย ไม่ให้เสียมารยาท ปริศนากวนบาทาครั้งนี้ ทำให้นึกถึงปริศนาที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เอ๋เอามาทาย แล้วก็ทำนองว่าภูมิใจกับคำถามนี้มาก เจอใครในแผนกก็ต้องทาย

พอดี lunar นึกออก ก็เลยเล่าให้โต้งฟัง แล้วก็เลยลองถามโต้งเล่นๆ

lunar : โต้ง เวลาเราเข้าไปในร้านหนังสือ จะมีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่เจ้าของร้านไม่ให้อ่านหนังสือ สัตว์นั้นคือสัตว์อะไร
โต้ง : (คิดๆๆๆ แล้วก็) ช้าง ม้า วัว ควาย แพะ สัตว์ประหลาด สัตว์หน้าขน .....
lunar : ไม่ใช่ๆๆๆ ผิด
lunar : ยอมยัง

สุดท้าย โต้งก็ต้องยอม
lunar : คำตอบก็คือ แกะ ไง
lunar : ในร้านมักจะมีปกพลาสติกหุ้มหนังสือ แล้วเขียนว่า ห้ามแกะอ่าน
โต้ง : อือม...
============

แต่ว่า เรื่องนี้มันไม่จบแค่นี้อ่ะ ...
ตอนเย็น ช่วงกลับบ้าน ก็มีการพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
lunar : เอ๊ะ อย่างนี้ ไอ้เรื่อง ทิงเจอ เนี่ย จริงๆมันก็ถามได้สารพัดเลยเนี่ย เช่น แบบว่า ใครค้นพบ โซเดียมไนเตรด เป็นต้น
เอ๋ : (งงงง) แล้วมันมีเหรอ ทิงเจอโซเดียมไนเตรด
lunar : (เริ่มเข้าใจ.. ) อือม ที่เฉลยว่า ทิงเจอ ที่แท้ก็คือ ทิงเจอร์ไอโอดีน เหรอ
เอ๋ : ไรกัน เพิ่งเข้าใจเหรอเนี่ย
lunar : 55555 ก็แบบว่า ที่บ้านเรียกแต่ ทิงเจอร์ ก็เลยเข้าใจว่า เป็นมุขที่ถาม ว่า อะไรก็ได้สักอย่างแล้ว ทิงก็มาเจอ แหะแหะ
เอ๋ : โห กว่าจะ get
==========

แหม ก็คนเราอ่ะนะ มันไม่เหมือนกันสักกะหน่อย

Friday, September 08, 2006

ประมูลน้ำหนัก

วันนี้ตอนกลางวัน แผนกของ lunar ไปกินอาหารกลางวันที่ Palazzo แถวโรงแรม Emerald เนื่องในโอกาส ต้อนรับสมาชิกใหม่ 6 คนที่ย้ายมาจากแผนกอื่น พร้อมกับเลี้ยงส่ง ผึ้ง วันนี้ทำงานวันสุดท้าย

lunar มากินที่นี่หลายครั้งแล้ว ก็ประมาณว่า เลี้ยงรับ เลี้ยงส่ง ใคร ที่นี่ก็สะดวกที่สุด อาหารที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ ก็เลยเต็มที่

กินแล้วอิ่มมากๆอ่ะค่ะ โอ้ น้ำหนักจะขึ้นอีกเปล่าหนอ ดูๆรูปร่างตัวเองก็กลุ้ม ตั้งแต่ทำงานที่นี่มา น้ำหนัก lunar ขึ้นมา 6 กิโล สมัยนี้ยังมีสาวคนไหน กล้าหาญชาญชัยเพิ่มน้ำหนักตัวเองขนาดนี้อ่ะเปล่า

คุยๆเรื่องนี้กับน้องๆในแผนก ปรากฎว่า ไม่รู้ว่าแผนกนี้เป็นยังไง ใครๆที่เข้ามาทำงาน จะน้ำหนักขึ้นทั้งน้าน เท่าที่รู้

เชิด 2 ปี 10 กิโล
เอ๋ ประมาณ 10 กิโล
เงี๊ยบ บอกว่า กระจอก ของผม 15 กิโล
ตั้ม บอก ชิดซ้ายไปเลย ของผม 4 ปี 20 กิโล

โอ้ อะไรกันนี่ นี่ยังไม่ได้ถามตาเซี้ย ไม่รู้ว่า จะเกทับพวกนี้อ่ะเปล่า แสดงว่า แผนกนี้อยู่ดี กินดี
สักวันเถอะ lunar จะล้างอาถรรพ์ของแผนก
แต่วันนี้ โอ้ 6 กิโล ฉันเกลียดเธอ...

Thursday, September 07, 2006

วันวุ่นๆ กับหัวใจที่เหนื่อยล้า

เช้านี้ lunar ไปถึงที่ทำงาน 10:30 น. อันเนื่องมาจากเมื่อคืนทำการ cut over เครื่อง TFAS Server ไปใช้เครื่องใหม่ งานแบบนี้ต้องทำตอนกลางคืน ช่วงเวลาที่ user ใช้งานน้อยๆ ก็เลยต้องทำเวลา 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม
เป็นผลให้กลับถึงบ้านประมาณ ตี 1

ตอนแรกหงุดหงิดเหมือนกัน เพราะมีแผนไว้แล้วก่อนว่า จะทำเวลา 6 โมงเย็น(ไม่อยากกลับดึกอ่ะ บ้านไกล ) แต่มีใครบางคนเขาไม่ยอม มีการ lobby หัวหน้าให้มา force เราทำตอนดึกๆ เฮ้อ อยากจะบอกว่า ทำระบบให้ใช้งานเนี่ย เหนื่อยแสนเหนื่อยก็แล้ว กว่าจะหา server ใหม่ให้ใช้งาน ขั้นตอนก็ต้องมากมาย หา spec ของระบบ, สั่งซื้อ, ประสานงานกับvendor เรื่องการติดตั้งซึ่งก็ต้องฝ่าฟันกับหน่วยงานต่างๆ, etc กว่าจะได้มาให้พวกท่านทั้งหลายได้ใช้งาน แล้วท่านทั้งหลาย ยังต้องให้ lunar กะน้องๆ ทำงานกันดึกๆ ดูๆเหมือน ทีมเราต้องขอร้องอ้อนวอน ประมาณว่า ช่วยกรุณาใช้ระบบด้วยเถอะ อย่างไรอย่างนั้น

กว่าจะทำเสร็จ ก็เกือบห้าทุ่มละ เตรียมต้วจะกลับบ้าน ปรากฎว่าฝนตกหนักอ่ะ Oh! My God ทำไมต้องตกตอนเราจะกลับบ้านด้วยนะ อยากให้ตกเหมือนกันเพราะร้อนมาหลายวัน แต่ไม่อยากให้ตกตอนนี้เลย

ไปนั่งรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัย ปรากฎว่าโชคไม่ดี มาช้าไปประมาณ 10 วินาที รถตู้ออกไปล่ะ ทำให้ต้องรออีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงกว่ารถตู้จะเต็มคัน เพราะดึกๆเที่ยงคืนแบบนี้ คนน้อย

เช้านี้หลังจากเข้าบริษัท ได้ข่าวมาว่า เมื่อคืนมีหลายๆคนไม่สามารถใช้งานระบบที่เพิ่ง install เสร็จได้ lunar ได้แต่แปลกใจ เพราะเมื่อคืนก็ได้ทดสอบแล้วว่าสามารถใช้งานได้ตามปรกติ แต่ก็รู้มาภายหลังอีกทีว่า ไม่มีใครเข้าไปจัดการอะไร สักพัก user ก็เข้าใช้งานได้ตากปรกติ เฮ้อ.. จะเป็นแบบนี้อีกนานมั๊ยเนี่ย

ยัง ยังไม่พอ นั่งเปิด email อ่าน มี email ฉบับหนึ่ง ทำให้หงุดหงิดอีก แบบประมาณว่า ทำไมเปลี่ยน server แล้ว ยังไม่ updated link ให้ทันที อะไรทำนองเนี้ย ฮึ่ม.. จะบอกว่า มีหลากหลายอย่างต้องทำ ขนาดช่วยกันทำ 2 คนแล้ว ยังหัวปั่นแทบแย่ กะอีแค่ updated link เนี่ยนะ โอ๊ยจะบ้าตาย ต้องส่ง mail มาตำหนิด้วย

วันนี้เหนื่อยล้าจริงๆ แบบว่า เจอปัญหาแต่ละอย่าง ทั้งเรื่องปัญหาส่วนตัวของน้องในทีม แล้วก็เรื่องที่ ทำไม เราต้องไปรับผิดชอบกับความผิดพลาดของคนอื่น ประมาณว่า lunar เขียน request ให้กับหน่วยงาน IT ก็พยายามเขียนให้ถูกต้อง รายละเอียดครบถ้วน แจ่มแจ้ง เพราะไม่อยากกลับมาเขียนใหม่ แต่ทาง IT เอง กลับส่งงานไปให้ผิดหน่วยงาน ซึ่งเขาให้ lunar กลับมาเขียนใหม่ จะโกรธก็ไม่อยากโกรธแล้ว หัวเราะไปเลยดีกว่า

หวังว่าพรุ่งนี้คงหายเหนื่อย

Monday, September 04, 2006

เหมันต์หายไปไหน

2-3 วันที่ผ่านมานี้ อากาศร้อนมาก เมื่อวานวันอาทิตย์ไม่ได้ออกไปไหน อยู่บ้านเปิดแอร์ เลยไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรมาก แต่วันนี้เนี่ยซิ ออกจากบ้านไปทำงาน ร้อนจริงๆ

อากาศร้อนแบบนี้ ทำให้นึกไปเรื่อยๆว่า เอ.. แล้วหน้าร้อนปีหน้าล่ะ จะยิ่งเป็นไง แล้วอีก 10 ปีข้างหน้าเนี่ยละ พวกเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ อากาศเมืองไทย อุณหภูมิจะไปถึง 45..48..50 องศาอ่ะเปล่า

เดี๋ยวนี้ เมืองไทยมีแต่หน้าร้อน กับ ร้อนมาก อย่างที่คนทั่วไปแซวกันจริงๆด้วย ไม่น่าเชื่อเลย แค่ประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา อยู่ๆหน้าหนาวก็หายไปจากเมืองไทยซะเฉยเลย เท่าที่จำได้ เอาแบบชัวร์ๆนะ ประมาณ 15 ปีที่แล้ว หน้าหนาวช่วงเดือนธันวาคม lunar ยังใส่เสื้อกันหนาว ขาลาย ผิวแตก แม้ว่าปีหนึ่งจะมีหน้าหนาวประมาณเดือนกว่าๆ แต่ก็หนาวอ่ะ กรุงเทพก็กรุงเทพเถอะ

เด็กรุ่นใหม่ๆยุค Y2K จะรู้หรือเปล่านะ ว่าเมืองไทยก็เคยมีหน้าหนาวด้วย นั่งนึกๆแล้ว ก็หนาวๆร้อนๆ เฮ้อ ฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น ทำร้ายธรรมชาติเข้าไป สักวันหนึ่งเถอะ ....

เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป....

Friday, August 25, 2006

Taxi ร่วมทาง

ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมานี้ lunar เปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไปทำงานตอนเช้า โดยนั่งรถตู้ไปอนุสาวรีย์ แล้วไปต่อรถอีกต่อหนึ่ง ก็เพราะ รถตู้ที่ไปพระราม 9 บริหารโดยป้าอี๊ดชักไม่ค่อย work ไปๆมาๆ รถตู้เที่ยวแรกก็ 7:30 แล้ว เลยทำให้ไปสายบ่อยๆ

ตะนี้พอไปอนุสาวรีย์ นั่งรอรถเจ้า ปอ.529 กับ ปอ.172 ก็น๊านๆนาน วันแรกยืนรอๆ ปรากฏว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทักว่า อยู่บริษัท True อ่ะเปล่า หน้าคุ้นๆอ่ะ ไป Taxi ด้วยกันมั๊ย lunar ก็ ok แต่ก็ยังงงๆ อยู่ แต่ก็ไปกับเขา ปรากฏว่ามีผู้ร่วมทางไปอีก 2 คน lunar ไม่รู้จักซักคน พอไปนั่งใน taxi ก็มานั่งนึกว่า เอ.. เราจะบ้าอ่ะเปล่า นั่ง taxi ไปกับคนที่ไม่รู้จัก แต่ ok ได้ยินว่าไปตึก True ก็ค่อยยังชั่วหน่อย

วันต่อมา มีคนมาชวนนั่ง taxi อีกละ แต่คนๆนี้ lunar รู้จักแหะ ก็เลยไม่มีไรน่ากังวล
lunar ก็จะนั่ง taxi อย่างนี้มาบ้างประปราย แล้วแต่ว่าจะเจอเพื่อนร่วมทางอ่ะเปล่า นั่ง taxi ประหยัดกว่านั่งเจ้า ปอ. น๊านนาน นั่นอีก เลยทำให้รู้จัก เพื่อนๆใน True อีกหลายคน

555 เจ้าเอ๋แซวว่า วันหลังๆสงสัย lunar จะเป็นฝ่ายหาเพื่อนร่วมทางเองละมั้ง

Wednesday, August 23, 2006

ไขปริศนาส้วมตัน

เช้านี้ยังไม่ตื่นนอน ได้ยินเสียงหม่ามี้กะเจ๊ฮวงคุยกัน จับใจความได้ว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง ตกลงไปในอะไรสักอย่าง ฟังไม่ค่อยถนัด

หลังจากสอบถามแล้ว ก็โอ๊ะโอ ได้ใจความทำนองว่า เมื่อคืนเจ๊ฮวงเจอบางสิ่งที่โถส้วม นั่นคือ กระเป๋าตังค์ของหม่ามี๊ที่หายไปหลายเดือนแล้ว ในกระเป๋าตังค์ไม่มีเงินเลยสักบาท ความหมายก็คือว่า มีคนเอาเงินในกระเป๋าไปแล้วทิ้งลงน้ำ

อือม.. ไม่น่าละ ปริศนาที่ว่าทำไมส้วมตันก็เริ่มคลี่คลาย อุตส่าห์ทำตั้งหลายอย่างแล้ว ก็ยังแก้ไม่หาย เช่น ใส่โซดาไฟ (ก็ตั้งหลายครั้ง) ใช้ที่ปัมท์ ก็ไม่มีไรเกิดขึ้น ที่แท้มีกระเป๋าตังค์ไปอุดอยู่นี่เอง

แล้วใครล่ะ ที่เป็นผู้ก่อคดีนี้ มีจำเลยที่น่าสงสัย แต่อือม.. ไม่อยากสรุปทั้งๆที่ คนในบ้านทุกคนลงความเห็นแล้วว่า น่าจะเป็นคนคนนี้

คนสมัยนี้ ไว้ใจไม่ได้เลยนะ เพื่อนๆจะจ้างใครมาทำไร ก็ต้องระมัดระวังให้ดีล่ะ

Tuesday, August 22, 2006

True Money: True Coffee


วันนี้ lunar ได้กินกาแฟ True ในราคาถูก ลด 10 บาททุกแก้ว โปรโมชั่นดีๆแบบนี้พิเศษเฉพาะผู้ที่จ่ายเงินด้วย True Money เท่านั้น แล้วก็มีแค่ถึงสิ้นเดือนนี้เอง

แรกๆไม่ค่อยได้สนใจหรอก True Money ไรกัน แต่พอได้ยินจากเหงียนว่า จ่ายเงินด้วย True Money ได้กินกาแฟลดราคา แหม ของลดราคาแบบนี้ lunar ชอบ

ก็แบบว่า เฉพาะผู้ที่ใช้ True Move (555 เราก็ใช้ของบริษัทซิ) สมัครใช้บริการ แล้วก็เติมเงินซะ (น้อยๆก็ 90 บาทละกัน) เสร็จแล้วก็มาสั่งกาแฟ อือม.. กด กด เข้าไปจ่ายตังค์ เสร็จเรียบร้อย สะดวกดีแฮะ

ต้อง intrend ซะหน่อย อยู่บริษัทนี้แล้วนี่นะ อัฐยายกินขนมยาย

Friday, August 18, 2006

Move back

หลังจากที่ย้ายมาทำงานที่ชั้น 30 มาเป็นเวลา 6 เดือนกว่าๆ และแล้วก็ถึงเวลาที่ย้ายกลับแล้วอ่ะนะ office ใหม่สดใส ไฉไล เดิ้นซะ

เสียอย่างเดียว โต๊ะคับแคบไปหน่อย จริงๆก็ไม่หน่อยหรอก แบบว่าไม่สามารถวางข้าวของอะไรได้มากบนโต๊ะ (โต๊ะทำงานตัวเล็กอ่ะ) มีลิ้นชักอันเล็กๆ เฮ้อ ไม่ค่อยเหมาะกับงานที่พวกเราทำกันเลย

ก็บางคนมี Computer มากกว่า 1 ชุด ตัว lunar เองนอกจาก notebook ก็ยังมีจอคอมพิวเตอร์อีก 1 จอ ยังดีนะที่เป็นจอแบน แล้วก็หนังสืออีกตั้งเยอะ รวมทั้งอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับ server จำพวก สายไฟ, แผ่นดิสก์ ข้าวของจิปาถะอีกสารพัด

ค่อยๆจัดไปละกัน

ฉายา

ข้าวกลางวัน วันนี้พวกเราไปกินกันที่ MCOT ไปกันประมาณ บ่ายโมงละ เพราะมัวแต่เตรียมย้ายชั้นกันอยู่

วันนี้ lunar มีหนุ่มๆไปกินข้าวด้วย 5 คน เดี๋ยวนี้ ไปไหนมาไหนมี bodyguard คุมไปด้วย วันก่อนเซี้ยบอกว่า lunar นั่งอยู่ในห้องทำงาน เหมือนนางพญา (ขนาดนั้นเชียว)

ส่วนโต้ง ก็ให้ฉายา lunar ว่า แม่หญิง, พระแม่เจ้า (อันนี้เอามาจากละคร อมฤตาลัย), madam (บอกว่าเหมือน ตำรวจหญิงฮ่องกง คุมผู้ชายทำงาน) ฟังแล้วแปลกๆอ่ะ ทำให้นึกถึง ผู้หญิงใส่ชุดตำรวจถือแส้ คอยเฆี่ยนตีผู้ชายยังไงยังงั้นอ่ะ ตอนแรกๆก็เรียกเราซะน่ารัก ว่า lady ไหงไปๆมาๆกลายเป็นฉายาน่าเกลียดๆแบบนี้ก็ม่ายรู้

ส่วนเหงียน เจ้าติก็ดันไปเรียกว่า น้าเหงียน เหงียนเคืองมากๆเลย บอกว่าไม่ชอบ พอบอกว่าไม่ชอบ ติก็ยิ่งเรียกใหญ่
ฮึ่ม ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวถ้าหาฉายาที่เหมาะสมได้ จะเรียกแทนชื่อเลยนะ เจ้าติ

Friday, August 11, 2006

น้อง Snow White

เย็นนี้พวกเราไปเยี่ยมคุณแก้ว แฟนคุณหนึ่ง เพิ่งคลอดลูกสาวเมื่อวาน น้ำหนักประมาณ 2800 กรัม อยู่ที่โรงพยาบาลลาดพร้าว

รถติดมากๆ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ไปกัน 5 คน วันนี้พอดีมีเพื่อนของคุณหนึ่งที่เรียนปริญญาโทมาเยี่ยมหลานด้วย คนเลยเยอะเป็นพิเศษ

คุณหนึ่งพาไปเยี่ยมหลาน สโนว์ไวท์ ที่ชั้น 5 ยังอยู่ในห้องเด็กอ่อน มีเด็กๆที่เพิ่งเกิดหลายคน lunar ว่าหลานหน้าเหมือนคุณแก้วอ่ะ คุณหนึ่งบอกว่าเด็กหน้าตาจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ไม่ได้เจอน้อง web ตั้งนาน โตขึ้นเยอะแล้วนะเนี่ย หล่อด้วย ครั้งล่าสุดก็ประมาณเกือบ 3 ปีที่แล้วที่ไปเที่ยวบางแสน

คุณหนึ่งเอา VDO ถ่ายตอนคลอด เห็นแล้วหวาดเสียวจริงๆอ่ะ เฮ้อ การเป็นแม่คนเนี่ยมันลำบากลำบนจริงๆ

เห็นแล้ว รักแม่ค่ะ

Wednesday, August 09, 2006

สัมภาษณ์เลื่อนตำแหน่ง

วันนี้ lunar มีนัดสัมภาษณ์ แต่ไม่ได้สัมภาษณ์งานใหม่หรอกนะ แต่เป็นสัมภาษณ์ตำแหน่งใหม่ ทั้งๆที่อยู่บริษัทเดิน แผนกเดิม

แปลกดีมั๊ย จะเลื่อนตำแหน่งทั้งที ต้องมีการสัมภาษณ์ด้วย นี่ถ้าสัมภาษณ์ไม่ผ่านละก็ ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งอ่ะเปล่า

เห็นว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อน ใครจะได้เลื่อนตำแหน่ง ต้องสอบข้อเขียน แล้วก็สอบสัมภาษณ์ ทำอย่างกับสอบ entrance ยังไงยังงั้น

Lunar เครียดเหมือนกันนะ ทำงานมาตั้งนาน จะได้ก้าวหน้าในอาชีพการงานกะเขามั่ง ต้องมานั่งกลุ้มว่าจะถามว่าไร

คนสัมภาษณ์ทั้งหมด 4 คน เป็นคนกันเอง 3 คน พี่หัวหน้า แล้วก็ผู้ใหญ่ในหน่วยงาน มีคนจาก HR เนี่ยแหละที่ถามโน้นถามนี่ แบบต้องคิดๆๆๆๆเยอะๆๆๆ

เช่น ทำนองว่า ตำแหน่งปัจจุบันกับตำแหน่งที่จะได้ปรับคิดว่าแตกต่างกันตรงไหน ทำไมถึงคิดว่าตนเองสมควรได้รับตำแหน่งนี้ จะสามารถทำอะไรให้องค์กร etc. เป็นคำถามแนวความคิด การบริหาร จัดการ ส่วนพี่ๆหัวหน้า ก็ถามเรื่องงานที่ทำอยู่ อันนี้ก็ตอบได้สบาย

เฮ้อ สอบสัมภาษณ์เสร็จ ก็สบายใจ แต่ก็ยังกังวล จะผ่านมั๊ยนะ ก็ได้แต่ร้องเพลง รอ กว่าจะทราบผล

Sunday, July 30, 2006

นอนสบายๆที่บางแสน

วันนี้ lunar จะไปนอนเล่นๆที่บางแสน ไม่มีไรมาก ไปหาอะไรอร่อยๆกิน เจ้าถิ่นอยาก present ข้าวแห้งของเมืองชล อันเนื่องจากรอบที่แล้ว จะไปกินแล้วร้านปิด ไม่ขาย

เอ๋ขับรถไปเอง ไปกัน 4 คน lunar เป็นสาวหนึ่งเดียวตามเคย มีโต้งกับเซี้ยไปด้วย

ไปถึงเมืองชลประมาณ 10 โมงครึ่ง ไปถึงก็แวะกิน ก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง ที่เจ้าถิ่นว่าอร่อยแสนอร่อย เห็นร้านข้าวแห้งยังไม่เปิด แต่เอ๋ไปตะล่อมให้เปิดร้านก่อนเวลา ในที่สุดเจ้าของร้านก็ยอม

กินก๋วยเตี๋ยวบ้านบึงไปคนละชามแล้วก็ต่อด้วยข้าวแห้ง เป็นข้าวที่โป๊ะด้วย ปลากะพง หมัก ผัดกลิ่นหอมฉุย อือม อร่อยจริงๆ แต่ต้องกินร้อนๆ เสียดายกินไม่หมด ก็เพิ่งกินก๋วยเตี๋ยวนี่นา

จานละ 25 บาทเองอ่ะ นั่งคุยกันว่า น่าจะไปเปิดร้านที่ตึก TRUE นะ น่าจะขายดี คุยกันแบบจริงจังมากเลย ก่อนจาก lunar ก็เลยซื้อใส่กล่อง 2 กล่อง ไปฝากที่บ้านดีกว่า

เสร็จสรรพ แวะซื้อ หอยจ๊อ ที่แสนอร่อย (เจ้าถิ่นอวดอ้างสรรพคุณอีกล่ะ) คราวที่แล้วได้ลองชิมไปแล้ว หอยจ๊อนี้เป็นของภัตตาคาร ไม่ได้วางขายปรกติ ลูกละ 12 บาทค่ะ แต่ยอมรับว่า ได้รับรสของปูจริงๆ ไม่ใช่มีแต่แป้ง เหมือนบ้างร้านที่ทำขาย

โปรแกรมต่อไปของพวกเราคือไป ศาลเจ้าหน่านจา ไท้จื้อ ที่อ่างศิลา เป็นศาลเจ้าที่สร้างได้อลังการจริงๆ เคยไปเมื่อปลายปี 46 ตอนนั้นเพิ่งสร้างเสร็จ ทุกอย่างยังใหม่ๆอยู่เลย

วันนี้พวกเราไม่มีใครเอากล้องมาซักคน lunar ก็ไม่ได้เอามา เลยไม่มีรูปกลับมาฝากเลยอ่ะ แต่ถึงแม้จะมีกล้อง ภายในศาลเจ้าเขาก็ไม่ให้ถ่ายอยู่ดี ถ่ายได้แต่ภายนอก

เข้าไปในศาลเจ้า มีเทวรูปของจีนเต็มไปหมด ที่เยอะที่สุดก็คงเป็น องค์หน่านจา เห็นตาเซี้ยไหว้ครบทุกองค์เลย

อยู่ที่นี่ได้สักพัก ลมเย็นสบายเกือบเคลิ้มหลับไปหลายที ออกจากศาลเจ้า พวกเราก็ไปนั่งที่ริมชายหาดบางแสน

บางแสนวันนี้ คนก็ยังเยอะอยู่เหมือนเคย แม้ไม่ใช่เทศกาลอะไร แต่น้ำทะเลดำอ่ะ ไม่สวยเลย ไปเช่าเก้าอี้ผ้าใบ คนขายอาหารมากันเต็มไปหมด พวกเราตอนแรกว่าจะนอนกันสักพักก่อน เพราะยังอิ่มจากข้าวแห้งกันอยู่ แต่คิดไปอีกที ถ้าไม่สั่งไรมากิน สงสัยแม่ค้าคงไม่ไปไหนแน่ ก็เลยสั่ง ส้มตำ, ไก่ย่าง, ยำปลาดุกฟู มากิน

วันนี้หอยจ๊อไม่ค่อยอร่อย เพราะไม่ร้อนแล้วอ่ะ พวกเรานั่งกิน นั่งคุย หลับๆตื่นๆ ก็เกือบ 4 โมงเย็นล่ะ ปรึกษากันว่าจะไปกินข้าวเย็นหรือว่ากลับดี สรุปว่ากลับดีกว่า

Friday, July 14, 2006

ลุงโตถูกหวย

เมื่อวานตอนกินข้าวเช้า เอ๋เห็นป้ายหน้าร้านลุงโตว่า พรุ่งนี้กินกาแฟ กับก๋วยเตี๋ยวฟรี

ลุงโต ขายกาแฟ โอเลี้ยง แบบรถเข็นขาย กาแฟแก้วละ 12 – 15 บาท แกกับลูกๆหลายคน ขยันขันแข็ง ขายทุกวัน เสาร์- อาทิตย์ก็ขาย ไม่เคยหยุด

อือม.. เกิดไรขึ้นนะ มีให้กินฟรี 1 วันด้วย หรือว่าป้ายนั้นเขียนเล่นๆ
แต่วันนี้ ตอนเช้าเดินผ่านร้านลุงโต โอ้โฮ คนเยอะจัง ต่อคิวกันยาวเหยียด แสดงว่า วันนี้กินฟรีจริงๆด้วย

ได้ยินข่าวว่า ลุงเขาถูกหวยรางวัลที่ 2 ชุดใหญ่ 2 ล้านก็เลยเลี้ยงตอบแทนลูกค้า โอ้โฮ ยินดีกับลุงด้วยนะ แต่บางคนก็บอกว่า วันเกิดแก ก็เลยทำบุญ

เห็นว่า ออกสะเก็ดข่าวช่อง 7 ด้วยนะ คืนนี้อ่ะ ไม่รู้ว่าจะกลับไปทันดูอ่ะป่าว
แต่ไม่ว่าจะยังไง แกก็มีน้ำใจนะ คืนกำไรลูกค้า ร้านอื่นๆน่าจะเลียนแบบบ้าง อิอิ

Saturday, June 24, 2006

Singpore : Bye

เช้าวันนี้ หลังจากตกลงกันว่าจะไปไหนกันดี ตอนแรกคุณเอกอยากไป Sentosa แต่ lunar ยังไงก็ไม่ไป เพราะ

1. เคยไปแล้ว ไม่อยากไปอีกอ่ะ
2. อยากไปที่อื่นที่ยังไม่ไป
3. ไป Sentosa ต้องใช้เวลาเกือบๆวัน ตอนเย็น ดูน้ำพุ ถ้าไปเพื่อถ่ายรูปแล้วกลับ ไม่คุ้ม (ค่า cable car ก็ 9 เหรียญแล้ว)

ข้อ 3 นี่เอามาเป็นเหตุผลโน้มน้าวเพื่อเปลี่ยนใจคุณเอก สุดท้ายได้ผล lunar แนะนำว่าอือม.. ไป Chinese Garden แล้วกัน แล้วต่อด้วย China Town ตบท้ายด้วย Orchard จะได้ shopping กัน


lunar หาข้อมูลจาก pantip มีหลายคนแนะนำให้ไป อยู่ไกลเหมือนกัน ออกไปนอกเมืองเลยอ่ะ เป็นสวนจีน มีเก๋งจีนอยู่หลายเก๋ง เงียบสงบ ไม่ค่อยมีคน แต่อันที่จริง lunar ค่อนข้างจะผิดคาดพอสมควร นึกว่าจะเป็นสวนแบบโบราณ ธรรมชาติ กว่านี้ แต่นี่ดูค่อนข้างสมัยใหม่ ก็เลยไม่ค่อยปิ๊งเท่าที่ควร

เก๋งจีน



สถานีรถไฟ Chinese Garden
ออกจาก Chinese Garden คิดว่าเวลาไม่พอที่จะไป China Town แล้วอ่ะ ก็เลยไป Orchard กันเลย เห็นอาการหลายคนอยาก shopping เต็มที่

ไปถึง Orchard แล้ว lunar ก็ขอแยกตัวเลยล่ะกัน ไม่อยากเดินตามในกลุ่ม เพราะสุดท้ายอาจไม่ได้อะไรติดมือกลับไปเลย lunar อยากดูของผู้หญิงๆๆ กะจะซื้อกางเกง brand name สักตัวสองตัว ถ้าราคาไม่แพงมาก อีกอย่าง ต้องซื้อของไปฝาก พ่อกับแม่ด้วย โดยเฉพาะแม่ เพราะคราวที่แล้วไม่มีของฝาก รู้สึกไม่ค่อยดีแฮะ

หลังจากความพยายามในการซื้อของฝาก กับมองหากางเกง brand name ผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง ด้วยอาการเหนื่อยเมื่อยล้าเต็มที่ ก็ยังไม่ได้อะไรเลย ของแพงมากค่ะ ไอ้ที่ลดราคา ก็ลดนิดหน่อย ไม่กล้าซื้อ เสื้อ U2, Giodano, Bossini ดู ธรรมดาๆ ราคาก็ 700-800 บาท กางเกงก็เป็น 1000 ไม่ค่อยสวยด้วย สุดท้ายซื้อ หมูแผ่นเป็นของฝาก (อันนี้ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะซื้อ) แล้วก็ได้กระเป๋าถือสีแดงลายสวยๆให้แม่ กับเสื้อ bossini ให้พ่อ ทั้งหมด นี้ก็ OK อ่ะ ไม่กลับบ้านมือเปล่า ทุกคนได้ครบ ทั้งที่บ้านกับที่ทำงาน ส่วนตัวเราเอง ก็ถือว่ามาเที่ยวแล้วกัน

รีบกลับไปที่โรงแรมดีกว่า นัดกันไว้ 6 โมง รถจะมารับไปที่สนามบิน
ไปถึงสนามบิน lunar จะไปทำ tax refund แต่คุณนุ๊กบอกว่า เดี๋ยวไปทำพร้อมๆกัน แต่ไหงสักพัก ไป check in กันแล้ว เอ.. จำได้ว่า เจ้าหน้าที่เขาให้ไปทำ tax refund ก่อนนี่นา

หลังจาก load กระเป๋าไปเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว lunar ก็ตัดสินใจว่า อือม.. เราเดินไปทำก่อนก็ได้ ในใจคิดว่า อาจจะทำไม่ได้เพราะต้องแสดงสินค้าที่ซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ดู แต่ เอาน่า ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่ต้องคิดไรมาก (แต่อุตสาห์ไปยืนตั้งนาน)
ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ถาม lunar ว่า (ฉบับแปลเป็นภาษาไทย)

เจ้าหน้าที่ : ของที่ซื้ออยู่ไหน
lunar : load ไปแล้ว (ทำหน้าตาเหรอหรา)
เจ้าหน้าที่ : มาสิงคโปร์ครั้งแรกหรือ
lunar : ใช่ค่ะ (อิอิ โกหกไปล่ะ)
เจ้าหน้าที่ : คราวหน้า ต้องเอาของมาแสดงด้วยน่ะ
lunar : ค่ะ

สำเร็จ ไม่คิดว่าจะทำได้ แต่แหม ไอ้ 15 เหรียญเนี่ย กว่าจะได้กลับคืนช่างยากเย็นจัง เนี่ยยังไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน กว่าจะได้รับเช็ค

กลับด้วยเที่ยวบิน SQ996 เวลา 2 ทุ่มครึ่ง มื้อเย็นได้กินปลาร้อนๆ อร่อยแหะ หรือเป็นเพราะว่าหิวกันแน่

Bye Singpore ถ้าให้มารอบ 3 ต้องฟรีอย่างเดียว ถ้าจ่ายตังค์ล่ะก็ เชอะ ไม่มาล่ะ (อิอิ ทำเป็นพูดดี รอบหน้าก็คงไม่ใช่เราแล้วอ่ะ คนอื่นๆในทีมมีอีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้มา)

Friday, June 23, 2006

Singpore : Communic Asia 2006

วันนี้หลักๆก็ไปงาน Communic Asia อ่ะค่ะ แต่กว่างานจะเปิดก็ 10 โมงครึ่ง พวกเราก็ว่าจะออกไปกันเวลา 10 โมงเช้า
lunar ตื่นสายอ่ะค่ะ 9 โมงแล้ว หนุ่มๆเขาตื่นกันหมดแล้ว โทรมาปลุกเราด้วย ไม่ไหว ไม่ไหว ไม่เป็นกุลสตรีที่ดีเลยนะเราเนี่ย (ก็เมื่อคืนมันเพลียอ่ะค่ะ คืนก่อนนอนแค่ 4 ชั่วโมงเอง)


ระหว่างรอรถไฟที่จะไป expo
พวกเรานั่งรถไฟฟ้าไปที่สถานี Expo อยู่นอกๆเมืองเลยค่ะ จริงๆแล้วก็ใกล้กับสนามบิน Changi ตัวสถานีออกแบบได้จ๊าบมาก เป็นลักษณะคล้าย UFO ขนาดใหญ่

มางานนี้ ตอนแรกนึกว่าจะได้เดินดูเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องการ แต่ที่ไหนได้ คุณซันนี่กับคุณนุ๊ก มาเดินนำไปดูบู๊ทของ partner ทั้งหลายแหล่ 4-5 บริษัท เป็นอะไรที่เราไม่สนใจด้วย อยากไปดูทางด้าน software มากกว่า แต่ก็ได้แต่เดินตามไปเรื่อยๆ เฮ้อ ไม่ไหว ไม่ไหว เรามาทำอะไรเนี่ย


แต่ก็ยังดีที่ได้ของที่ระลึกจาก partner ที่น่าสนใจก็มี ที่ backup sim ยังไม่แน่ใจว่าทำไรได้บ้าง แต่น่าจะเอาไว้ใช้ backup พวก contact ต่างๆ อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจคือ มีการแจกพวกหัวต่อต่างๆอย่างครบเลยค่ะ

เดินแต่ละบู๊ท รับแจกของที่ระลึกต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นปากกา จริงๆแล้ว technology หลายๆอย่าง น่าสนใจมากๆ แต่ แหะ แหะ ไม่ค่อยได้แวะดูเลย

หลังจากแวะดูบู๊ทของ partner ครบหมดแล้ว กินข้าวเที่ยงที่ในงานเสร็จ ก็บ่าย 3 กว่าๆแล้วละ ว่าแล้วก็จะจรลีจากงานกันละ
เนื่องจากเอกสาร โบชัวร์ ของแจกมีเยอะมาก พวกเราจึงตกลงกันว่า จะเอาของไปเก็บกันก่อนที่โรงแรม ซึ่ง lunar เป็นคนสนับสนุนเต็มที่ (เพราะจากประสบการณ์คราวที่แล้วที่ ZhenShen ในการหอบหิ้ว notebook ไปเดินเที่ยว ยังจำฝังใจไม่หาย) บวกกับครั้งนี้ ถ้าไม่เอาของไปเก็บก่อน lunar จะกลายเป็นยายเพิ้ง บ้าหอบฟางแน่ๆ เพราะมีเป้ กระเป๋ากล้อง แล้วก็ถุงใบใหญ่ใส่โบชัวร์นี่อีก

กว่าจะออกจากโรงแรมได้อีกครั้ง ก็ 5 โมงเย็นล่ะ (พวกหนุ่มๆนี่ทำอะไรช้ากว่าสาวสวยอย่างเราอีก อิอิ) ตกลงกันว่าจะไปถ่ายรูปที่ Melion
อยากทำเวลากัน ก็เลยจะนั่ง taxi ไปกัน แต่ต้องเรียก 2 คัน เพราะพวกเรามากัน 5 คน กฎหมายที่นี่เขาให้นั่งได้ 4 คนเท่านั้น

เรียก taxi คันแรก
คนขับรถ : Where to go?
lunar : Merlion (เมอร์ไลอ้อน)
คนขับรถ : Where?
lunar : Merlion (เมอร์ไลอ้อน)
คนขับรถ : Merlion (เมอร์ไลย่อน)
lunar : Yes
คนขับรถ : OK

ปรากฏว่าคนขับรถเหมือนกับจะตำหนิว่า lunar พูดไม่ชัด แกต่อว่าเราว่าต้องพูด เมอร์ไลย่อน ไม่ใช่ เมอร์ไลอ้อน โอ้ นี่เราเป็นนักท่องเที่ยวนะ เป็นผู้โดยสารด้วยอ่ะ ก็บ้านฉันพูดยังงี้นี่นา

ไปถึง Melion โอ้พระเจ้า ตอนแรก lunar มองไม่เห็นว่าอยู่ตรงไหน คุ้นๆว่ามันอยู่ตรงนี้นี่นา ที่แท้ เขากำลังปิดซ๋อม เอาผ้ามากางขึงไว้ คนอื่นๆได้แต่เสียดาย ส่วน lunar ก็เฉยๆนะ เพราะคราวที่แล้วก็ถ่ายไปแล้ว เพียงแต่เสียดายตังค์ค่า taxi มากกว่า (นั่งแป๊บเดียว เกือบๆ 7 เหรียญอ่ะ)


อิอิ ถ่าย Merlionได้แค่ฉากกั้น

ถ่ายตึกทุเรียนแล้วกัน

งั้นถ่ายเจ้าตัวเล็กก่อนไปพลางๆ
ได้แต่ถ่ายรูปบริเวณนั้น ตึก Esplanade (ตึกทุเรียน) แวะกินไอติมแท่งสี่เหลี่ยมๆ ขนาบข้างด้วยขนมปัง 1 แผ่น หรือ biscuit ตอนแรกจะหารูปปั้นเด็กที่เป็นสัญลักษณ์ของบริเวณนี้ เป็นรูปปั้นเด็ก 2-3 คน ยืนเกาะเอวเรียงกันไป คนสุดท้ายกำลังจะกระโดดลงแม่น้ำ คราวที่แล้วเดินไปเดินมาก็เจอ แต่คราวนี้ไม่เจอแหะ ลองสอบถามบริกรโรงแรม แต่สงกะสัยเขาฟัง lunar ไม่ออกอ่ะ ถามเขาว่า "Where are the black child statue?" แต่เขาทำหน้างงๆๆ เฮ้อ กลุ้มใจภาษาอังกฤษของเราจัง นับวันจะถดถอยลงไปทุกที

รูปนี้ขอยืมจาก trip คราวที่แล้ว
เดินมาแถวๆ Marina มีอาหารขาย ร้าน open air แวะกินสะเต๊ะกันนิดหน่อย ทริปต่อไปของพวกเราคือ Sim Lim เป็นตึกที่ขายอุปกรณ์ eletronic เหมือน Fortune บ้านเราอ่ะ

แวะกินข้าวเย็นที่ Food More มีอาหารหลากหลายมากๆ ดูๆแล้ว lunar ก็เลยเลือกบะหมี่เกี๊ยว ดูน่ากินดีอ่ะ ราคา 4 เหรียญ แต่ทว่า พอลองกินแล้ว รสชาดไม่ work เลยแฮะ เหมือนเป็นบะหมี่เจ ยังไงยังงั้น แถมเกี๊ยวก็ไม่ใช่เกี๊ยวกุ้ง แต่ใส่ผัก โอ้ พระเจ้าช่วย บะหมี่เจ 100 บาท

ไป Sim Lim, lunar ไม่ได้จะซื้อไรหรอก แต่หลายคนอยากมา มาแล้วก็ไม่เห็นได้ซื้อไรกัน เมื่อยแล้วอ่ะ


บะหมี่เจ
จุดหมายจริงๆของพวกเราในคืนนี้น่าจะเป็นที่นี่เลย Mustafa เป็นห้างของพวกแขก เปิดตลอด 24 ชม.มีของขายสารพัด เครื่องใช้ไฟฟ้า eletronic กระเป๋า ของกิน ของที่ระลึก

ออกจาก Sim Lim พวกเราคิดกันว่าจะไป taxi หรือว่าจะเอายังไง บังเอิญสอบถามคนขายของหน้าร้าน เขาพาไปหาผู้ชายกลางคน นั่งอยู่หน้าห้าง เหมือนเป็น taxi แต่ไม่ขึ้นทะเบียน (ทำนองว่า จ้างส่วนตัว) ก็ดีอ่ะ พวกเรานั่งอัดไปข้างหลัง 4 คน ข้างหน้า 1 คน เขาคิดค่าบริการไป Mustafa 6 เหรียญ ถ้าเรียก taxi ต้องแพงกว่านี้แน่ๆ เพราะยังไงก็ต้องเรียก 2 คัน

แต่ทว่า ไหงรถเป็นยังงี้อ่ะ ไม่มีแอร์ ต้องเปิดหน้าต่าง คนขับแนะนำตัวว่าชื่อ David รถคันนี้ใช้มาประมาณ 16 ปีแล้ว โอ้โฮ (มิน่าล่ะ สภาพถึงได้ ...) ก่อนถึง Mustafa พวกเราถามว่าถ้าจะให้รับกลับไปที่โรงแรม คิดราคาเท่าไร David บอกว่า 6 เหรียญ แล้วก็ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เผื่อโทรเรียก บอกว่าอย่าเกิน ตี 1 นะ

พวกเราใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดอยู่กันที่นี่ lunar ซื้อพวกของกิน มีถั่ว Pistachios ที่เป็นถั่วเปลือกแข็งๆอ่ะ ราคาเมืองไทยก็แพงนะ ซื้อมา 2 ถุงใหญ่ แล้วก็ Almond อีกถุง บวกกับของที่ระลึกให้น้องๆ ดูๆไปมา ไม่รู้จะซื้อไร พวงกุญแจก็น่าเบื่อ เห็นใครไปสิงคโปร์มาก็ซื้อแต่พวงกุญแจรูป Merlion ซื้อยากเหมือนกันนะ เพราะปัจจัยที่สำคัญคือ ราคาด้วยอ่ะ คือพูดง่ายๆว่าแพง สุดท้ายซื้อปากกา มีสัญลักษณ์ว่า "I love Singapore" ให้ละกัน จะได้ใช้ประโยชน์ด้วย ราคาตกอันละ 47 บาท ซื้อหลายอันก็หมดไปหลายบาทเหมือนกันน๊า

เงี๊ยบซื้อกระเป๋า notebook, พี่เล็กซื้อกระเป๋าเดินทาง ก็ OK น่ะ ดูคุณภาพดี ราคาก็ไม่แพง หลังจากที่ shop กระจายกันแล้ว ก็บังเอิญเจอคุณนุ๊ก เธอแนะนำว่า ถ้าซื้อเกิน 300 เหรียญ สามารถทำ tax refund ได้ โดยจะได้คืนประมาณ 15 เหรียญ lunar ก็เลยรวบรวมใบเสร็จของทุกคน เกิน 300 เหรียญ ก็เลยอาสาจะไปทำ tax refund ให้

ต่อคิวอีกนานมาก เกือบถอดใจไปหลายรอบแล้วว่าจะไม่เอาดีมั๊ยเนี่ย เพราะเมื่อยๆๆๆๆมาก แต่สุดท้ายก็ได้ทำ เจ้าหน้าที่บอกว่า ก่อน check in ที่สนามบินให้ไปทำ tax refund โดยต้องแสดงของที่ซื้อมาด้วย แล้วใส่เอกสารลงในซอง รอรับเช็คที่เมืองไทย

เสร็จจากทำ tax refund หมดสภาพอีกแล้ว เหนื่อยมากๆๆๆ ออกจากที่นี่เกือบตี 1 ฝนตกอีกอ่ะ ตกหนักซะด้วย ลองโทรเรียก David ว่าจะมารับหรือเปล่า ปรากฎว่าได้ผล David มาแฮะ

ขากลับนี่ ไม่รู้ว่าคิดถูกคิดผิด ก็คุณ David นี่ขับฉวัดเฉวียนมากเลย ที่ปัดน้ำฝนก็ปัดเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น น่ากลัวจัง แถมไม่สามารถปิดหน้าต่างได้อีก lunar นั่งหลัง David น้ำสาดเข้ามาเต็มๆ

กลับถึงโรงแรม กว่าจะได้นอนก็ตี 2 ครึ่ง นั่งจัดกระเป๋า แต่ไหงคุณนุ๊กยังไม่กลับอีกอ่ะ

Thursday, June 22, 2006

Singpore : Second Visit

วันนี้ lunar จะไม่อยู่เมืองไทย ไปงาน Communic Asia 2006 ที่สิงคโปร์ กลับเมืองไทยวันเสาร์ ไปครั้งนี้ บริษัทไม่ได้ส่งไปโดยตรงหรอกนะ บริษัทคู่ค้าเป็นผู้ส่งไปต่างหาก ออกค่าตั๋วเครื่องบินกับค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้าให้ ส่วนค่าอาหารกับค่าเที่ยวออกเอง อือม.. เอานะ ก็ดีกว่าไปเอง

ไปคราวนี้ so so อ่ะ ไม่ค่อยมีอะไรสนุกตื่นเต้น เหมือนเมื่อตอนไป ShenZhen รูปก็ไม่ค่อยได้ถ่าย ถ่ายออกมาก็มืดๆ ไม่ชัด อีกอย่างเวลาน้อย แล้วก็หลายๆที่ก็ไปมาแล้วเมื่อคราวที่เที่ยวตอนปลายปี 47


บริเวณตัวเมืองสิงคโปร์ ส่วนใหญ่คอนโดหรือที่พักจะคล้ายๆกันแบบนี้
ไปกันทั้งหมด 5 คน มีจากบริษัทอื่นไปด้วย (ไปกับครอบครัวด้วยนะ เหมือนไปเที่ยวอ่ะ) ไปด้วยสายการบินสิงคโปร์ เที่ยวบิน SQ61 ออกเวลา 7:45 เช้าเลย นัดกัน 6 โมงเช้า รีบไป check in กันก่อน ไม่อยากเจอเหมือนเหตุการณ์วันที่ไป ShenZhen
ไปถึงสิงคโปร์ คนที่มารับเป็นถึง MD ของบริษัท Access Consulting ชื่อคุณซันนี่ ตอนแรกไม่แน่ใจว่าคนไทยหรือเปล่า เพราะพูดไทยได้ชัด แต่สักพักก็พูดอังกฤษ สลับไปมา ตอนหลังถึงได้รู้ว่า เขาอยู่เมืองไทยหลายปี จนพูดได้ชัด OK เลยอ่ะ


พวกเรานั่งรถบัสรวมไปหมดคันเดียว ไปพักกันที่โรงแรมชื่อ YWCA Fort Canning Lodge อยู่ในบริเวณเนินเขา ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า NE6 หรือ NS24 ชื่อ Dhoby Ghaut แต่ยังไม่สามารถ check in ได้เพราะช่วงนี้คนมาสิงคโปร์เยอะ ต้องรอให้ check out ก่อน คุณนุ๊ก (เจ้าหน้าที่ Access Consulting) ก็เลยพาไปกินบะหมี่ที่ Park Mall

บริเวณ Park Mall ใกล้ๆกับโรงแรม

คิวเรียกรถ taxi
อาหารที่สิงคโปร์ราคาค่อนข้างแพง บะหมี่น้ำธรรมดา ราคา 3 เหรียญ (75 บาท แบบถูกๆแล้วนะ) ส่วนน้ำเปล่า ยิ่งแพงใหญ่ แบบ 500 ml ราคาเกือบๆ 50 บาท

เงี๊ยบลองสั่งกาแฟเย็นมากิน เห็น package ของเขาแล้ว อึ่งทึ่ง น่าเลียนแบบ จริงจริ๊ง


กินบะหมี่เสร็จ นึกว่าจะได้ออกเที่ยว ปรากฏว่า ต้องไปดูโรงงานของบริษัท Allied Telesyn อือม เอานะ ก็ไหนๆ เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของ sponsor ที่พวกเรามากันแล้วนี่

กว่าจะออกจากโรงงานได้ ก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้วอ่ะ พวกเรากลับกันมาที่โรงแรมกันก่อน มาตกลงกันว่า คืนนี้จะไปไหนกันดี กว่าคุณผู้ชายทั้งหลาย จะเปลี่ยนองค์ทรงเครื่อง กว่าจะตกลงกันได้ ก็เกือบ 6 โมงเย็นละ

ตกลงกันว่าจะไปถ่ายรูปที่ Merlion (ไม่ค่อยอยากไปเลยอ่ะ เคยไปมาแล้ว) แล้วก็จะไปเดิน Orchard (อันนี้ก็เฉยๆ ไปมาแล้วอีกเช่นกัน)

มายืนรอ Taxi ได้สักพัก พวกเราก็คิดกันว่า ดูๆแล้วไปถ่ายรูปตอนนี้คงไม่ค่อยสวยแน่ เริ่มมืดๆแล้ว ถ้างั้นเปลี่ยนไป Orchard เลยแล้วกัน
คุณเอกได้ข้อมูลแหล่งช๊อปปิ้งมาหลายที่ หลักๆก็คือ Lucky Plaza ขายของที่ระลึก, Toy Us ขายของเด็กเล่น อยู่ใน Paragon

Orchard Road
ที่ Lucky Plaza ได้ของที่ระลึกให้หัวหน้า เป็นปากกากับพวงกุญแจ อยู่ในกล่อง ก็ดู OK 3 ชิ้น 10 เหรียญ พี่เล็กขอแจม 1 ด้าม ที่ Toy Us ซื้อสร้อยข้อมือนาฬิกาให้น้องปอนด์ แบบเด็กๆน่ารักๆ ซื้อ 1 แถม 1 ราคา 3 เหรียญ

พวกเราเดินเที่ยวแถว Orchard กันนานมาก ผ่านร้านๆหนึ่งเป็น Sex shop พวกหนุ่มๆแวะเข้าไปดูกัน lunar ขอแว๊บเข้าไปดูซะหน่อย แหะ แหะ แล้วออกมาข้างนอก รอพวกหนุ่มๆ (ไม่รู้ว่าได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้างอ่ะเปล่า)

หลายคนเริ่มเดินไม่ไหว แต่อย่าหาว่า lunar คุยเลยนะ ยังไม่ค่อยรู้สึกเมื่อยเลยอ่ะ ตอนนั้น 3 ทุ่มครึ่งแล้ว พวกเราเตรียมหาข้าวเย็นกินกัน แต่ว่าหลายๆร้านปิดไปหมด สุดท้ายเจอ Burger King อาหารเย็นของพวกเราจึงต้องเป็น burger เพราะไม่แน่ใจว่า ถ้าเดินต่อไป ข้างหน้าจะมีอะไรให้กินอ่ะเปล่า

พวกเราเดินกันไปเรื่อยๆ สุดท้ายเดินกลับโรงแรมกัน แหะแหะ ถึงตอนนี้เริ่มเมื่อยแล้วเหมือนกัน พวกเราขอไปพักในโรงแรมก่อนแล้วจะมาตกลงกันอีกทีว่า จะไป Mustafa กันอ่ะเปล่า (แต่ lunar คิดว่า ถ้าเข้าโรงแรมแล้วด้วยอาการเหนื่อยแบบนี้ คงยากที่จะออกมาแล้วล่ะ)

Saturday, June 17, 2006

พลุ multimedia@เมืองทอง

เย็นวันนี้จะมีการแสดงพลุ พร้อมกับ multimedia ที่เมืองทองธานี จัดโดยกองทัพบก ได้ยินมาว่า จะเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย ไม่เคยมีมาก่อน น่าสนใจเหมือนกัน ใกล้บ้านซะด้วย ไปดูดีกว่า

งานนี้ไปกับครอบครัวค่ะ ไปกับมามี๊กับเจ๊ฮวง ขับรถไปดีกว่า เริ่มออกจากบ้าน 4 โมงเย็น ไปถึงเมืองทอง ระหว่างทาง เริ่มเห็นคนๆๆๆ จำนวนมากขึ้น มากขึ้นทุกที รถจอดเป็นแถวยาวเหยียด

คิดกันว่าจะจอดรถที่ไหนดี สุดท้ายก็ไปจอดในอาคาร impact เสียค่าจอดรถที่คิดกันแล้วว่าไม่แพง เดินไปดูพลุใกล้ดี
คนเยอะแยะเต็มไปหมด ใส่สีเหลืองกันทั้งนั้น ระหว่างทาง มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ขายเยอะแยะ ลองๆถามรูปในหลวง ขนาดใหญ่ ราคา 79 บาท อือม..ถามไปอย่างนั้นแหละ เพราะจองซื้อรูปนี้ไว้แล้วกับพี่โม่ง พร้อมกรอบหลุยส์อย่างหรู ราคา 999 บาทไปแล้ว

งานนี้ เตรียมเสื่อไปด้วย ไปถึงบริเวณลานที่นั่งดูพลุ โอ้โฮ คนนั่งเต็มไปหมดแล้วนะเนี่ย lunar นั่งออกมาตั้งไกลแล้ว ไม่รู้จะทำไง ก็เลยต้องปูเสื่อนั่งไปพลางๆ

ร้อนๆๆๆมาก แสงแดดตอน 4-5 โมงเย็นเนี่ย ยังแรงแผดเผาจริงๆ ปูเสื่อแล้วก็นั่งกางร่ม เพราะไม่สามารถจะทำอะไรมากไปกว่านี้ได้ ก็ได้แต่รอเวลาเท่านั้น

นั่งรอสักพัก ไปหาอะไรรองท้องดีกว่า งานนี้ท่าทางจะอยู่ยาว lunar อาสาออกไปซื้อของกิน แต่ไม่รู้จะซื้ออะไรมาก ได้แต่ข้าวโพด 3 ฝักกับขนมจีบ

ขากลับเดินมาบริเวณที่นั่ง เริ่มตาลาย คนเยอะมาก ละลานตาไปหมด ก่อนไปก็เลยต้องดู landmark ก่อนก็พบว่า ที่นั่งที่เราจองนั้นใกล้กับรถขายน้ำ pepsi

หลังจากรอแล้วรอเล่า ดูๆเหมือนฝนจะตก เมฆเยอะ ได้แต่ภาวนาว่า อย่าเพิ่งตกนะ อุตสาห์รอมาตั้งนาน
และแล้ว ในที่สุดก็เริ่ม ประเดิมด้วยการยิงพลุ ลูก 2 ลูก เป็นการประเดิมก่อน แล้วก็เริ่มฉายม่านน้ำ

โอ้ ที่ที่ lunar นั่งอยู่เนี่ย มันช่างไกลเหลือเกิน แทบมองไม่เห็นม่านน้ำเลยง่ะ แต่บริเวณงานมีการติดตั้งจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ เพราะมีการถ่ายทอดสด ณ ขณะนี้ไปพร้อมกันด้วย lunar ก็เลยนั่งดูจากจอโทรทัศน์แทน ซึ่งก็มองไม่ค่อยเห็น เพราะติดตั้งได้เตี้ยมากๆ ไม่เข้าใจจริงๆ

เจ้าหน้าที่พยายามให้ประชาชนนั่งลง ไม่เช่นนั้น คนหลังๆจะไม่สามารถมองไรเห็น ที่ที่ lunar นั่งอยู่ ในตอนแรกนึกว่ามีเจ้ารถขายน้ำ pepsi เนี่ยดีนะจะได้เป็น landmark แต่ที่ไหนได้ ปรากฏว่า มีคนมาซื้อของตลอดเวลา ทำให้คนที่อยู่ด้านหลังมองไรไม่เห็น เวงกำ จริงๆ

สลับกับม่านน้ำ ก็ยิงพลุแล้วละ พลุที่นี่ เป็นพลุลูกใหญ่ๆ เหมือนพลุไซโก้ ตอนดูพลุเนี่ย ดูได้เต็มที่ ไม่มีอะไรมาบัง

พลุก็ดูสวยดี ลูกใหญ่ๆ แต่บางครั้งก็ยิงซ้ำๆ เยอะๆ เต็มไปหมด ดูไม่ทัน ถ้าเทียบกับของไซโก้ lunar ชอบของ ไซโก้ มากกว่า เพราะหลากหลายกว่า สวยกว่าอ่ะ มีการยิงเลเซอร์ ม่านน้ำ แล้วก็พลุ ก็ OK รวมๆก็สวยดี สมกับที่โฆษณาไว้ lunar มองไปที่ทางด่วน เห็นคนจำนวนมาก จอดรถแล้วลงมาดูพลุ ตลอดแนวทางด่วน

ก่อนจบงาน มีการจุดเทียนชัย ถวายพระพร lunar ซื้อมา 3 เล่ม 10 บาท งานนี้ทำให้แม่ค้า พ่อค้า รวยกันไปหลายคนเหมือนกัน ที่เห็นๆก็กระดาษปูรองนั่ง, น้ำ, ขนม, เทียน ฯลฯ

การจุดเทียน ประกอบกับการร้องเพลง สดุดีมหาราชา พร้อมกับการจุดพลุประกอบ แล้วสามารถจุดพลุให้จบพร้อมกับเพลง ถือว่าการจัดงานคราวนี้ทำได้ดี

จบแล้ว การจุดพลุ พร้อมกับการตระเวณดูพลุตามที่ต่างๆของ lunar แต่ปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญอยู่คือ การกลับบ้าน
คนเยอะมากจริงๆ เอาแค่เดินมาที่อาคารจอดรถ แทบจะเบียดกันตาย ตามรายทาง แม่ค้าที่ขายรูปในหลวง ก่อนหน้านี้ราคาใบละ 79 บาท ปรากฏว่าขากลับ ราคาเหลือ 3 ใบ 100 บาท โอ้ demand ลด ราคาลดทันที

กว่าจะมาที่อาคารจอดรถ เตรียมจะกลับแล้วละ แต่ปรากฏว่า ดูจากรูปการณ์แล้ว รถติดมากๆๆๆๆ หลังจากที่นั่งรถติดอยู่ในอาคารจอดรถเกือบครึ่งชั่วโมง งั้นอย่าเพิ่งกลับเลย จอดรถแล้วไปหาที่นั่งก่อนดีกว่า

เจ๊ฮวงไปหาซื้อ McDonald รองท้องไปก่อน งานนี้คงยาวแน่เลย แล้วก็เป็นจริงด้วย หลังจากรอแล้วรอเล่า เกือบๆ 5 ทุ่ม ก็เลยลองว่าจะกลับกันละ

รถก็ยังติดอยู่ดี ดูแล้วไม่ได้ลดลงไปเลย กว่าจะเขยิบออกมาทีละนิดทีละหน่อย เหนื่อยจริงๆ
ตลอดระยะทางของเมืองทอง เต็มไปด้วยขยะ แล้วก็ขยะ เฮ้อ เมื่อไหร่คนไทยจะมีจิตสำนึกเรื่องของความสะอาด ความรับผิดชอบกันบ้างละเนี่ย

คืนนั้น กลับถึงบ้าน เที่ยงคืนครึ่ง ใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 4 ชั่วโมง ทั้งๆที่ ถ้าเป็นเหตุการณ์ปรกติแล้ว ไม่น่าจะเกิน 15 นาที
เหนื่อยจริงๆแหะ การดูพลุครั้งสุดท้ายเนี่ย

Thursday, June 15, 2006

10 ปี ดวงแก้ว

เผลอแป๊บเดียว ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านดวงแก้วนี้ 10 ปีล่ะ เฮ้อ เวลาหนอ ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริง

15 มิถุนายน 2539 จำได้ว่าเป็นวันเสาร์ วันนั้นมีรถกระบะแค่ 2 คัน ขนของกันประมาณ 4-5 เที่ยว ขึ้นทางด่วนกันสนุกสนาน ย้ายกัน 1 วันเต็มๆ ทิ้งของไปหลายอย่างเหมือนกัน ก็อยู่ที่กิ่งเพชรมาตั้ง 20 กว่าปีนี่นา

นั่งนึกไปนึกมา มีอะไรบ้างตลอด 10 ปีที่เปลี่ยนไป พอสรุปได้ดังนี้
- มีสะพานข้ามถนน หน้าโรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี
- มี ATM (ของ BANK THAI) 1 เครื่อง อันนี้เพิ่งมาติดได้ไม่นาน ประมาณ 7-8 เดือน
- ไฟข้างถนนเปลี่ยนไป จากไฟนีออนที่แถบจะส่องอะไรไม่เห็น เป็นไฟดวงใหญ่ๆที่ใช้ส่องบนท้องถนน
- มี 7-11 มาตั้งที่หน้าหมู่บ้าน
- ป้ายหน้าหมู่บ้านเปลี่ยนไป มีการทำป้ายใหญ่ขึ้น อันนี้คิดว่า หลังจากประชามติของกรรมการหมู่บ้าน กับสมาชิกแล้วว่า ควรทำใหม่ เนื่องจากตอนกลางคืน แท็กซี่แถวนี้ จะมองไม่เห็นทางเข้าหมู่บ้าน ก็มันมืดออกอย่างนี้
- ตลาดนัดเปลี่ยนไป เมื่อก่อนตอนมาอยู่ใหม่ๆ สัปดาห์หนึ่งจะมีตลาดนัดวันเดียว คือวันพุธ ต่อมาเป็น 2 วัน คือ วันพุธกับวันเสาร์ ต่อมามีทุกวันเลย จน ณ วันนี้ พวกเราชาวดวงแก้ว มีตลาดสดแล้ว เย้
- รถติ๊ดติด ติดมากๆเลย ตรงแยกสวนสมเด็จ เมื่อ 10 ปีก่อน รถวิ่งสบาย เดี๋ยวนี้ทำไมแยกนี้มันติดอย่างนี้แหละ แสดงว่า บ้านเราเริ่มเจริญแล้วใช่ป่ะ (อิอิ)
- คนอยู่เยอะขึ้น

10 ปีเปลี่ยนไปแค่เนี้ยะ lunar ว่า หมู่บ้านเราพัฒนาไปน้อยจังนะ

Wednesday, June 14, 2006

World Blood Donation Day

เช้าวันทำงานวันนี้ ยังไม่ไปทำงานอ่ะค่ะ เพราะ lunar จะไปเดินร่วมพิธีเปิดงาน วันผู้บริจาคโลหิตโลก 2549 (World Blood Donor Day 2006) ที่สวนลุมพินี เริ่มตั้งขบวนตั้งแต่ 7:00 น.

ไม่ได้ไปทั้งวันหรอกนะ ก่อนไปร่วมงาน จึงจำเป็นต้องเอา notebook ไปไว้ที่ office ก่อน แล้วนั่งรถไฟฟ้าไปพร้อมกับน้องโต้ง

ไปถึงสนามหญ้าลานพระรูป เห็นมีคนตั้งแถวอยู่หลายกลุ่ม คาดว่ามาจากหลายบริษัท,องค์กร ดูจากแผนที่ที่นัดเจอ อือม.. น่าจะเดินเข้าไปข้างในสวนลุม

มั่นใจมากกะน้องโต้งว่า ต้องไม่ใช่ตรงนี้แน่เลย เดินเฉี่ยวๆออกไปฝั่งถนน ปรากฏว่าได้ยินเสียงเรียกชื่อ อ้าว! ตั้งแถวกันตรงนี้จริงๆด้วย หลายๆคนถามว่า "จะเดินไปไหนเนี่ย" แกล้งๆบอกไปว่า แหะแหะ จะเดินไปเข้าห้องน้ำ

อากาศร้อนมากๆ 7 โมงกว่าเองอ่ะ แดดแบบนี้นึกว่า 9 โมง เมื่อได้เวลาตั้งแถว เดินเข้าไปในสวนลุมผ่านประตูมาได้นิดหน่อย ก็หยุดขบวนให้ตั้งแถวตรงนี้แหละ คือไม่ได้เดินไปไหนไกลหรอก ตั้งแถวรอรับเสด็จ สมเด็จพระเทพ จะมาเปิดงานเวลา 9:00 น. พวกเราไม่รู้จะทำไรกัน ก็เลยหลบแดดไปนั่งแถวสระน้ำ ถ่ายรูปไปพลางๆ

เจ้าหน้าที่ที่มาจัดขบวนแถวเนี่ยซิ ยิ่งแปลกกว่า เดี๋ยวบอกให้จัดแถว เดี๋ยวบอกให้หลบ สักพักก็ถอยจากเกาะกลาง แล้วก็ขึ้นมาที่เกาะกลาง ไม่รู้จะเอาไง lunar ก็เลยไม่อยู่ในขบวนแถวละ หลบร้อนดีก่า ภายหลังมารู้ว่า เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้ว่าเขาให้มาทำไรเหมือนกัน แล้วกัน เวงกำ

พอได้เวลาที่สมเด็จพระเทพจะเสด็จมาถึง พวกเราก็ตั้งแถวรอรับเสด็จ หลังจากรับเสด็จเสร็จ ก็ไม่ได้ไปไหน อยู่ที่เดิม รอส่งเสด็จอีกที โอ้ ตกลงมาทำไรเนี่ย
หลังจากส่งเสด็จเสร็จ 10 โมงกว่าๆ แต่ละคนยังไม่อยากกลับไปทำงาน ไปหาข้าวกินก่อนดีกว่า น้องเบียร์เสนอ สเต็กสีลมซอย 1 OK Let's go

กว่าจะสั่ง กว่าจะได้กิน นานมากก หิวกันจนตาลาย แถวนี้เปลี่ยนไปเยอะ (เมื่อก่อน lunar เป็นเด็กสีลมนะ)
เต็นท์ต่างๆที่ขายอาหาร เปลี่ยนเป็นตึกใหม่ๆ

กินข้าวเสร็จ บางคนจะกลับไปทำงาน อีกหลายคนอยากไปเดินซอยละลายทรัพย์ เราเลยต้องรับอาสาพาไป เนื่องจากเป็นคนที่เชี่ยวที่สุดแล้ว

อยากไปหาจิด้วยซิ จะไปดูว่า หลังจากออกจากที่ทำงานเป็นแม่ค้าที่ซอยละลายทรัพย์แล้วเป็นไงบ้าง พาน้องๆเดินลัดเข้าตึกยูไนเต็ด แถวนี้ก็เปลี่ยนไปอีกล่ะ เป็นคนนำเดิน แต่ไหงชักไม่ค่อยแน่ใจ

หลังจากพาน้องๆ วนรอบๆละลายทรัพย์ ขากลับได้เหรียญที่ระลึกในหลวงครองราชย์ 60 ปี 1 ชุด มี 2 ราคา คือ 10 บาท กับ 20 บาท แต่ขายในราคาชุดละ 60 บาท ซื้อมา 2 ชุดอ่ะค่ะ เก็บสะสมเป็นที่ระลึก แล้วก็ซื้อพายลูกตาล ดูน่ากินมากๆๆๆ

ถึง office เกือบบ่าย ด้วยอาการหมดสภาพจริงๆ ร้อนและเดินเยอะด้วย

Tuesday, June 13, 2006

เชื่อจมูกตัวเอง ดีที่สุด

วันนี้ตื่นเช้าก่อน 6 โมงอีกแน่ะ เหมือนวันไปทำงาน แต่วันนี้เป็นวันหยุดพิเศษอีก 1 วัน รวม 5 วัน วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะเนี่ย โอ้ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ
แต่เช้า เจอเรื่องไม่สู้ดี เล็กๆน้อยๆ แต่ทำให้รู้สึกหงุดหงิด บอกไม่ถูก เป็นบรรยากาศยามเช้าที่ไม่น่าอภิรมย์จริงๆ

เริ่มจาก ได้รับ message จาก DTAC บอกว่า
"Your credit will expire on 13-JUN-06. Please refill your account to extend your credit validity period."
อ้าว ก็วันนี้นี่นา ลองโทรไป *1001 กลับมีเสียงตอบรับ ทำนองว่า
"เสียใจค่ะ บัตรเติมเงินของคุณหมดอายุแล้ว ส่วน sim card จะหมดอายุวันที่ .... "

เพิ่งเติมเงินไป 400 บาท ไม่ค่อยได้ใช้เลยนะเนี่ย เสียดายอ่ะ ทุกครั้งก็จะเติมก่อนหมดอายุ หรือไม่ก็จะมี message มาเตือนก่อน 1 วัน คราวนี้ไม่มี

เรื่องต่อมา สืบเนื่องจากสงสัยว่าเจ้า Nokia 1600 ที่เพิ่งซื้อมาเนี่ย ทำไมเวลาคนอื่นโทรมา ถึงไม่โชว์ชื่อใน contact โชว์แต่เบอร์โทรศัพท์ หลังจากที่ลอง setting จนหมดแล้ว ก็ไม่สามารถแสดงชื่อใน contact ได้อ่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะโทรศัพท์เครื่องเราเครื่องเดียว หรือว่ารุ่นนี้ไม่สามารถแสดงรายชื่อได้ Oh! My God ไม่น่านะ โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆเนี่ย ไม่สามารถแสดงชื่อได้ ตลกมากๆๆๆๆ

ลองเข้าไปสืบหาข้อมูลใน web ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ถ้างั้นอาจเป็นที่เรายัง setting ไม่ถูก หรือไม่ก็เป็นที่เครื่องเราเครื่องเดียว ต้องไปสอบถามที่ร้านวันพรุ่งนี้ละกัน
ไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ แต่กลับได้ข้อมูลราคาของรุ่นนี้ มีหลายคนซื้อไปตั้งแต่เดือนเมษายน ในราคา 2500 กว่าๆที่มาบุญครอง โอ้ เราซื้อแพงกว่าชาวบ้านเขาตั้ง 300-400 บาท รู้สึกหงุดหงิดอีกล่ะ

เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่ทำให้เจ็บใจอยู่หลายวันมานี่ ก็คือเรื่องทองที่อุตสาห์ซื้อมาไว้ตั้งแต่ต้นปี เมื่อ 2 เดือนก่อน ยังเขียน blog หัวข้อ "วันนี้..ฉันมีความสุข" เรื่องสุขที่ราคาทองบาทละ 11400 บาท หลังจากนั้น ราคาทองก็พรุ่งพรวดๆๆๆๆ ไปจนถึง 12900 บาท

ก่อนที่ราคาทองไปจนถึง 12700 บาท ช่วงนั้นคิดว่า ถ้าราคาทอง 12500 บาท จะขายล่ะ ช่วงนั้นราคาขึ้นเร็วมากจริงๆ บางวันราคาเปลี่ยน 3-4 ครั้ง นักวิเคราะห์ทั้งหลายก็บอกว่า ราคาจะขึ้นไปอีก บ้างก็ว่า 13000 บ้างก็ว่า ไปถึง 15000 ก็มี

คิดแล้วก็สมน้ำหน้าตัวเองเหมือนกัน เห็นกำไรแท้ๆอยู่ตรงหน้า 23,500 บาท กลับไม่เอา มัวแต่เชื่อนักวิเคราะห์ รอราคาขึ้นไปอีก ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า ขึ้นเร็วแบบนั้น เวลาลงก็ลงเร็วเหมือนกัน นอกจากนี้ยังเจ็บใจหนักขึ้น เพราะดันไปซื้อทองอีก 5 บาท ที่ราคา 12750 บาท โอ้แม่เจ้า (โลภมากก็แบบนี้แหละ)

หลังจากนั้นแค่ 2-3 วันราคาพุ่งสูงสุด 12900 บาท ดีใจอยู่ได้วันเดียว ราคาก็ลงๆๆๆๆๆ มาเรื่อยๆๆๆๆ กองทุนเริ่มทิ้ง หลังจากปั่นราคาไปได้เกือบ 13000 บาท (ช่างเหมือนกับหุ้น ยังไงยังงั้น)
มาวันนี้ เปิดมาดูราคาทอง ราคารับซื้อคืน 11050 บาท ราคานี้คงที่มา 5 วันแล้ว แต่ราคาทองโลกตอนนี้ ต่ำกว่า 600 ดอลล่าห์แล้วอ่ะ ฮือ ฮือ จากกำไรที่มี เปลี่ยนเป็นขาดทุนแล้วอ่ะ

นี่และน๊า บทเรียนที่ได้ วันหลังอย่าไปเชื่อเลย นักวิเคราะห์เนี่ย ถึงกำไรจุดที่เราต้องการ ก็ขายดีกว่า แล้วก็ไม่ต้องไปดูมัน กำขี้ดีกว่ากำตด เชื่อจมูกตัวเองดีกว่า

ไม่เป็นไรหรอก ได้แต่ปลอบใจตัวเอง ขาดทุนทางบัญชี ยังไม่ได้ขายจริง รอปลายปีละกัน ยังไง ทองก็ยังเสี่ยงน้อยกว่า หุ้น
ทำได้แค่นี้แหละ

Sunday, June 11, 2006

อลังการ พลุไซโก้

วันนี้เย็นจะมีการจุดพลุที่สนามม้า นางเลิ้ง โดยบริษัท ไซโก้

lunar เคยดูพลุไซโก้มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งที่ ในหลวงทรงพระชนมายุครบ 5 รอบ เมื่อปี 2530 แต่ครั้งนั้น ไม่ได้ดูของจริงหรอกนะ ดูในทีวี คือตอนนั้นก็คิดว่า คงเป็นพลุธรรมดาๆ เลยไม่ได้ไปดูของจริง ทั้งๆที่ตอนนั้น บ้านก็ถือว่าอยู่ใกล้กับสนามม้า คือไม่ใช่ว่าใกล้มาก ก็นั่งรถเมล์ซัก 4-5 ป้ายก็ถึง ดูในทีวีถึงได้รู้ว่า สวยงาม แปลกตาจริงๆ

คราวนี้ พอได้ยินว่า มีการจุดพลุของไซโก้ และอีกอย่าง แต่ละชุดที่นำมาแสดงก็เป็นชุดที่ชนะการประกวดมาแล้ว วันนี้ยังไงก็ต้องไปดูของจริงให้ได้ แม้จะต้องเดินทางไกลก็ตามที

ตอนแรกกะว่าจะไปดูแถวๆบ้านเก่าที่เคยอาศัยอยู่ แต่พอมาถึงแล้ว ดูทำเล ไม่ค่อยเหมาะแหะ เดินทางต่อไปดูใกล้ๆดีกว่า เอาตรงบริเวณด้านนอกสนามม้าแล้วกัน ไม่เข้าไปข้างในหรอก คนเยอะ อีกอย่างข้างนอกเนี่ยก็เห็นแล้วล่ะ

รอจนถึง 2 ทุ่มเศษๆ ตำรวจจราจร เดินมาบอกให้ไปดูที่พระบรมรูปทรงม้า แต่ lunar ไม่ไปอ่ะ (ก็ไปอีกตั้งไกล เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เข็ดจากเมื่อวันที่ 9 แล้วอ่ะ) อีกอย่างใกล้เวลาจุดพลุแล้วด้วย นั่งบนริมฟุตบาทนี่แหละ

ร๊อรอ รอแล้วรอเล่า ได้ยินประกาศว่า จะจุดเวลา 3 ทุ่ม 15 โอ้ อีกตั้งนาน งั้นฆ่าเวลาด้วยการจัดการกับ contact list ในโทรศัพท์มือถือไปพลางๆก่อนแล้วกัน

3 ทุ่มครึ่งแล้ว ฝนฟ้าก็ทำท่าจะตกมิตกแหล่ ฟ้าแลบ โอ้อย่าตกนะ
และแล้ว เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง
อลังการมากๆๆๆๆๆ พลุแต่ละชุดใหญ่โตมากๆๆ สวยจริงๆอ่ะ มีลูกเล่นเยอะแยะไปหมด มีพลุรูป 60 กับ ๖๐ ด้วย ยิงในมุมต่างๆกัน

มีการวิ่งไล่ เรียงเป็นระดับๆๆ แล้วแตกเป็นพลุ พอยิงลูกแรก ลูกถัดไปก็สูงขึ้น ใหญ่ขึ้น ไปเรื่อยๆ
มีพลุรูปผีเสื้อ รูปแมว (มีหลายคนบอกเป็นรูปโดเรมอน) ดอกเบญจมาศ ดอกไม้อีกหลายๆชนิด แล้วก็มีเหมือนเป็นหิ่งห้อย มีคล้ายดาวเสาร์แบบวงแหวนล้อมรอบ แล้วก็อีกเยอะแยะ บรรยายไม่ไหว
พลุวันนี้ ประมาณ พันกว่านัด แต่เป็นพลุขนาดใหญ่ แต่ละนัดเยี่ยมมากๆ

ที่ที่ lunar ยืนอยู่ก็ถือว่าดี แต่ไม่ดีที่สุด ยังมีสายไฟบังอยู่ แต่พลุส่วนใหญ่จะสูงมากๆ สูงกว่าสายไฟ หรือว่าตอนนั้นไม่สนใจก็ไม่รู้ซิ สนใจแต่พลุ เวลายิงขึ้นไปแต่ละลูก lunar ก็ได้แต่ร้อง อู้ฮู อู้ฮู (ไม่รู้ตัวเลยอ่ะ อิอิ) ตรงนี้อาจถ่ายภาพไม่สวยมาก (ก็เพราะอาจติดสายไฟเนี่ยแหละ) แต่ถ้ายืนดูเฉยๆ ละก้อ OK เลย วันนี้ lunar ไม่ถ่ายรูป เพราะรู้ว่า ถ่ายไปก็งั้นแหละ ไว้ไปดูใน pantip แล้วกัน ก็เลยถ่ายเป็น clip video แต่เสียดาย ถ่ายไปได้แค่ 3-4 ชุด memory card ก็เต็มซะแล้ว คิดว่าถึงเวลาแล้วล่ะ ต้องเก็บเงินซื้อกล้องวีดีโอดีกว่า เสียดายชุดสุดท้ายเนี่ยซิ อลังการงานสร้างจริงๆ เหมือนพลุกระจายเต็มท้องฟ้า คล้ายต้นไทร สีทองอร่าม อือม.. บรรยายไม่ถูก งานนี้บอกได้คำเดียวว่า คุ้มค่าจริงๆ แม้จะต้องรอมานาน

ไม่มีรูปของตัวเอง ไว้ไปขอรูปจากเพื่อนๆใน pantip มาแปะให้ดูละกัน แต่ช่วงนี้คงต้องรอไปก่อน คิดว่า บรรดามืออาชีพกับมือสมัครเล่น คงเตรียมนำรูปเข้าประกวด หลังงานประกวด คงมีรูปสวยๆให้ดูเยอะแน่เลย

Saturday, June 10, 2006

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ์

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นที่เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26/05/06 จนถึงวันพรุ่งนี้ หลังจากที่ขยายเวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 สัปดาห์

ขนาดขยายเวลาเพิ่มขึ้นแล้วเนี่ย วันนี้คนก็ยังเยอะอยู่ดี หลายวันนี้ ไปแต่ละสถานที่ที่มีแต่คนๆๆๆทั้งน้าน
วันนี้เป็นโอกาสอันดี ไปดูซะหน่อย ไหนๆบ้านก็อยู่ใกล้กับเมืองทองแล้วนี่นา

นิทรรศการจะจัดแสดงอยู่ใน 2 อาคารคือ อาคารชาเลนเจอร์ เป็นนิทรรศการพระราชประวัติ กับ อาคารอิมแพ็ค เป็นนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับแนวพระราชดำริและทฤษฎีการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไปดูอาคารชาเลนเจอร์ก่อนดีกว่า

ไปถึง จุดแรกที่สะดุดตา หลายๆคนให้ความสนใจคือ การแสดงม่านน้ำเป็นภาพต่างๆ (Water Graphic Display) เป็นการแปลอักษรด้วยน้ำตก เช่นคำว่า "Long Live the King" "น้ำคือชีวิต" ภาพฝนตก ภาพเลข ๙ ภาพตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ์ 60 ปี ภาพเรือสุพรรณหงส์ เป็นการควบคุมการสั่งจ่ายน้ำด้วยคอมพิวเตอร์ เวลาน้ำตกลงมากระทบกับแสงไฟ เหมือนเพชรส่องประกาย สวยจัง lunar อัดเป็น clip video ไว้ดูแทนถ่ายรูปอ่ะ

เริ่มเข้าสู่ห้องนิทรรศการ lunar ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับห้องนิทรรศการต่างๆมาให้อ่านกัน เผื่อใครที่ไม่ได้ไปจะได้อ่านประกอบ

นิทรรศการพระราชประวัติ
๑. สืบราชสัตติวงศ์
แสดงให้เห็นถึงการสืบราชสันตติวงศ์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ตลอดจนพระอัจฉริยภาพของพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งพระบรมราชวงศ์จักรีแต่ละพระองค์

ห้องนี้จะจัดแสดงโดยมีพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 1-8 ก่อนที่จะถึงห้องนี้ มีการจัดแสดงภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างในหลวงกับช้าง มีการแจกโปสเตอร์รูปช้าง มีภาพในหลวงเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ให้ชมเล็กน้อย ถ่ายรูปไม่ทัน เพราะคนเยอะและเบียดกันมาก อยู่ในห้องขนาดเล็กชื่อว่า เย็นศิระเพราะพระบริบาล

๒. เมื่อครั้งทรงพระเยาว์
ห้องแสดงพระราชประวัติในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เสด็จพระราชสมภพ จวบจนเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๙ การจัดแสดงของเล่นส่วนพระองค์ด้วยเทคนิคการนำเสนอแบบ Halo Vision Di Cut ภาพนูนสูงขนาดใหญ่ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา การแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ที่หาดูได้ยาก
ห้องนี้เป็นห้องที่ lunar ชอบมากค่ะ เป็นห้องที่จัดแสดงภาพของในหลวงตั้งแต่เด็กๆ มีรูปหลายรูปที่ lunar ก็เคยเห็น แต่ก็มีอีกหลายรูปที่ไม่เคยเห็น นอกจากนี้ยังมีรูปพระบรมชนก รูปสมเด็จย่า พระพี่นาง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 ครั้งยังทรงพระเยาว์ทั้งนั้น

๓. พระคู่พระบารมี
ส่วนการแสดงที่นำเสนอเรื่องราวเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพบ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร จวบจนเข้าสู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๓ เป็นส่วนการแสดงที่โรแมนติกที่สุดด้วยบรรยากาศสวนดอกไม้ขนาดใหญ่พร้อมน้ำพุประกอบดนตรี
ห้องนี้เป็นห้องที่ให้บรรยากาศโรแมนติกจริงๆ มีภาพต่างๆระหว่างในหลวงกับราชินี มีทะเบียนสมรสระหว่าง ในหลวงกับองค์ราชินีให้ดูด้วยนะ หาดูได้ยากนะเนี่ย กลางห้องกับมุมห้องมีน้ำพุ มีเสียงดนตรีบรรเลงประกอบ

๔. พระปฐมบรมราชโองการ
ห้องมัลติมีเดียที่จัดแสดงภาพพิม์และจัดฉายวีดิทัศน์แสดงเหตุการณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษตามโบราณราชประเพณี เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ อย่างเต็มรูปแบบ
lunar ไม่ได้ดูห้องนี้อ่ะ

๕. อัครศาสนูปถัมภก
การจัดแสดงพระราชกรณียกิจในฐานะองค์พุทธมามกะและเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ทรงเอื้อเฟื้อดูแลศาสนาต่างๆที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จึงทรงเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยในทุกศาสนา นิทรรศการ ๕ ศาสนาในพระบรมราชูปถัมภ์ การจัดแสดงภาพพระจริยวัตรอันงดงาม การประกวดสุนทรพจน์ ในหัวข้อ "ในหลวงกับศาสนาของฉัน" จากเยาวชนทั่วประเทศ


๖. เสด็จเยี่ยมราษฎร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงโปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฏรของพระองค์มาตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ แม้ในระยะนั้น ถนนหนทางไปมายังไม่สู้สะดวกนัก แต่ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาพของประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๘ และเสด็จพระราชดำเนินทรงเยือนมิตรประเทศอย่างเป็นทางการรวมถึง นิทรรศการภาพบนอาคารสถานีรถไฟจิตรลดาจำลอง และเทคนิคการฉายภาพสะท้อนรอบทิศทางแบบ Image Reflection

เสียดายจริงๆอ่ะ lunar ไม่ได้เข้าไปดู ทั้งๆที่ถึงรอบการแสดงแล้วนะ ตอนนั้นเวลา 12:40 คือไม่ได้อ่านโบชัวร์นี้ก่อน เลยไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร นึกว่าเป็นวิดิทัศน์ ไม่รู้ว่านี่คือสถานีรถไฟจิตรลดาจำลอง ทั้งๆที่ตอนหลัง เที่ยวตามหา รถไฟนี่ตั้งนาน ถามประชาสัมพันธ์ก็ไม่รู้เรื่อง กลับมาบ้านถึงได้รู้ว่า ตัวเองพลาดไปซะแล้ว

๗. คนของแผ่นดิน
กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ก่อตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้นเพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถหลายท่านเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ส่วนนี้จะเป็นภาพ วีดีโอของประชาชน บุคคลที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ

๘. พระอัจฉริยภาพ
แสดงออกถึงพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในด้านต่างๆดังนี้
ส่วนที่ ๑ จัดแสดงภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์
จัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์
ส่วนที่ ๒ จัดแสดงเพลงพระราชนิพนธ์
ส่วนที่ ๓ พระอัจฉริภาพด้านกีฬาและงานช่าง
ส่วนที่ ๔ หนังสือพระราชนิพนธ์


ห้องนี้เป็นอีกห้องที่ lunar ชอบม๊ากมาก หลังจากชมแล้วถึงได้ประจักษ์ในความเป็นอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านจริงๆ
ห้องภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ พระองค์ท่านทรงวาดรูปหลายรูปมากๆ ส่วนใหญ่แล้วจะทรงวาดราวๆปี 2506 - 2509 มีทั้งภาพบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรูปองค์ราชินี พระเทพ ฟ้าชาย ฟ้าหญิง มีทั้งภาพ Realistic,Impressionist, Abstract (จำๆเอาจากงาน lunar ไม่ค่อยรู้หรอกค่ะว่าแต่ละประเภทคืออะไร)

ห้องนี้ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป เพราะทุกรูปมีลิขสิทธิ์ ปรกติแล้วจึงไม่เคยเห็นรูปพวกนี้อ่ะค่ะ ใครมางานนี้ก็ถือว่าโชคดี ได้มีโอกาสชมภาพวาดของท่าน
ห้องภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ห้องนี้ก็ไม่ให้ถ่ายภาพอีกเช่นกัน มีหลายๆภาพที่แสดงให้เห็นอารมณ์ขันของในหลวง เช่น ภาพถ่ายสุนัขคาบไปบ์ดีดเปียนโน มีหลายๆภาพเป็นภาพของฟ้าชาย ฟ้าหญิง พระเทพ ขณะยังเด็กอยู่ ซึ่ง lunar ก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน

ห้องจัดแสดงพระราชนิพนธ์ ซึ่งในหลวงท่านทรงแต่งเพลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเล่นดนตรีอีกหลายอย่าง เช่น แซกโซโฟน, เปียนโน ในงานจะมีการนำเนื้อเพลงทั้งหลายมาจัดแสดง และมีการเปิดเพลงให้รับฟัง


พระอัจฉริภาพด้านกีฬาและงานช่าง จัดแสดงโดยการตั้งโชว์เรือใบจำลอง super มด ที่เป็นกีฬ่าทางน้ำที่ทรงชื่นชอบ มีนิทรรศการเกี่ยวกับงานช่าง การต่อเรือมด, super มด ที่องค์ท่านทรงต่อเรือเอง

หนังสือพระราชนิพนธ์ ก็จะมี ติโต, นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ, พระมหาชนก โดยเฉพาะเรื่องพระมหาชนกเนี่ย ได้มีการนำฉบับการ์ตูนมาจัดแสดงให้ประชาชนได้อ่าน ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเลยอ่ะ เจ๋งดี แต่ lunar ไม่ได้อ่านหรอกค่ะ เพราะเคยอ่านแล้ว

๙. เทิดไว้เหนือเกล้าชาวไทย
แสดงให้เห็นถึงความซาบซึ้งและจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เประชาชนที่มาเยี่ยมชมงาน แสดงออกถึงความจงรักภักดีในรูปแบบต่างๆ กิจกรรมเขียนคำถวายพระพรบนใบไม้แห่งต้น "ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร" ชมภาพถ่ายบนกำแพงแห่งความจงรักภักดี การถวายพระพรชัยมงคลในกิจกรรม "๖๓ ล้านไทยรวมใจถวายพระพรชัยมงคล"
lunar ได้เขียนคำถวายพระพรลงใบโพธิ์แล้วนำไปติดที่ต้นไม้ด้วยค่ะ รู้สึกปลาบปลื้มใจจริงๆน๊า

หมดจากอาคารชาเลนเจอร์ ไปดูต่อที่อาคารอิมแพ็ค ซึ่งจะเป็นนิทรรศการแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ หลักๆก็มี ป่าไม้ น้ำ ดิน และสุดท้ายจะเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง
คุ้มค่าจริงๆ ก่อนกลับแวะซื้อ ถั่วแม็คคาดาเมียจากดอยตุง 2 ถุง 320 บาท สนับสนุนโครงการหลวงค่ะ

Friday, June 09, 2006

เรารักในหลวง : ดีใจที่เกิดเป็นคนไทย

และแล้ว ก็ถึงวันนี้ วันแห่งความปลื้มปิติของคนไทยทั้งประเทศ วันที่ในหลวงทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ภูมิใจและดีใจที่เกิดเป็นคนไทยจริงๆ

office หยุดให้อีก 1 วัน เพิ่งประกาศเมื่อวานตอนบ่าย ตอนเย็นว่าจะไปดูพลุที่สวนเบญจกิตติ ตรงศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เป็นพลุจากประเทศจีน

ตอนเช้า ดูโทรทัศน์แต่เช้า สถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม พระบรมรูป เรื่อยมาถึงสะพานมัฆวาน ประชาชนใส่แต่เสื้อสีเหลือง เต็มพรึดไปหมด ยิ่งตอนที่ในหลวงเสด็จฯ ออกที่สีหบัญชร มีการถ่ายทอดในมุมสูง ประชาชนพร้อมใจกันไม่กางร่ม ทั้งๆที่แดดร้อนมากๆๆ ทำให้มองลงมาเห็นแต่สีเหลืองเหมือนดอกดาวเรือง แว๊บนึง นึกถึงภาพสวนดอกไม้ขนาดใหญ่สี่เหลี่ยมกลางจตุรัส ที่บรัสเซล แต่เมืองไทยเราจะเป็นประชาชนแทนดอกไม้ คล้ายภาพเล็กๆจำนวนมากที่มาต่อรวมกัน แล้วมองไกลๆได้ภาพใหญ่ภาพหนึ่ง

ประทับใจมากๆ ซาบซึ้งสุดๆ ยิ่งขณะที่พระองค์ท่านเสด็จยืนโดยมีพระราชินีท่านเคียงข้าง แล้วยิ้มเล็กน้อย โบกมือให้ประชาชน น้ำตาคลอๆ จริงๆนะ

คิดว่า วันนี้จะเป็นวันที่หลายๆคนคงจดจำไปอีกนานเท่านาน สำหรับ lunar ก็คงไม่มีวันลืม ได้เกิดเป็นคนไทย ใต้ร่มพระบารมี

วันนี้ทั้งวัน สบายๆ ชิลๆ เมื่อวานน้องปอนด์มาค้างที่บ้าน ไม่เจอมาหลายอาทิตย์แล้วล่ะ วันนี้ทั้งวันเอาแต่เล่นเกมส์ มาคราวนี้ได้ภาษาจีนมาหลายคำ เรียนจากการดู VCD ของฮั่นจื้อกง เด็กรุ่นใหม่ นอกจากภาษาอังกฤษยังไม่พอ ต้องรู้ภาษาที่ 3 ด้วย ที่โรงเรียนเปิดสอนแบบเรียนพิเศษ แต่สมัครไม่ทัน น้องปอนด์มุ่งมั่นตั้งใจมาก อยากเรียน แต่ทำไงได้ล่ะ คนเต็มหมดแล้วต้องรอปีหน้าโน้นแน่ะ ตอนนี้ก็อาศัย VCD ของ ฮั่นจื้อกง ไปพลางๆก่อน lunar ว่า ว่างๆก็จะเปิดมาดูเหมือนกัน ต้องศึกษาบ้างแล้วล่ะ

ตอนเย็นนั่งรถไฟฟ้าไปที่ศูนย์ประชุม ไปถึง 6 โมงเย็น คนเยอะมากๆ แม้ว่าเวลา ณ ขณะนี้จะห่างจากตอนจุดพลุจริง ก็อีก 2 ชั่วโมงครึ่ง ทางประชาสัมพันธ์ประกาศว่า มีสถานที่ที่ให้ชมพลุได้ 3 แห่ง คือสวนเบญจกิตติ ลาดจอดรถของโรงงานยาสูบ แล้วก็ ถ.รัชดาทางเข้าโรงงานยาสูบ พวกเราก็ลองเดินๆดูว่าจะไปดูที่ไหนกัน

จุดที่ใกล้ที่สุดก็ ลาดจอดรถของโรงงานยาสูบ ยังมีที่ว่างเหลืออยู่อีกพอสมควร มองสำรวจสถานที่แล้ว เอ..ต้นไม้เยอะจัง จะมองเห็นพลุมั๊ยเนี่ย แต่พลุยิงสูงนี่นา น่าจะมองเห็นนะ

หลังจากรอร่วมๆ 2 ชม. ทดลองถ่ายไปเรื่อยๆ ดูว่าจะใช้ mode ไหนถึงจะดีที่สุด (lunar ยังใช้กล้องไม่ค่อยเป็นอ่ะค่ะ แล้วส่วนใหญ่ก็ถ่ายแต่ auto แหะแหะ)

พอได้เวลาพลุเริ่มจุด โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ต้นไม้บังเต็มๆ พลุอยู่ต่ำกว่าที่คิดอ่ะ หลายๆนัดก็ต่ำจนมองไม่เห็นเลย พวกเราพลาดแล้วอ่ะ ตรงนี้เป็นมุมที่ไม่เหมาะเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้จัดงานจึงออกประชาสัมพันธ์ให้มาตรงนี้

พอพลุจุดไม่สูง คนข้างหน้าก็ลุกขึ้นยืน หลายๆคนที่ใช้ขาตั้งกล้องก็เริ่มโวย ข้างหลังก็ตะโกนกันใหญ่ ว่าให้นั่งลง หงุดหงิดอารมณ์บ่จอย นอกจากจะไม่ได้ดูพลุอย่างที่ตั้งใจ (รูปไม่ต้องพูดถึง ไม่สามารถถ่ายได้เลย) ยังมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก

เสียดาย ไม่ได้ไปจองที่สวนเบญฯแต่แรก ได้แต่ยืนๆดู รู้สึกว่าวันนี้พลุธรรมดา ไม่ค่อยมีไรแปลกใหม่

หลังจากจบ โอ้โฮ คนเยอะมากๆๆ แต่ละคนมุ่งไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่สามารถกลับได้ แวะไปเดินห้องสมุดมารวยของตลาดหลักทรัพย์ คนเข้าไปกินน้ำ กินกาแฟ เข้าห้องน้ำ กันเต็มอีกละ

สุดท้าย ต้องเดินย้อนไปขึ้น BTS สถานีอโศก วันนี้เหนื่อย แถมไม่ได้ดูพลุสวยๆอีก ฝากไว้ก่อน กะว่าจะไปดูอีกครั้งวันที่ 11 ของบริษัทไซโก หลังจากที่ประทับใจเมื่อหลายปีก่อน

Tuesday, June 06, 2006

ขบวนเรือพระราชพิธีในวันที่ฝนตก

วันนี้มีการซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี ก่อนวันซ้อมใหญ่วันที่ 9 แล้วก็วันแสดงจริง วันที่ 12 ดูดูแล้ววันนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะไปดู เพราะวันที่ 9 วันซ้อมใหญ่ คนคงเยอะ อีกอย่างตั้งใจว่าจะไปดูพลุที่สวน ตรงศูนย์ประชุมแห่งชาติ

lunar ยังไม่เคยมาดูขบวนเรือจริงๆสักครั้ง ทุกทีก็ดูจากทีวี งานเฉลิมฉลองคราวนี้ ตั้งใจอยากมาดูของจริงสักครั้ง กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนี่ยถือเป็นมรดกโลกด้วยนะ

ลางานครึ่งวัน เห็นฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล อือม..ไม่เป็นไรน่า

ไปถึงท่าเตียน ลังเลอยู่ว่าจะข้ามฟากไปฝั่งวัดอรุณดีหรือเปล่า หลังจากดูสถานที่ อยู่ฝั่งนี้แล้วกัน เผื่อจะได้ถ่ายขบวนเรือที่มีฉากหลังเป็นวัดอรุณซะหน่อย

ลองเดินไปดูที่ท่าที่จะลงเรือ เผื่อเห็นวิวที่ดีกว่า ปรากฏว่า แค่ตรงสะพานเล็กๆเชื่อมระหว่างท่าเรือกับโป๊ะ หากใครต้องการยืนตรงนี้ เสียค่าบริการ 300 บาท โอ้แม่เจ้า อะไรจะขนาดนั้นอ่ะ

หลังจากที่รอมาร่วม 1 ชั่วโมง ลองกดรูปซ้อมๆดูก่อนด้วยกล้องใหม่เอี่ยม Fuji S5600 (ซื้อมาหลายวันแล้ว แต่เมื่อคืนเพิ่งแกะกล่อง) ลองถ่ายวัดอรุณ ไม่แจ่มแฮะ เพราะเมฆดำทมึน ดูเค้าแล้ว ฝนคงตกแน่เลย

วันนี้นับว่า คนไม่ค่อยเยอะ พอมีที่ให้ดูได้ และแล้ว ฝนก็ตกลงมา แรงขึ้นแรงขึ้น ยืนกางร่มใต้ต้นไม้ สักพัก เริ่มเปียกไปทั้งตัว (กล้องเก็บไปตั้งนานแล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวได้ซื้อใหม่อีก)

ลังเลอยู่ว่าจะกลับบ้านดีมั๊ยนะ แต่ว่า อุตส่าห์ลางานมาแล้วนี่นา รอสักพัก ก็ได้ยินเสียงเห่เรือมาแต่ไกล ออกไปดูดีกว่า

และแล้วในที่สุด ก็ได้ดูขบวนเรือพระราชพิธีจริงๆ (แบบที่ไม่ต้องดูจากโทรทัศน์) แต่ดูจากฟากนี้ เรือจะอยู่ไกลไป จะให้ดีต้องอยู่ฟากโน้น จะเห็นเรือชัดกว่านี้

ฟังเสียงเห่เรือแล้ว อึ้งเลย ที่เขาพูดๆกันเนี่ย ต้องมาเห็นของจริง ถึงจะได้รู้ว่าเป็นยังไง เรือสุพรรณหงส์ สวยงามมากจริงๆ อือม.. ได้ยินมาว่า วันจริง ในหลวงไม่ได้นั่งอยู่ในเรือด้วยซิ แต่จะประทับอยู่กับพระราชอันคาตุกะจากประเทศต่างๆ จึงเรียกขบวนเรือพระราชพิธี ไม่ได้เรียกว่า ขบวนพระยุหยาตราทางชลมารค

หลังจากชื่นชมกับขบวนเรือพระราชพิธีแล้ว ฝนก็หยุด อ้าวไหงเป็นอย่างนี้ล่ะ
ได้แต่หวังว่า วันนี้ฝนตกแล้ว วันจริงฝนคงไม่ตกนะ

เสร็จจากการชื่นชมขบวนเรือแล้ว ปัญหาใหญ่คือตอนกลับบ้านเนี่ยซิ รถติดสุดๆๆๆ ต้องเดินๆๆๆด้วยรองเท้าที่เปียกปอน จะหาแท็กซี่หรือสามล้อ ก็ยากยิ่งกว่ากว่าหาทอง กว่าจะเรียกได้ นั่งไปแป็บเดียวก็ต้องลงมาเดินอีก กว่าจะไปถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพงก็หมดสภาพจริงๆ แต่ก็นับว่าคุ้มค่าแล้วล่ะสำหรับวันนี้ แม้จะไม่ได้รูปเรือเลยสักรูปเดียว (ไว้ไปดูในพันทิปละกัน อิอิ)

Monday, June 05, 2006

เสื้อเรารักในหลวง

ช่วงนี้เสื้อสีเหลืองที่เกี่ยวกับในหลวง ทั้งเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ หรือเสื้อยืดทั่วๆไป ที่เขียนว่า "เรารักในหลวง" ขายดีมากจริงๆ ถึงกับขาดตลาด ราคาก็แพงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ 150 บาท ไปจนถึง 500- 600 บาท หรือ มากกว่านี้ก็มี เป็นเรื่องปรกติ demand มาก supply น้อย ก็เป็นแบบนี้ล่ะ

lunar ยังไม่มีเสื้อสีเหลือง วันศุกร์นี้เป็นวันงานพระราชพิธีแล้ว ไปซื้อสักตัวดีกว่า ว่าแล้วกินข้าวเที่ยงเสร็จ ไปเดินแถว อสมท ละกัน

ไปถึง เกือบบ่ายสองแล้ว คนน้อยลงไปมาก มีอยู่ 2-3 ร้าน แวะๆดูๆ ส่วนใหญ่เสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์จะหมดแล้ว ขายแบบวันต่อวัน คนขายบอกให้มาดูพรุ่งนี้ เหลือแต่เสื้อยืดธรรมดาแบบที่เขียน "เรารักในหลวง" มีเสื้อเด็กด้วย แต่เขียนว่า "หนูรักในหลวง" น่ารักดี

ตัดสินใจอยู่ว่า จะมาซื้อพรุ่งนี้แบบมีตราสัญลักษณ์ หรือ ว่าซื้อไปเลย อือม..ซื้อไปเลยดีกว่า พรุ่งนี้ไม่แน่นอน ไปกัน 3 คน ซื้อกันคนละตัว

ก่อนออกจากร้าน สังเกตุเห็นว่ามีกล้องของสถานีโทรทัศน์มาถ่ายทำอยู่ คุยๆแซวๆกันว่า สงสัย ช่อง 9 มาทำข่าว

กลับถึงบ้าน 3 ทุ่มกว่า วันนี้กลับดึก เพราะขากลับ รถเอ๋ไปเชี่ยวชนกับรถขนสินค้า 6 ล้อ กว่าจะรอประกัน กว่าจะตกลงกันได้ ก็ 2 ทุ่มกว่าละ

นั่งกินข้าวอยู่ มีคนโทรมาบอกให้เปิดคุยคุ้ยข่าว มีพวกเราไปออกรายการด้วย เป็นข่าวเกี่ยวกับราคาเสื้อที่สูงเกิน lunar รีบเปิดดู โอ๊ะโอ เห็นตัวเองด้วยอ่ะ อิอิ ตลกดี

(หมายเหตุ เช้าวันอังคาร ที่ office หลายคนทักด้วยล่ะ ว่าไปออกรายการมา แสดงว่า รายการนี้มีคนดูเยอะนะเนี่ย )

Sunday, June 04, 2006

กว่าจะได้ดู The DaVinci Code

และแล้วในที่สุดก็ได้ดู The DaVinci Code หลังจากที่อ่านหนังสือเล่มนี้มาได้ตั้ง 2 ปี ตอนอ่านก็อ่านด้วยความสนุกสนาน นึกภาพไปต่างๆนาๆ ช่วงนั้น กระแสของหนังสือเล่มนี้มาแรงมาก ได้ยินว่าจะสร้างเป็นภาพยนตร์ ก็นึกภาพหน้าตา พระเอก นางเอก ภาพของศาสตราจารย์ แลงดอน ที่คิดออก ก็นี่เลย แฮริสัน ฟอร์ด (ยังติดภาพจากเรื่อง อินเดียน่า โจนส์ อ่ะ)

กว่าจะได้ดู
เอาล่ะ พอหนังเข้าโรง วันที่ 18/05/06 ก็อยากไปดูนะ แม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้วว่า สร้างเป็นหนัง ไม่น่าสนุกเหมือนอ่านหนังสือ แต่คนที่อ่านหนังสือ บางกลุ่มก็มักจะเป็นอย่างนี้แหละ อ่านแล้วก็อยากดูหนังว่า ตัวหนังสือถ้าถ่ายทอดเป็นหนังแล้วจะเป็นยังไง ก็ขนาด Harry Potter ที่ว่าจะไม่ดู ไม่ดูแล้ว สุดท้ายก็ดูจบ 4 ภาคอยู่ดี

นัดกับเจ้าโต้งว่าจะไปดูด้วยกัน แต่แล้วก็มีเหตุ ช่วงนั้นโต้งโหมงานหนักมาก งานเร่งรัด ต้องทำเสาร์-อาทิตย์ เลิกดึกดื่นทุกวัน OK ไม่เป็นไร

สัปดาห์ต่อมานึกว่าจะได้ไปดู แต่แล้ว โต้งก็มาทำงาน เสาร์-อาทิตย์อีก เฮ้อ เห็นแล้วเหนื่อยแทน lunar จะไปดูก่อน ก็นะ.. บอกน้องไว้แล้วว่าจะไปด้วยกัน ก็เลยยังไม่ได้ดู

สัปดาห์ที่ 3 โต้งบอกว่าหนังออกจากโรงไปแล้ว ว๊า! อดดูเลยอ่ะ

เมื่อวานเข้าไปที่โรงปูน ขากลับตอนบ่ายๆผ่าน Major Hollywood แวะเข้าไปดูหน่อยดีกว่า เผื่อหนังยังไม่ออก
ปรากฏว่า ยังไม่ออกจริงๆด้วย แต่มีฉายแค่ 2 รอบ 11:00 กับ 22:00 โอ้ ถ้างั้นพรุ่งนี้มาดูรอบ 11:00 โมงละกัน

วันนี้ OK ได้ฤกษ์ล่ะ จะไปดูให้ได้ ไปถึงโรงหนัง ปรากฏว่า วันอาทิตย์มีฉายแค่รอบเดียวตอน 4 ทุ่ม โอ้ พระเจ้าช่วย กล้วยทอด สงสัยจะอดดูแล้วอ่ะ (เรานะเรา ทำไมไม่โทรมาถามก่อน จะได้ไม่เสียเวลา เพราะมัวแต่ไว้ใจข้อมูลใน web ก็ยังนี้แหละ)

เอาไงดี โทรสอบถามโรงหนังอื่นดีกว่า เผื่อจะยังมี แต่ไหงโทรไป Major Cineplex แต่ไม่สามารถติดต่อได้ซะงั้น (โทรไป 10 กว่า call อ่ะ)

กลับดีกว่า แต่เอ.. ลองแวะไป The Mall งามวงศ์วานดูซะหน่อยดีกว่า นั่งรถไปอีกไม่ไกลเท่าไร กลับบ้านเลยก็รู้สึกแบบว่า ผิดหวังเล็กๆ
และแล้วในที่สุด ก็ได้ดูจนได้ โชคดีจัง รอบ 12:30 น. ตีตั๋วเสร็จก็เข้าไปเลย

DaVinci Code - เป็นหนังสือที่อ่านสนุก แต่เป็นหนังที่..
lunar ไม่ขอเล่าเรื่องหรอกนะ เพราะถ้าจะเล่าเรื่องย่อ ต้องกลับไปเปิดหนังสือใหม่ แต่ดูหนังแล้ว บอกตรงๆว่า ออกจะน่าเบื่อ แต่อย่างว่าแหละ หนังสือแนวนี้ ตอนอ่านที่สนุกก็เพราะ เหมือนอ่านประวัติศาสตร์ เช่นที่มาของ ศุกร์ 13 ลัทธิต่างๆ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า) แต่จะเอาพวกนี้มาบรรยายในหนัง มันก็จะเบื่อๆ
ในหนังสือ แต่ละครั้งที่มีการไขปริศนา อ่านแล้วอึ้ง ทึ่ง โอ้ คิดได้ไง เล่มนี้ อ่านไปได้กลางๆเรื่อง ก็พอจะรู้ว่า ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง (แต่เรื่อง Angels & Demons ไม่รู้อ่ะ เดาไม่ถูก)

หลังจากที่ดูผลการโหวตแล้วก็พบว่า คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือ ก็บอกว่า OK จนถึง ชอบเลยล่ะ แต่คนที่อ่านหนังสือแล้ว ก็ส่วนใหญ่จะไม่ชอบ --> เรื่องปรกติอยู่แล้ว

หนังเรื่องนี้ได้เรต PG13 แต่วันนี้เห็นมีคนพาเด็กไปดูด้วย ไม่น่าเลยน๊า เพราะมีหลายฉากที่รุนแรง เช่น ฉาก สิลาส ทรมานตัวเอง, โซนิแยร์ตาย, ฆ่าแม่ชี

ได้ยินข่าวมาว่า จะมีการนำ Angels & Demons มาสร้างเป็นหนัง เรื่องนี้น่าจะ OK กว่านะ สนุกกว่าด้วย เพียงแต่ จะไปถ่ายทำยังไง ทั้งวาติกันเอย ห้องสมุดวาติกันที่น้อยคนนักจะได้เข้าไป แล้ว CERN อีกล่ะ อีกอย่าง ฉากหลายฉาก ออกจะน่ากลัว เช่น การสังหารพระคาดินัล, การตายของ เวตรา อึ๊ย! สยอง