อีกไม่กี่วัน หมู่บ้านของ lunar ก็จะมีตลาดเป็นของตัวเองแล้ว
อาจจะนึกแปลกใจ ก็อีแค่ตลาดสด ก็แหม นับจากวันที่มาอยู่ที่บ้านดวงแก้ว จนวันนี้ก็ 10 ปีกว่าแล้วอ่ะค่ะ ด้วยความที่ย้ายบ้านจากในเมือง มาเป็นคนชนบทกะเขา ห่างไกลจากความเจริญมาโขทีเดียว
แรกๆตอนมาอยู่ ใช้เวลานานมากอ่ะค่ะ กว่าจะปรับตัวได้ ก็เมื่อก่อน เดินออกจากบ้านไปประมาณ 100 กว่าเมตร ก็ถึงตลาดสดแล้ว สะดวกสบายเสียนี่กระไร แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ ตลาดสดที่ใกล้ที่สุด ก็ต้องขับรถไปประมาณ 5-6 กิโล
แรกๆ ตอนที่ยังไม่มีตลาดสด ตลาดนัด ก็มีรถกระบะขายของเข้ามาที่หมู่บ้านเรื่อยเลยอ่ะค่ะ ก็นับว่ายังดี เพราะบางครั้งจะได้ซื้อกับข้าว ของสดเล็กๆน้อยๆโดยไม่ต้องไปตลาด
แต่อย่างว่า รถกระบะบางคันก็มาเช้ามากๆๆ มาวันไหนไม่มา มาวันเสาร์ อาทิตย์ก็มี ทำให้วันเสาร์ อาทิตย์แทนที่จะได้นอนตื่นสายซะหน่อย ก็ไม่สามารถทำได้ ถ้า lunar นอนๆอยู่ประมาณ 6 โมงเช้าจะมีเสียงประมาณนี้
รถคันที่ 1 : ข้าวสาร จ๊ะ ข้าวสาร
รถคันที่ 2 : กับข้าว จ้า กับข้าว
รถคันที่ 3 : หมูสด ปลาสด ของสดๆทั้งนั้นจ้า
รถคันที่ 4 : ของหวาน ผลไม้ เงาะ ทุเรียน ก็มีนะจ๊ะ ออกมาดูมาชมก่อนจ๊ะ
รถคันที่ 5 : หอยลาย จ๊ะ หอยลายตัวโตๆๆ อ้วนๆ 3 โล...
:
สลับกับแม่ค้าหาบปลาทูมาขาย
แม่ค้า : ปลาทูนึ่ง จ้า ปลาทูจากแม่กลองจ้า
อะไรประมาณนี้ เฮ้อ.. คนจะนอน
ผ่านไปสักประมาณ 1 ปี ก็เริ่มมีตลาดนัด มีทุกวันพุธ ยังจำกันได้มั๊ยอ่ะ ตอนช่วงหนึ่ง กรุงเทพ จะห้ามขายของทุกวันพุธ แต่ที่นี่กลับมีตลาดนัดวันพุธเสียนี่
ผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง ก็เริ่มเพิ่มวันอีกวัน คือวันเสาร์ แล้วต่อๆมา ก็กลายเป็นมีตลาดนัดทุกวัน
หมู่บ้านของ lunar เป็นหมู่บ้านเดียวในละแวกนี้ที่มีตลาดนัด อันนี้ข้อมูลจากแท็กซี่อ่ะค่ะ แหมฟังแล้วน่าภูมิใจอยู่นะ 555
และแล้ว วันนี้ ก็จะมีตลาดสดแล้ว ไม่แน่ใจว่า ผู้ใดมาลงทุน ปรับเปลี่ยนสถานที่ใหม่หมด ก่อสร้างอาคาร มีร้านค้าเยอะแยะ มีศูนย์อาหาร ที่จอดรถ จะเปิดยิ่งใหญ่วันที่ 1-5 ธันวา นี้ ฉลองตลาดใหม่ด้วยการแสดง ร้องเพลง ในตอนกลางคืน พร้อมกับมีการจับฉลากของรางวัล เป็นตู้เย็น โทรทัศน์ ด้วยอ่ะ
หมู่บ้านเราพัดทะนาแย้ววว....
Sunday, November 26, 2006
กว่าจะมาเป็น ตลาดดวงแก้ว
Posted by Susan Joan at 10:50 PM 0 comments
Saturday, November 25, 2006
Cleaning Day
หลังจากการตะลอนเมื่อวาน วันนี้ก็ปวารณาตัวเองอยู่บ้านละกัน เปิด notebook ขึ้นมาดู TV (กิจกรรมปรกติ) ระบบก็ฟ้องว่า "Low Space"
อันที่จริงมันก็ฟ้องมาตั้งนานแล้วอ่ะ แต่ก็ปล่อยๆมันไปก่อน เอาล่ะ ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้ไปไหนแล้ว จัดการเคลียร์ไฟล์ต่างๆที่ไม่ได้ใช้ดีกว่า
ค่อยๆนั่งไล่ไปทีละ folder โอ้มากมายเสียจริง เนื้อที่ตั้ง 40 GB ก็ค่อยๆลบไปเรื่อยๆ ไอ้ที่เมื่อก่อนเก็บนักเก็บหนา เก็บไม่เป็นระเบียบเนี่ย วันนี้ถึงได้รู้แล้วอ่ะ
หลังจากทำการเคลียร์ drive C เสร็จบวกกับการทำ compress ไฟล์ทั้ง drive ก็ได้เนื้อที่คืนมาได้จำนวนหนึ่ง อย่ากระนั้นเลย ทำ defragment ด้วยดีกว่า
อือม ตั้งแต่การ format คราวที่แล้วถึงได้รู้ว่า ไม่เคยทำ defrag เลยละมั้ง หลังจากการ analyze ถึงได้ขึ้นแถบแดงทั้งนั้น (แถบแดง คือ ไฟล์ที่เกิด defrag) ก็ OK งั้น จัดการเลยละกัน
ช่วงระหว่างตั้งแต่ทำ compress จนถึง defrag นั้น ใช้เวลานานมากเลยอ่ะค่ะ lunar ไม่รู้จะทำไรดี ก็เลยจัดแจงจัดข้าวของต่างๆที่รกแสนรก อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน, ตู้โชว์
ผลปรากฏว่า วันนี้ทิ้งของไปตั้งเยอะ ทั้งสลิปบัตรเครดิตเอย ทั้งๆที่เก็บมาตลอด ทุกใบ (ไม่รู้ว่าจะเก็บทำไม), เศษกระดาษต่างๆ ข้าวของที่ไม่ได้ใช้ นอกจากทิ้งของไปเยอะแล้ว ยังได้เจอของต่างๆที่คิดว่าหายไปแล้ว เช่นตุ้มหู หรือสร้อยต่างๆที่ลืมไปนานแล้วว่าเคยมีกะเค้าด้วย
ส่วนตู้โชว์ก็ไม่มีของประดับสวยๆโชว์หรอกค่ะ ส่วนใหญ่เป็นที่เก็บพวกของชำร่วยงานแต่งงาน ของที่ระลึกเวลาไปเที่ยวที่ต่างๆซะมากกว่า ค้นๆพวกที่ไม่อยากเก็บแล้ว เผื่อไปบริจาคในวันเด็กดีกว่า
หลังจากจัดการกับข้าวของไปได้สักพัก เริ่มมึนอ่ะค่ะ กลับมาที่ notebook ต่อดีกว่า ก็จัดการกับอีก drive เสร็จ ก็คิดว่าจะย้ายรูปต่างๆไปไว้ที่เครื่อง desktop ดีกว่า จะได้ทำการ write ลง CD ไปทีเดียว
แต่เมื่อเริ่มจะทำปฏิบัติการดังกล่าว ก็พบปัญหาเดียวกับเครื่อง notebook นั่นคือเรื่องของ diskspace ไม่พอ ดังนั้น อย่างแรกที่ต้องทำ ก็คือสะสางซะก่อน (ส. แรกในบรรดา 5 ส.เลยนะเนี่ย)
ค่อยๆไล่ไปทีละ folder ไฟล์ไหนเก่าแก่เหลือเกิน ก็ลบๆๆๆ ย้ายไปๆมาๆ จัดเป็นกลุ่มๆ กลุ่ม MP3, รูป, Ebook, หนัง etc. แต่ถึงแม้ว่า จะลบไปเยอะ แต่เนื้อที่ก็ลดลงไปไม่มากเท่าไร
Compress ไฟล์แล้วก็ defrag อีกครั้ง ก็พอจะได้เนื้อที่คืนมาจำนวนหนึ่ง นี่ยังไม่ได้เอารูปจาก notebook ถ่ายมาใส่ desktop เลย ก็หมดเวลาไปวันนึงซะแล้ว พร้อมกับความมึนตึบ
ผลจากการจัดการไฟล์ในวันนี้ ทำใหlunar ไปค้นเจอ forward mail น่ารักๆฉบับหนึ่ง ที่ lunar ชอบ เลยเอามาฝากกัน









Posted by Susan Joan at 10:48 PM 0 comments
Friday, November 24, 2006
หาตังค์กินขนม
วันนี้ lunar ลาหยุดพักร้อนหนึ่งวัน ยังกลุ้มอยู่เนี่ย เหลือวันลาพักร้อนอีกเพียบ จะใช้หมดทันสิ้นปีอ่ะเปล่า ไม่ใช่ว่าตลอดปีที่ผ่านมาจะขยันไรมากมายนักหรอก แต่หาโอกาสหยุดไม่ค่อยได้ อีกอย่างหยุดแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยไม่ค่อยได้ลาพักร้อน ตอนแรกตั้งใจว่า เดือนหน้า จะใช้วันลาพักร้อนให้หมด แต่ๆๆๆ เดือนธันวาคม outsource จะมาเพียบเลย งานก็ต้องดำเนินต่อไป ท่าทางจะลายากซะแล้ว
เมื่อเช้าแปลกแหะ ฝนตก กลางๆ ไม่ถึงกับหนักมาก แต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนแบบนี้ สงสัยเป็นฝนหลงฤดู ทำให้ชั่งใจอยู่นานว่าจะออกจากบ้านดีหรือเปล่าน๊า แต่วันหยุดอย่างนี้ ไม่อยากอยู่บ้านเลย อีกอย่างตั้งใจอยากไปเยาวราช ไปทำธุรกรรมทางด้านเงินๆทองๆ อิอิ
อือม.. ก็แบบว่า ตัดสินใจว่า จะขายทองที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นปี พอได้กำไรนิดหน่อย ไม่อยากโลภอีกล่ะ ไอ้ตอนที่ราคามันพุ่งเอ๊า พุ่งเอา ก็ดันไม่ยอมขาย มัวแต่เชื่อนักวิเคราะห์อยู่นั่นแหละ ตอนนี้ ขาดทุนกำไรไปโขเหมือนกัน แต่ก็ยังดีนะ ที่ไม่ขาดทุน ก็อย่างที่ อ.สุวรรณ บอกอ่ะว่า กำไรมากน้อยไม่สำคัญ สำคัญที่ต้องไม่ขาดทุน
การซื้อขายทองเนี่ย ทำได้ง่ายจริงๆ สภาพคล่องสูงเหมือนที่อาจารย์ว่าจริงๆ ถ้าเป็นสินค้าอย่างอื่น อยากขายแต่ไม่มีคนซื้อ แย่จัง แต่สำหรับทองคำ ไปที่ร้านทอง บอกว่าจะขายทอง ไม่เกิน 5 นาที ได้เงินแล้ว
หลังจากได้กำไรมานิดหน่อย พอเป็นค่าขนม มื้อกลางวันนี้ต้องกินหรูที่สุด นั่นคือ บะหมี่เกี๊ยว แหะ แหะ ไม่ใช่ว่าจะงกหรอกนะ คือ lunar ไม่รู้ว่าจะกินไร ตอนนั้นบ่าย 3 ครึ่งแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย นึกได้แต่ร้านบะหมี่เกี๊ยว ตรงตลาดเก่า ก็เลยตรงดิ่งไปกินทันที
อือม บะหมี่ร้านนี้ราคาแพงเหมือนกัน ชามเล็กๆบะหมี่นิดหน่อย เกี๊ยวกุ้ง 2 อัน ราคา 40 บาท ตอนแรกว่าจะกิน 2 ชาม เปลี่ยนใจ ไปหาอย่างอื่นกินต่อดีกว่า
บ่ายแก่ๆแบบนี้ ก็ต้องกาแฟเอี๊ยะแซ (อีกล่ะ) วันนี้มาร้านเก่าดั้งเดิม แต่วันนี้ไม่ค่อย work อ่ะค่ะ เพราะคนเต็มร้าน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ อายุเฉลี่ยก็ 55 ขึ้นแน่เลย แถมวันนี้ควันบุหรี่โขมงไปทั้งร้าน
อันที่จริง จุดประสงค์ที่มาเยาวราชวันนี้อีกอย่างก็คือ จะมาเดินที่สำเพ็ง บอกตามตรง lunar ยังไม่เคยมาเดินสำเพ็งเลยอ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นคนกรุงเทพฯได้ไงเนี่ย ถ้าพอจะจำได้ จะว่าไม่เคยมาก็ไม่น่าจะใช่ อาจจะเคยมาครั้งหนึ่ง นานมากๆแล้ว ตอนเรียนมัธยมปลาย แต่อาจจำผิดก็ได้นะ
วันนี้มาเดินเที่ยว เดินเข้าเกือบทุกร้าน สินค้าเยอะดี ทั้งพวกเครื่องประดับ ของขวัญ ของที่ระลึก ตุ๊กตา กระเป๋า สารพัด เยอะแยะละลานตาไปหมด วันนี้เหมือนมาสำรวจ ที่ lunar สนใจก็พวก Kitty ทั้งหลาย เคยเห็นขายที่ Central เหมือนๆกัน แต่ราคาต่างกันเยอะเลย
วันนี้ได้ลองมองๆดูของที่จะซื้อสำหรับปีใหม่ด้วย เห็นสินค้าหลายๆอย่างทำเป็นรูปหมู เป็นหมูดำขาว เหมือนเป็น collection ของปีนี้ ยังไงยังงั้น ที่น่าสนใจเล็งๆไว้ ก็จะเป็นปากกาพวงกุญแจรูปเจ้าหมูดำขาวเนี่ยแหละ เสียดาย วันนี้ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป เลยไม่มีรูปมาฝาก
วันนี้เดินอย่างเดียวจริงๆ ก็สนุกดี แม้จะไม่ได้ซื้อไรเป็นชิ้นเป็นอัน ขากลับ บังเอิญเห็น วัสดุแกนกลางที่ใช้ทำตุ้มหู ก็เลยซื้อมา 1 ชุด 50 บาท แบบว่าจะมาประกอบกับ TAT ที่ทำไว้ จะได้ตุ้มหูเป็นรูปเป็นร่างซะที
กลับจากเยาวราช ยังไม่ตรงดิ่งกลับบ้านทันที ต้องไปหาข้าวเย็นกินก่อน เพราะบอกที่บ้านไว้แล้วว่าจะไม่กลับไปกินข้าวเย็น ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ไปแถว Central World แล้วกัน ทั้งๆที่ ศุกร์ที่แล้วก็เพิ่งไปมานี่นา
ไปเดินเที่ยวที่ BigC ได้สักพัก ยืนอ่านหนังสือที่ร้านหนังสือไปพลางๆ
อ่านหนังสือ --> กิจกรรมที่เคยชื่นชอบเป็นอย่างมาก แต่ได้ห่างหายจากปัจจุบันไปประมาณ 2 ปี
แต่สักพัก lunar เหมือนจะหมดแรง แบบว่า ง่วงๆ หมู่นี้เป็นไรก็ไม่รู้ ง่วงนอนตลอดเวลา ก็เลยว่าจะหาไรกินแล้วกลับดีกว่า เมียงมองอยากหาอะไรแซ่บๆกิน งั้น ยำแซ่บดีกว่า
วันนี้สั่งอาหารมาอย่างเดียว เซี่ยงไฮ้ต้มยำทะเล คือแบบว่าไม่ค่อยหิว ยังอิ่มจากขนมปัง 2 ชิ้นกับกาแฟเอี๊ยะแซอยู่เลย
ตอนขากลับเนี่ยซิ มีเรื่องตกใจเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง ก็คือว่า lunar กำลังเดินข้ามทาง เป็นทางที่ให้รถจากห้างขับไปออกถนน lunar ก็ไม่เห็นนะว่ามีรถ ก็เลยเดินข้ามไป แต่เหมือนเห็นอะไรแว๊บๆพุ่งตรงขึ้นมาอย่างเร็ว แล้วเบรคอย่างแรง เป็นรถเก๋งคันหนึ่ง คนขับผู้ชายหน้าตาแบบกวนๆ (น่าตืบจริงๆ) แล้วก็ไม่ได้ทำท่าทางว่าจะขอโทษเลยนะเนี่ย lunar มองหน้าไป มันก็เฉย ทุเรศจริงๆ
วันนี้รอดชีวิตกลับมาบ้านได้ อือม สงสัยต้องไปทำบุญบ้างแล้วล่ะ
Posted by Susan Joan at 11:36 PM 0 comments
Saturday, November 18, 2006
รำลึกถึงงานรับปริญญา(อีกครั้ง)
เช้าวันนี้ lunar ตื่นแต่เช้าทั้งๆที่เป็นวันเสาร์ เพราะมีงานรับปริญญาของเจ้าแอน น้องที่ office รับที่ไบเทค บางนา แต่ก็ยังดีนะที่รับตอนบ่าย ทำให้มีเวลาในช่วงเช้าให้ถ่ายรูปกัน แต่ถึงแม้อย่างนั้นก็เหอะ ด้วยความที่ว่า บ้านของ lunar อยู่คนละทิศละทางกับบางนา ทำให้ต้องตื่นแต่ไก่โห่
นัดกะเอ๋ที่ lotus อ่อนนุช แล้วนั่ง taxi ไปด้วยกัน วันนี้ผิดคาดแหะ เนื่องจากคิดว่าจะมีคนมากมาย รถติดมากๆ ไรทำนองเนี้ย แต่ปรากฏว่า คนไม่มากเท่าที่ควร รถก็ไม่ค่อยติด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
ที่นี่ lunar เคยมาแค่ครั้งเดียว ตอนมางาน Photo Fair มาถึงหาแอนไม่ยาก แต่เจอน้องฝนกับโต้งกำลังแอ็คชั่นถ่ายรูปอยู่ แต่ไหงเหงียนยังไม่มา ทั้งๆที่บ้านอยู่แถวนี้
ตอนแรกชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อดอกไม้ ตุ๊กตา ให้ดีเปล่าน๊า หรือว่าจะพาไปเลี้ยงฉลอง หลังจากปรึกษากับเอ๋แล้วก็คิดว่าไว้พาไปกินดีกว่า คิดว่าวันนี้ต้องมีดอกไม้เต็มมือไปหมดแน่
แต่เอ๋เห็นมาลัยมงกุฏดอกไม้ ก็เลยคิดว่า ต้องไม่มีใครซื้อให้แอนแน่เลย ก็เลยตัดสินใจซื้อไป ปรากฏว่า มีคนซื้อมาให้แอนซะแล้ว แป่ววววว...
อือม.. นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มางานรับปริญญา เห็นวันนี้ อดนึกถึงวันที่เรารับไม่ได้ แต่ของ lunar จะดูอบอุ่นกว่านี้นะ เพราะยังไงซะก็รับที่มหาลัยที่เรียนมา ทั้งปริญญาตรีและโท ยิ่งตอนรับที่เกษตร เพื่อนๆเยอะมาก ได้ถ่ายรูปกับเพื่อนเกือบครบคน (เพื่อนรุ่นเดียวกันมีตั้งเกือบๆ 300 คน) แล้วสถานที่ก็คุ้นเคย ได้ถ่ายรูปมีฉากหลังเป็นสถานที่ต่างๆที่ได้ร่ำเรียน ทั้งสุข ทั้งทุกข์(ตอนสอบ) ทั้งเฮฮา หนุกหนาน
วันนี้ดูแปลกๆ นอกจากพวกเรากับญาติๆแล้ว ดูเหมือนว่า ไม่มีใครอีก ไม่เห็นมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาถ่ายรูป อือม..แปลกอ่ะ
พวกเราอยู่กันนานเหมือนกัน แดดร้อนมากๆๆๆ รอจน 10 โมงครึ่งแล้ว เหงียนก็ยังไม่มา โทรไปตาม ได้ความว่า มาถึงแล้วแต่อยู่กับญาติเพราะรับปริญญาเหมือนกัน กว่าจะเจอกันได้ ก็แทบจะนาทีสุดท้ายแล้ว เหงียนมาพร้อมกับช่อดอกไม้หวานเหมือนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว
ถ่ายรูปกันสักพัก lunar ก็เลยปิ๊งค์ไอเดีย ให้โต้งถือดอกไม้ของเหงียน แล้วคุกเข่าแสดงท่าขอความรักต่อแอน ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ปรากฏว่า สนุกสนานกันมาก อีกรูปก็ให้เหงียนทำท่าเหมือนชี้นิ้วว่าโต้ง เฮ้อ คนคิดก็หนุกดี ไม่ได้ทำเอง แต่ปรากฏว่า ทุกคนก็สนุกกันใหญ่
เสร็จจากงานแอน แวะไปกิน MK ที่เซ็นทรัลบางนา สั่งกันมาเพียบเลย หลังจากอิ่มพุงกาง ก็แยกย้ายกันไป ฝนกับโต้งไปเรียนภาษาจีนกันต่อ lunar จะไปหาหมอ (แบบว่า ผิวหนังที่ มือเท้า มันลอกๆอ่ะค่ะ) ที่พญาไท 1 เอ๋รับอาสาจะไปด้วย
ปรากฏว่า หมอปรึกษากับ lunar เรื่องผิวหนังมือเท้า แป๊บเดียวเอง ก็แค่บอกว่าแพ้ เท่านั้น แต่ที่เหลือเนี่ยซิ กลายเป็นเรื่องผิวหน้า
แบบว่า สนใจจะยิงเลเซอร์ ที่เป็นกระ มั๊ย ทั้งหน้าราคา 5000 บาท อือม.. ใจจริง ก็อยากรักษามาตั้งนานแล้วอ่ะ แต่ก็กลัวเรื่องผลข้างเคียงของการยิงเลเซอร์ แต่ถ้าจะยิง ต้องไปที่โรงพยาบาลนนทเวช ที่นี่ไม่มีเครื่องมือยิงกระ(ลึก)
วันนี้ต้องจ่ายตังค์เพิ่มอีกเกือบ 300 บาท แพงจัง ทั้งๆที่ใช้บัตรอยุธยาอลิอันซ์ไปแล้ว 800 บาท อือม.. แล้วนี่ 5000 ค่ายิงเลเซอร์มันจะไหวเหรอ ไม่น่าจะใช่เลย
กลับจากหาหมอ ยังมีแรงไปเดินเยาวราช ทั้งๆที่เหนื่อยเหมือนกัน เหนื่อยเพราะอากาศมันร้อนซะมากกว่า ไปเยาวราชเพราะเอ๋จะไปซื้อแบตเตอรี่ของมอเตอร์ไซด์แถวคลองถม lunar ก็เลยขอแวะกินกาแฟเอี๊ยะแซ เพิ่มพลังซะหน่อย วันนี้กลับบ้านแบบว่า หมดแรงจริงๆ
Posted by Susan Joan at 11:07 PM 0 comments
Friday, November 17, 2006
Central World Plaza : สุดไฮโซ
วันนี้เลิกงานต้องกลับบ้านคนเดียวอ่ะ เย็นวันศุกร์อย่างนี้ ยังไม่อยากตรงกลับบ้านเลย ไปเดินเล่นหาข้าวเย็นกินก่อนดีกว่า
ชั่งใจอยู่ว่าจะเดินห้างแถวๆออฟฟิค ก็คือ โรบินสัน ดีมั๊ย จะได้กลับบ้านสะดวก แต่วันนี้อยากไปแถวราชประสงค์ดีกว่า ชอบแถวนั้นนะยิ่งตอนปีใหม่ บริเวณแยกราชประสงค์จะประดับไฟสวยมาก แต่ระยะหลัง 2-3 ปีนี้ไม่ค่อยได้ไปแถวนั้น
ไปแวะกินข้าวที่บิ๊กซี กะว่าจะไปกินสเต็กฮันเตอร์ แต่ปรากฎว่า ไม่มีแล้ว อือม ไม่ได้มานานก็แบบนี้ ก็เลยกินอาหารญี่ปุ่น แบบว่า ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว เป็นร้านเปิดใหม่ชื่อ Yayoi ราคากันเอง 99 บาท
ก่อนที่จะเข้ามาที่บิ๊กซี เห็น Central World Plaza มีคนจำนวนมาก ดูจากภายนอก รู้ได้เลยว่าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมาก ดูจากภายนอก เห็นเป็นกระจกตรงฝั่งบริเวณหน้าห้าง ช่วงนี้คงเป็นเทศกาลเบียร์ คนกินเบียร์กันเยอะเลย
กินข้าวเสร็จ ก็เลยไปเดินเที่ยวย่อยอาหารซะหน่อย แต่อือม.. Central World วันนี้ต่างจาก World Trade ในวันก่อน lunar เข้าไปดูแล้วเราเหมือนกะโปโลเลยอ่ะ ข้างในวันนี้เนี่ย ตกแต่งซะหรูเริ่ด ไม่แพ้ เอ็มโพเรียมหรือพารากอน วันนี้ตรงกลางลาน จะจัดเป็น event การเปิดตัวสินค้าต่างๆ วันนี้เห็นมีเปิดตัว หนังสือ แล้วก็พวกแฟชั่น(มั้ง ไม่ค่อยแน่ใจ) เห็นแต่ละร้าน ตกแต่งแบบว่า สวยงามจริงๆ แบรนด์นอกทั้งน้านนน
ห้างร้านแบบเดิมๆที่เคยเห็น ก็ยังพอมีบ้าง แต่น้อยลงไปมาก lunar เลยรู้สึกเอ๋อๆยังไงไม่รู้ เห็นแต่ละคนที่มาเดินก็แต่งตัวซะเดิ้น ยิ่งคนที่มาร่วมงานเปิดตัวสินค้าด้วยแล้ว เริ่ดจริงๆ
สงสัยวันหน้า ถ้าจะมาที่นี่ ต้องขอเวลาแต่งตัวสักครึ่งวันก่อนแล้วกัน อิอิ..
Posted by Susan Joan at 11:19 PM 0 comments
Labels: Unseen BKK
Sunday, November 12, 2006
select * from mystamp order by year(date)
วันนี้ตอนแรกตั้งใจว่าจะออกไปเดินเที่ยวซะหน่อย แต่แล้วได้ยินมาว่า น้องปอนด์จะมาเที่ยวบ้าน ก็เลยอยู่บ้านรอรับละกัน ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้วนิ
แต่หลังจากบ่ายๆ น้องปอนด์กลับไปแล้ว ก็เลยดูๆว่าจะทำไรดีน๊า และแล้วก็เห็นว่า stamp ที่เก็บไว้จำนวนมาก สะสมมาตั้งนาน หลายปีมาแล้ว อือม..ขอนับก่อน สะสมตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นฮิตกันมาก คือว่า มีมากแล้วก็รู้สึกเริ่มไม่อยากสะสมแล้วอ่ะ จะขายดีมั๊ยน๊า
เอามาดู มีตั้ง 4 เล่มใหญ่ๆ เป็น sheet 2 เล่ม stamp 2 เล่ม สะสมมาเรื่อย เคยมีหยุดสะสมไปพักหนึ่ง ประมาณปี 30 ที่ยังจำได้เพราะว่า ปีนั้นเป็นปีแรกที่กรมไปรษณีย์ออกแสตมป์ทอง ในหลวงครบ 5 รอบ ราคา 100 บาท ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่มีตังค์ซื้อ ก็เลยขาดการสะสมไปช่วงหนึ่ง
ตอนประมาณกลางปี 39 ช่วงที่กำลังจะย้ายบ้าน มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ลืมเกี่ยวกับการซื้อแสตมป์ ก็คือว่าตอนนั้น กรมไปรษณีย์ออกแสตมป์ทองปีกาญจนาภิเษก ตอนนั้น lunar ทำงานแล้ว พอมีตังค์บ้าง อยากซื้อสะสม ช่วงที่แสตมป์ออกมา lunar ก็ย้ายบ้านพอดี แสตมป์ยังส่งไปที่บ้านเก่าอยู่ แม้ว่าจะมีการเซ็นต์ชื่อรับ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครรับไป
lunar พยายามติดต่อกรมไปรษณีย์ เพราะไม่แน่ใจว่า ที่ยังไม่ส่งเนื่องจากการล่าช้าตรงจุดใด เขียนจดหมายไปที่กรมตั้งหลายครั้ง คือถ้าเป็นแสตมป์ชุดอื่น lunar ก็ตัดใจไม่เอาก็ได้ แต่นี่เป็นแสตมป์ทอง ราคาหน้าดวงก็ 100 บาท นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชุดที่ออกในตอนนั้น
ยังดีนะที่ sheet ส่งมาตอนหลัง sheet ชุดนี้ราคา 1000 บาท แพงอ่ะ เพราะมีแค่แสตมป์ทองดวงเดียวตรงกลาง ดังนั้น ก็ได้ sheet ไป ส่วนตัวแสตมป์ก็ตัดใจ คงไม่ได้แล้ว Y_Y
พอจำได้ลางๆว่า กลับมาสะสมอีกทีก็ประมาณปี 40 ห่างไปหลายปี ช่วงนั้นก็พยายามหาเก็บแสตมป์ที่ไม่มี พร้อมกับบอกรับสมาชิกแสตมป์กับsheet เพราะเห็นว่า sheet ก็น่าสะสม สวยดี เป็นแผ่นๆ ลวดลายสวย ชอบอ่ะ
หลังจากนั้นก็สะสมมาเรื่อยๆ ไม่ได้ขาด ตอนหลังๆก็จำชุดแสตมป์ไม่ได้ล่ะ มันเยอะมากมายไปหมด
เคยเก็บแสตมป์ของประเทศอื่นด้วย ไปซื้อถึงถิ่นเลยนะ ตอนที่ไปยุโรปอ่ะ ก็พยายามซื้อแสตมป์ในราคาที่ส่งไปรษณีย์บัตรกลับประเทศไทยได้ จะได้เป็นข้อมูลว่า ถ้าต้องการส่งไปรษณียบัตรกลับเมืองไทย ต้องซื้อในราคาเท่าไร
มาวันนี้ จะเลิกสะสมซะแล้ว ตัดใจขายดีกว่า ยิ่งนานไป แสตมป์บางดวงด้านหลังเริ่มออกสีเหลืองๆ อาจเป็นเพราะว่า การเก็บแสตมป์ก็สำคัญนะ ต้องพยายาม เลี่ยงแสงแดดและความชื้น หากมีสีเหลือง ก็ไม่มีใครซื้อ ถึงซื้อก็ต้องขายในราคาถูกๆ
แต่จะขาย ก็ไม่ใช่ง่าย ก่อนอื่นต้องสืบราคาตลาดซะก่อน พยายามหาข้อมูลจากในเว็บแต่กว่าจะเจาะลึกแต่ละชุดได้ ก็เหนื่อยอ่ะค่ะ เพราะมีเยอะ ก็เลย อย่ากระนั้นเลย มาจัดแสตมป์ใหม่เรียงปีไปเลยดีกว่า เวลาเทียบกับข้อมูลในเว็บจะได้หาง่าย เพราะส่วนใหญ่ที่ขายกันในเว็บก็จะเรียงตามปี
ก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังมีเวลาว่างมากมาย lunar ก็จะจัดแสตมป์โดยดูจากชุด เช่น ชุดสัตว์ป่า สัตว์น้ำ ชุดในหลวง วันเด็ก ปีใหม่ ศิลป etc. แต่ถ้าจะเอาทั้งหมดมากาง แล้วเรียงใหม่ ต้องใช้เวลาพอสมควร
วันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเย็นต่อด้วยค่ำ ก็ยังเรียงไม่เสร็จเลยค่ะ ต้องใช้แว่นขยายช่วยเพิ่มเติม เพราะแสตมป์บางชุดพิมพ์ปีที่ออก ตัวเล็กมาก ต้องเรียง เขียน label แล้วถึงได้รู้ว่า เก็บมาตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปัจจุบัน แต่ช่วงปีแรกๆ ก็มีไม่กี่ชุดอ่ะค่ะ ปีหลังๆซิ มีทุกชุด
เอามานั่งจัดไปจัดมา ก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน อยู่กับเรามาตั้งนานนะ นานกว่ารู้จักเพื่อนหลายๆคนอีก ไม่รู้ว่าหลังจากจัดทั้งหมดเสร็จ ยังจะยืนยันความตั้งใจเดิมอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะเก็บอยู่ในตู้ตามเดิม
ตัดสินใจยากจัง เอาเหรียญบาทมาโยนดีมั๊ยน๊า
Posted by Susan Joan at 11:18 PM 0 comments
Sunday, November 05, 2006
ลอยกระทง@สวนสันติชัยปราการ
ลอยกระทงปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ อยากออกไปเดินเที่ยวเล่น อ่านจากข่าวประชาสัมพันธ์เห็นมีจัดงานหลายที่ กรุงเทพฯ เห็นมีจัดล่องเรือประดับไฟที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถเห็นได้หลายที่ ก็คิดว่าจะไปสวนสันติชัยปราการละกัน อยากกินโรตีมะตะบะ อร่อยๆ
ก่อนไปงานลอยกระทง แวะไปเที่ยวงาน ComMart ที่ศูนย์สิริกิตต์ วันนี้วันสุดท้ายแล้วอ่ะ มีใครบางคนอยากซื้อ Compact Flash ราคาลดลงมามากๆ ขนาด 2GB 50X ราคา 1620 บาท ส่วน lunar ไม่ได้ซื้ออะไร เพราะไม่รู้ว่าจะซื้อไรดี พวกอุปกรณ์ electronic พวกนี้อ่ะนะ ถ้าไม่ได้จำเป็นใช้ ก็ไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไร เพราะราคาจะลดลงมาเร็วมาก ยิ่งพวกมือถือไรเนี่ย ฟังก์ชันเยอะๆ ก็ไม่ได้ใช้ ผ่านไปสัก 1 ปี ราคาแทบจะไม่เหลือเลยค่ะ
อ้อ อีกอย่างที่สังเกตุเห็นสำหรับ ComMart ปีนี้ ก็คือพวกเครื่องเล่น MP4 เห็นวางขายแบบผูกกับสายคล้องคอแล้วห้อยลงมาจากที่แขวน วางเรียงเป็นแนว บอกราคากับ spec เหมือนที่เซินเจิ้นเลยอ่ะ มีคนสนใจเยอะมาก บูทไหนขายเจ้า MP4 บูทนั้นมีคนตรึม แต่เจ้า MP4 เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นของ noname ยังไม่มีพวก brand name ลงมาเล่น (สงสัย import มาจากจีน) lunar ดูๆแล้ว จอมันเล็กๆ แล้วจะดูหนังยังไงเนี่ย ตอนแรกเอ๋สนใจจะซื้อ แต่ lunar ว่ายังไม่ค่อยจำเป็นซะเท่าไร ในรถก็มีเพลงฟัง อยู่ออฟฟิคก็เปิดจาก notebook ละกัน
พอได้เวลาก็ไปสวนสันติดีกว่า ไปถึงก็เย็นๆละ (หมายถึงเวลาเย็น ไม่ใช่อากาศเย็นอ่ะ) ไปถึงเห็นบริเวณริมแม่น้ำ โอ้โฮ น้ำท่วมขึ้นมาสูงอ่ะ ท่วมสูงถึงบริเวณที่เป็นลานติดกับแม่น้ำ ก่อนนี้สามารถไปเดินเล่นได้ ตอนนี้ไม่สามารถแล้วค่ะ อือม.. แล้ววันนี้ จะลอยกระทงยังไงกันละเนี่ย
สักพัก คนก็เริ่มทะยอยกันมาเรื่อยๆ ไปกินโรตีมะตะบะดีกว่า เดี๋ยวคนเยอะ วันนี้สั่งไม่เยอะเพราะไปกันแค่ 2 คน อีกอย่างเพิ่งจะอิ่มจาก โออิชิ ราเมน กับ swensen 59 มา อร่อยดีนะ โรตีมะตะบะ พระอาทิตย์ เจ้านี้
เห็นช่อง 7 สีมาทำข่าว ปีนี้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ มาดูแลกวดขันเรื่องดอกไม้ไฟ ก็ดีอ่ะค่ะ ที่สวนสันติฯเนี่ย น่าแปลก คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติ ทั้งฝรั่ง จีน เกาหลี อินเดีย etc สงสัยไม่ค่อยเคยเห็น ส่วนคนไทยก็มี จำนวน สูสีกันนะ
ยิ่งดึกคนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ lunar นั่งรอแล้วรอเล่า เมื่อไหร่จะเริ่มล่องเรือกันซะที น้ำเริ่มลดลง คนก็เริ่มทะยอยลอยกระทงกันบ้างละ แต่ก็ไม่ค่อยมาก ส่วนใหญ่คงจะมาดูเรือกันมากกว่า เห็นมีลอยกระทงโคมไฟ เหมือนงานยี่เป็งที่เชียงใหม่ แต่มีแค่ 4-5 กระทงเอง
lunar รอจนถึงประมาณ 2 ทุ่มกว่า เกือบจะเลิกรอแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มกี่โมง ก็ได้เห็นเรือค่อยๆทะยอยมา ส่วนใหญ่จะเน้นเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว ค่อยๆล่องมาเรื่อยๆ ประมาณ 20 ลำ
lunar พยายามถ่ายรูป แต่ว่า การถ่ายรูปในยามค่ำคืนเป็นเรื่องยากมากๆ ถ้าไม่ใช่มืออาชีพจริงๆอย่างน้อยก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่ง lunar เองก็ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่าง รูปที่ถ่ายออกมาทั้งหมดก็เลย เบลอๆ ไม่ชัดซะกะรูป ว๊า แย่จัง
ลอยกระทงปีนี้ ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ ไม่ค่อยได้ออกมาตะลอนแบบนี้นานแล้ว อันที่จริงก็อยากไปเดินเล่นแถวภูเขาทอง อยากกลับไปเห็นบรรยากาศงานวัด ไว้ไปปีหน้าละกัน
Posted by Susan Joan at 11:41 PM 0 comments
Labels: Unseen BKK
Monday, October 30, 2006
อีกก้าวหนึ่ง
และแล้วในที่สุด วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...
หลังจากสัมภาษณ์ไปตั้งนานมาหลายเดือนแล้ว เกือบหมดหวังไปแล้วว่า คงจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนะเนี่ย ร่ำๆอยากจะหางานใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า
วันนี้ตอนเย็น พี่เทพเรียกไปพบ พร้อมกับยื่นซองให้ ไม่ใช่ซองขาวหรอก แต่เป็นซองเลื่อนตำแหน่ง ทำงานมา 10 กว่าปี เพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งครั้งที่ 2 เฮ้อ เหนื่อยจริงๆ
ก็ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ทุ่มเท แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอะไร พยายามเต็มที่แล้ว แม้จะรู้ว่า ยังห่างไกลจากเพื่อนร่วมรุ่นอยู่
เลื่อนคราวนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเลื่อนอีกครั้งจะอีกนานเมื่อไร แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
วันนี้รู้สึกดี อยากแบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างจังเลย
Posted by Susan Joan at 10:58 PM 0 comments
Labels: true life
Monday, October 23, 2006
ร้อยเรียง เคียงศิลป์ # 13
วันนี้วันหยุดพิเศษ วันปิยมหาราช ตัดสินใจอยู่นานว่าจะออกจากบ้านดีหรือเปล่า ก็ตั้งใจอยู่นะว่าจะไปงาน ร้อยเรียง เคียงศิลป์ จัดที่ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ซึ่งก็จะมีถึงวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว แบบว่าอยากไปดูว่างานเป็นไงบ้าง เห็นมีสอนทำพวกงานฝีมือตั้งหลายอย่าง เผื่อจะทำเป็นอดิเรก หรือ ไปดูเผื่อมี idea อะไรดีดี
ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าจะไป ก็เลยต้องรีบออกจากบ้าน เผื่อเปลี่ยนใจอีก ที่ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี นี่ก็ไม่เคยไปซะด้วย แต่สุดท้ายก็สามารถไปถึงจนได้
หลังจากจัดแจงกับข้าวกลางวันด้วยบะหมี่เจแล้ว ก็เข้าไปในงาน เป็นลานกว้างอยู่ที่ชั้น 5 เขาจะจัดเป็นโต๊ะๆ เต็มไปหมด lunar รู้สึกตื่นตาตื่นใจ เดินดูรอบๆ ไปเรื่อยๆแต่ละโต๊ะ ดูว่า แต่ละโต๊ะทำอะไร หลายๆอย่างก็น่าสนใจ เลยหยุดแวะดูไปพลางๆ (เสียดายไม่ได้เอากล้องไปด้วย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก)
เดินตั้งแต่โต๊ะแรก ยันโต๊ะสุดท้าย ดูๆ ก็มีน่าสนใจอยู่ 3-4 อย่าง ก็มี เปเปอร์ มาเช่ (Paper Mache) โดยทำเป็นกล่องใส่ของ ลายการ์ตูน เช่น หมีพูห์ โดราเอมอน Toy Story, เทียนแฟนซี (Fancy Candles), ร้อยลูกปัด แล้วก็อีก 2-3 อย่างแต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร
แต่ละโต๊ะสามารถนั่งเรียนได้ เพียงแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เอง น่าสนใจหลายอย่าง เอ..เริ่มจากไรดีน๊า
หลังจาก คิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจเรียน ทำกล่องเปเปอร์ มาเช่แล้วกัน ซื้ออุปกรณ์ 120 บาท เลือกลายหมีพูห์ละกัน
จริงๆ วัสดุ ดูๆไปก็แค่กระดาษแข็งธรรมดา กับ กระดาษลายต่างๆ คนสอนเขาจะบอกให้ทากาว ด้านไหน แล้วก็ติดให้ได้โครงเป็นฝากล่องออกมาก่อน เสร็จแล้วก็ทำแบบเดียวกัน แต่ให้ได้ตัวกล่อง แล้วก็ติดลายเข้าไป จริงๆก็ไม่มีไรมาก เพียงแต่ต้องมีเทคนิคในการติดลาย แล้วก็พยายามทำให้เรียบ อย่าทากาวเยอะเกินไป
ที่ยากที่สุด ก็คือการกรีดให้ฝากล่องกับตัวกล่องแยกจากกัน หลังจากที่ติดลายด้านนอกทับฝากล่องกับตัวกล่อง เพื่อให้เป็นลายที่ต่อเนื่องกัน คือถ้าทากาวเยอะ อันนี้กรีดแล้วเจ๊งกะบ้งเลย คนสอนอ่ะมากรีดให้ lunar ครั้งแรก แล้วกระดาษลอกออกไปเลยอ่ะ ง่ะ มาต่อว่าเราอีกอ่ะ ว่าทากาวเยอะ ก็มือใหม่นี่ค่ะ
หลังจากติดลายเสร็จทั้งนอก ทั้งใน แล้วก็เอากล่องไปทากาว งงเหมือนกันทาทำไม ทั้งๆที่ไม่ได้ติดอะไรเพิ่ม เสร็จแล้วก็เป่าให้แห้ง ทาชะแล็ก แล้วก็มาติดหูหิ้ว ,บานพับ, ตัวล็อค ก็เป็นอันเสร็จสรรพ
นึกว่าจะมีเวลาเหลือ ว่าจะไปเรียนอย่างอื่นอีก แต่เย็นแล้วอ่ะ ไว้โอกาสหน้าละกัน
ไม่น่าเชื่อ กล่องเล็กๆแค่เนี้ย ใช้เวลาตั้งนาน
นี่ไงค่ะ ผลงานของ lunar ดูๆอาจไม่เนี๊ยบเหมือนที่เขาวางขายกัน แต่ก็ภูมิใจนะ จะทำขายได้มั๊ยเนี่ย
Posted by Susan Joan at 10:17 PM 0 comments
Monday, October 16, 2006
ท่อประปาเจ้าปัญหา
ถึงแม้ว่าบ้าน lunar จะโชคดีกว่าอีกหลายๆบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในขณะนี้ ทั้งหลายจังหวัดของประเทศ รวมทั้งอ่างทอง บ้านเกิดของป๊าก็ตามที แต่ก็ยังไม่วายประสบปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำอยู่ดี
เมื่อเดือนก่อน เห็นค่าบิลน้ำประปา โอ้โฮ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 2 เท่า พร้อมกับหมายเหตุเล็กๆในบิลเขียนว่า น้ำสูง บ้าน lunar เคยเจอบิลแบบนี้มาก่อนแล้ว ตอนนั้น น้ำรั่วที่ชักโครก แต่คราวนี้ไม่ใช่แล้ว
ต้องมาจากที่ใดที่หนึ่ง แต่เมื่อลองปิดก๊อกน้ำทุกก๊อกแล้ว มิเตอร์ก็ยังวิ่งอยู่ งั้นแสดงว่าน่าจะเป็นที่ท่อประปา แล้วจะทำไงดีล่ะ ท่อประปาฝังอยู่ใต้พื้น งานนี้งานใหญ่แน่เลย ต้องรื้อพื้นบ้านออกหรือเนี่ย
2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ต้องเปิดปิดวาล์วน้ำเป็นช่วงเวลา เฉพาะเช้า-เย็น ชีวิตลำบากขึ้นมานิดนึง แต่ก็ยังถือว่า สบายและโชคดีกว่าอีกหลายๆคนที่กำลังเผชิญปัญหา น้ำท่วม (คิดซะอย่างนี้ ดูดีกว่าเยอะเลย)
เมื่อวันเสาร์ คุณลุงข้างบ้าน คงเห็นว่าพวกเราทำอะไรกันนักกันหนากับวาล์วน้ำ สงสัย เลยมาถามดู คุณลุงก็แนะนำว่า ให้สร้างท่อใหม่บนดินไปเลย ปิดท่อเก่าไปซะ อือม..ก็ดี ไม่คิดมาก่อน แบบนี้ก็ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องรื้อพื้นบ้านด้วย เอ..ทำไมก่อนหน้านี้ไม่ทันคิดนะ
ง่ะ แค่มองอีกมุม ปัญหาก็แก้ได้แล้ว ใช้เวลาทำไม่เกิน 2 ชั่วโมง แถมคนที่รับทำ ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ญาติที่รู้จักซะด้วย
วันนี้ อาบน้ำได้สบายแล้ว ไม่ต้องไปปิดวาล์วน้ำแล้วอ่ะ ปัญหามีไว้ให้แก้จริงๆ
Posted by Susan Joan at 10:31 PM 0 comments
Monday, October 09, 2006
253
253
lunar ไม่ได้ใบ้หวยหรอกนะ แต่เป็นตัวเลขที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้
ก็ผลการตรวจคลอเลสเตอรอลเนี่ยซิ ทำเอา ช็อคซีเนม่า ไปเลยอ่ะค่ะ ก็เมื่อปีที่แล้วยัง 211 ปีก่อนหน้าโน้น 241 ปีนี้หวังเป็นอย่างมากว่าจะน้อยกว่า 200 ก็เพราะว่า lunar ระดมกินกระเทียม ทั้งกระเทียมอัดเม็ด กระเทียมสด แต่ไหง ไม่ได้ช่วยไรเลยอ่ะ
คุณหมอบอกว่า ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายใช่มั๊ย อิอิ จริงๆแล้ว ไม่ใช่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่ ไม่ได้ออกกำลังกายเลย แย่จัง คุณหมอแนะว่า ให้เดินเร็วๆสักวันละ 20 นาที แต่ขอให้ทำเป็นประจำ อือม.. จะเดินตอนไหนดีนะ
เครียดจัง พยายามไม่กินปลาหมึก, หนังไก่, ไข่แดง สารพัดที่ทำให้คลอเลสเตอรอลสูงแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ได้ช่วย สงสัยต้องหาวิธีใหม่ ต้องออกกำลังกาย อย่างที่คุณหมอแนะนำ
อือม.. ก็ยังดี preventive ก่อน correct มีสัญญาณเตือนมาบอกแล้ว
ปีหน้าก่อนเถอะ..
Posted by Susan Joan at 10:18 PM 0 comments
Friday, October 06, 2006
Hong Kong : PCCW
เช้านี้ ออกจากโรงแรมแต่เช้า 7 โมงกว่าๆ check-out กันไปเลย พยายามเรียกแท็กซี่ไปที่บริษัท PCCW แต่เรียกตั้งหลายคัน ไม่ยอมไป ไม่รู้ว่าทำไม
สุดท้ายก็ไปถึงจนได้ แท็กซี่ที่นี่คิดค่าบริการเพิ่มอีกหลายสิบเหรียญนอกเหนือจากค่ามิเตอร์ เช้านี้เสียค่าแท็กซี่ไป 164 เหรียญ คิดกันว่าที่แท็กซี่หลายคันไม่ยอมมา เป็นเพราะข้ามฝั่งมาที่เกาลูน เสียค่าธรรมเนียมข้ามฝั่ง หรือ ค่าทางด่วน (ไม่แน่ใจ) แต่ขากลับเนี่ย แท็กซี่อาจต้องจ่ายเอง ก็เลยไม่มีใครอยากมา
พวกเรามาถึงก่อนเวลาประมาณชั่วโมงเศษ นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้ประมาณ 10 โมง ก็เลยไปหาข้าวเช้ากินกัน เดินแถวๆนั้น เมียงมองหาข้าวเช้า สุดท้ายมาเจอร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง
คนเยอะ สูบบุหรี่เยอะมาก อาหารเช้าวันนี้ไม่ work เลย คือไม่มีรูป มีแต่ภาษาจีน สุดท้ายก็กินบะหมี่หมู แต่ว่า.. เส้นเหมือนมาม่า เลยอ่ะ พอลองกินถึงได้รู้ว่า ใช่เลย มาม่า Oh! MyGod อุตสาห์มาฮ่องกง มากินมาม่าหรือเนี่ย
พวกพี่ๆแวะ shopping เล็กๆน้อยๆ ส่วนใหญ่ซื้อให้ลูกๆกันทั้งนั้น lunar ก็เลยซื้อให้น้องปอนด์ซะหน่อย เดี๋ยวไม่มีของฝาก เป็นวงแหวนสะท้อนแสง เคยเห็นว่าชอบเล่น ก็ ok น่ะ ดีกว่าไม่มีของฝาก
กลับไปที่ PCCW พอถึงเวลา ก็มีเจ้าหน้าที่มารับ (หล่อซะด้วยนะ) หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ก็พาไปที่ e-center ของที่นี่
อือม.. สถานที่ทำงานของที่นี่ เยี่ยมจริงๆ ดูหรูหรา ไฮเทคจริงอ่ะ แบบว่า ไม่ต้องใช้คนเยอะ ใช้เทคโนโลยีควบคุมทั้งนั้น เมื่อไรที่ทำงานเราจะเป็นอย่างนี้บ้างน๊า
ช่วงเช้าจะมีบรรยาย เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของ PCCW แล้วก็ e-center การเข้าไปในห้องนี้ จะมีการลงชื่อแต่ใช้เป็นการเซ็นต์ด้วย digital board ดูไฮ มากอ่ะ
ช่วงเช้า lunar ขอสารภาพ นั่งหลับๆตื่นๆ แบบว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งๆที่ควรจะหลับสนิท แต่ทำไมก็ไม่รู้ ทำให้เช้านี้ จับอะไรไม่ค่อยได้มาก แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะจุดประสงค์จริงๆที่มาดูงานคราวนี้ อยู่ที่หลังเที่ยงมากกว่า
ข้าวกลางวัน ทาง PCCW พาไปเลี้ยงอาหารจีน ไชโย ในที่สุดก็ได้กินอาหารดีๆมื้อหนึ่งแล้ว มีระดับผู้บริหารชั้นสูงไปกินกันหลายคนด้วยนะเนี่ย อือม..รู้สึกเกร็งๆเหมือนกัน ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้คุยหรอก ให้ผู้ใหญ่เขาคุยกันไปแล้วกัน
อิอิ ได้กินติ่มซำที่อยากกินด้วย มาฮ่องกงรอบ 2 แล้ว เกือบจะไม่ได้กินอีกแน่ะ อิ่มจัง
และแล้ว ก็มาถึงภาคบ่าย งานนี้ lunar ต้องตั้งใจมากๆอ่ะ มีคำถามเป็น 10 เลยอ่ะที่ต้องถาม แต่ดูๆเหมือนทาง PCCW จะไม่ค่อยอยากตอบ เขาเคย present ให้ทางเราฟังมา 2 ครั้งแล้วมั้ง อีกอย่าง เขาคงเห็นว่า พวกเราคงไม่ได้ซื้อแน่เลย เอาทีม development มาด้วยอีกต่างหาก
จบจาก session นี้ ก็ 5 โมงกว่าแล้วอ่ะ ต้องรีบไปล่ะ ลาก่อนนะ วันนี้วันไหว้พระจันทร์ซะด้วย นี่ถ้าอยู่ต่ออีกสักคืน จะได้อยู่เที่ยวงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ซะกะหน่อย
bye bye Hong Kong ไม่เคยคิดว่าจะมาฮ่องกง แต่ไหงไปๆมาๆ มาเป็นครั้งที่สองซะแล้ว ถ้ามีโอกาส คราวหน้าอยากมาแบบเที่ยวจริงๆจังๆ ไอ้แบบเที่ยวแอบแฝงเนี่ย มันไม่ค่อย work เลยอ่ะค่ะ
Posted by Susan Joan at 10:57 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวต่างประเทศ
Thursday, October 05, 2006
Hong Kong : Peak Tower
A Symphony of Lights
เช้าวันนี้ lunar ตื่นแต่เช้า เช้าจริงๆ ตี 3 เพราะจะไปขึ้นเครื่องบิน ไปฮ่องกงอ่ะ ไปดูงานระบบ DWFM ของบริษัท PCCW คราวนี้ได้ไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ลองของใหม่เลยนะเนี่ย
ปรากฏว่าผิดคาด ไปถึงประมาณตี 4 ครึ่งเท่านั้นเอง นั่งรถแค่ชั่วโมงเดียว ขึ้นทางด่วนแล้วก็ต่อมอเตอร์เวย์ OK อ่ะ ไปไม่ลำบาก แต่ต้องดูดีๆ เกือบลงผิดเหมือนกันนะ แปลกดี ป้ายบอกทางเนี่ย ทำไมไม่ติดช่วงที่เป็นทางแยก แต่ตรงทางที่ไม่แยก มีทางเดียว ดันติดเยอะแยะไปหมด
ไปนั่งรอสมาชิกอีก 5 คน นัดกัน 6 โมง เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่ง เดินดูสนามบินรอบๆก่อนดีกว่า
สนามบินใหญ่มากจริงๆ แต่.. ทำไมที่นั่งมีนิดเดียวเองอ่ะ เดินวน 2 รอบแล้ว นั่งรอดีกว่า
หลังจากรอจนครบทั้ง 5 คนแล้ว ก็ check-in กันละ lunar เอากระเป๋าใบเล็กไป เพราะไปแค่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็กลับละ ก็เลยคิดว่า ไม่โหลดละกันเพราะได้ยินข่าวมาว่า ผู้โดยสารต้องรอกระเป๋านาน
ระหว่างรอตรวจ passport อ๊ะอะ เจอ อนันดา อ่ะ ดูเซอร์จัง หน้าตาเฉยมากเลย ไม่รับรู้ไร ว่าจะถ่ายรูปซะหน่อย แต่ไม่ดีกว่า
ทางเดินไปขึ้นเครื่อง ยาวมากเลยค่ะ จะถ่ายรูป ก็ไม่ได้ถ่าย เพราะต้องลากกระเป๋าไปมา มานึกอีกที เอ.. เราไปเอากระเป๋าที่ฮ่องกงนี่นา น่าจะโหลดไปนะ บ้าจริง มานึกได้ตอนนี้
Hong Kong
ไปฮ่องกงคราวนี้ ไม่มีใครมารับ ต้องเดินทางไปโรงแรมกันเอง ตกลงกันตั้งนานว่าจะไปยังไงดี จะนั่ง taxi หรือจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน หลังจากบวกลบคูณหารกันแล้ว ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR ละกัน
ค่าโดยสาร 70 เหรียญ วิ่งจากสนามบิน ปลายทางที่สถานี Hong Kong แล้วจึงต่อไปที่สถานี Tin Hau โรงแรมที่พักชื่อ Metro Park ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ก็ดีเหมือนกัน เพราะต้องลากกระเป๋าไปกันเอง
คนที่นี่ เวลาเขาเดินทาง เขาจะพยายามชิดขวา อย่างเช่น เวลาขึ้นลงบันไดเลื่อน lunar ก็มักจะเผลอ ยืนชิดซ้ายบ้าง ขวาบ้าง พอรู้ตัว ก็ โอ๊ะโอ ยืนไม่เหมือนชาวบ้านเขา โก๊ะจริงๆ อย่างนี้เขาก็รู้ซิว่าไม่ใช่คนแถวนี้
หลังจาก check-in กันเสร็จ ก็นัดกันว่ามีเวลาครึ่งวัน จะไป Peak กัน ก็นะ สัญลักษณ์ของฮ่องกง ใครยังไม่เคยไปก็น่าจะไป ส่วน lunar ก็เฉยๆ ก็เคยไปมาแล้วนี่นา
นั่งรถไฟฟ้า ไปลงที่สถานี Admiralty เดินหากันไปกันมา เดินสักประมาณ 20 นาทีแล้วที่สุดก็เจอแล้ว The Peak Tram อือม.. คราวนี้หาไม่ยากแหะ ไม่เหมือนคราวที่แล้ว กว่าจะหาเจอแทบแย่
lunar ก็แนะนำว่า ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวดีกว่า ราคา 22 เหรียญ ขากลับนั่งรถบัส จะได้ดูวิวรอบข้างด้วย
มีเจ้าหน้าที่เห็น lunar รีบปรี่เข้ามาขายตั๋วรวมด้วยภาษาจีนคือ นั่งรถรางกับดูพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ เห็นราคาประมาณ ร้อยกว่าเหรียญ แหะแหะ ไม่เอาดีกว่า ไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้น แสดงว่าเพิ่งเปิดไม่นาน เมื่อต้นปียังไม่เห็นนี่นา
เห็นรูปปั้นเฉินหลง ไว้โฆษณาพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ ดูไกลๆเหมือนตัวจริง ถ่ายรูปซะหน่อย ไว้ไปหลอกคนที่ทำงานว่าเจอตัวจริงมาแล้ว อิอิ
Peak Tram & Peak Gallery
นั่ง tram คนอื่นๆตื่นเต้นกันใหญ่ ตอนที่ชันมากๆ ส่วน lunar ก็นะ เคยนั่งแล้วนิเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร
มาวันนี้ Tram Tower ซ่อมเสร็จแล้ว ถ่ายรูปออกมาดูดีหน่อย ไปเดินในตึกหาข้าวกลางวันกินกัน (ทั้งๆที่เป็นเวลาเย็นๆแล้วละ) พี่ๆเขาไม่อยากเสียเวลามาก อยากหาเบอร์เกอร์กิน lunar ไม่อยากกินเลยอ่ะ อุตสาห์มาฮ่องกงแล้วนา ยังจะมากินเบอร์เกอร์อีก สุดท้ายก็ต้องกินอ่ะ แต่ไปกินที่ตึก Peak Gallery
ออกจาก Peak Gallery ก็ต้องไปถ่ายรูปสถานที่ไฮไลท์ของ Peak จุดชมวิวที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูป ม่ายงั้นถือว่ามาไม่ถึงอ่ะ วันนี้อากาศไม่หนาว เย็นสบาย ถ่ายรูปไม่ลำบากมากนัก คนไม่เยอะด้วย คราวนี้เห็นมีรูปวาดมาวางขายด้วย
ขากลับ นั่งรสบัส สาย 15B ราคา 9.2 เหรียญ รถบัส 2 ชั้น นั่งชั้นบนตรงด้านหน้า นอกจากจะได้ชมวิวแล้ว ยังได้บรรยากาศเหมือนนั่งเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ด้วย ก็เวลารถเลี้ยวซ้าย-ขวาแต่ละที ยิ่งกว่าตอนไปปายอีก
กลับมาข้างล่าง รถติดง่ะ แต่ติดยังไงก็ยังไม่เหมือนที่กรุงเทพ พวกเรานั่ง MTR ข้ามไปฝั่งเกาลูน Tsim Sha Tsui รถไฟฟ้าใต้ดินที่นี่เขาวิ่งผ่านระหว่างเกาะกันเลยทีเดียว
ตอนแรกไม่รู้ว่าพี่เขาจะพามาทำไม เห็นมีป้ายบอกว่า Star Ferry พี่ตั้มแซวว่า ท่าเรือเหรอ ไปดูที่ท่าพระจันทร์แล้วกัน
เดินไปถึงท่าเรือ อ้อ ที่แท้ก็ไฮไลท์อีกแห่งของฮ่องกง มองจากฝั่งเกาลูนเห็นตึกสูงๆเต็มไปหมด กลางคืนเปิดไฟสวยดี บรรยากาศสวยดีจริงๆ อากาศไม่หนาว เดินเล่นสบายๆ บอกพี่ตั้มว่า เอ..เห็นทีจะไม่เหมือนท่าพระจันทร์แล้วนา
พวกเรารอจนถึง 2 ทุ่ม เพราะได้ยินประกาศว่าจะมีการแสดงดนตรีประกอบแสงเลเซอร์ (Symphony of Lights) พอถึงเวลา แต่ละตึกก็จะเล่นแสงให้พยายามเข้ากับดนตรี บางตึกก็มียิงเลเซอร์ ดูละลานตาไปหมด การแสดงมีประมาณ 15 นาที
จบจากการแสดง นั่งรถไฟฟ้าไปที่ Mong Kok สถานที่ shopping ของแบรนด์เนมดังๆ แต่มาช่วงนี้ ไม่มีการ sale ก็เลยกะว่าจะมาเดินเอาบรรยากาศ
มื้อเย็น ไปกินบะหมี่เกี๊ยว ร้านใกล้ๆกับร้านสีฟ้า ชามใหญ่มากเลยอ่ะ แต่เกี๊ยวกุ้งก็มีกุ้งตัวใหญ่ๆ lunar กินไม่หมดชาม ไม่น่าเชื่อ อยู่เมืองไทยกินบะหมี่ 2 ชาม อยู่ที่โน่น ชามเดียวกินไม่หมด
เสร็จจากอาหารเย็น เดินเที่ยวเล่น ก็ไปเจอร้านขายขนม ของฝาก พวกเราก็จัดแจงซื้อกันใหญ่เลย ทั้งบ๊วย chocolate etc แบบว่า ไม่มีเวลาแล้ว ก็ต้องซื้อของฝากกันละ lunar ก็หุ้นกับหัวหน้าอีก 2 ซื้อรวมกันเลยแล้วกัน หมดไป 324 เหรียญ โอ๊ะโอ 1600 บาท
หลังจากตัวเบากันไปยกที่หนึ่งแล้ว พวกเราก็ออกเดินเล่นบริเวณนั้น คนเยอะจริงๆ เยอะกว่าแถวสยามบ้านเราประมาณ 3-4 เท่า นี่ขนาด 4 ทุ่มกว่าๆแล้วนะเนี่ย
แต่ละคนหมดแรงเดินกันแล้ว ก็เลยกลับโรงแรมกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ทำงานทำการจริงๆจังๆ เฮ้อ หมดเวลาเที่ยวแล้ว
Posted by Susan Joan at 11:13 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวต่างประเทศ
Wednesday, September 20, 2006
วันหยุดที่ไม่คิดว่าจะมี
ข่าวใหญ่เช้าวันนี้ จริงๆก็เป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ก็คือข่าว การปฏิวัติ ยึดอำนาจทางการเมือง
เมื่อคืนรู้สึกแปลกๆแล้ว ช่อง 5 ไม่มีรายการปรกติ มีแต่เปิดเพลงเกี่ยวกับในหลวง สัก 4 ทุ่ม ก็ได้ยินว่ามีการประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้น สักพักเท่านั้น รายการทุกรายการ ทุกช่อง ก็ตัดหมด แล้วก็มีการแถลงการณ์ ใจความทำนองว่า คณะปฏิรูปการปกครองควบคุมสถานการณ์ต่างๆไว้แล้วโทรคุยกับเอ๋ พยายามเข้า web ต่างๆ ปรากฏว่า เข้าไม่ได้ โดน block แล้ว เข้าได้ก็ช้ามากๆ เพื่อนๆน้องๆ online เข้ามาเพียบ lunar ก็พยายามสอบถามข้อมูล เพราะ ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดไรขึ้นกันแน่ สื่อต่างๆไม่สามารถรายงานได้
เช้านี้ สอบถามกันใหญ่ โทรถามคนนู้นคนนี้ เพราะได้ยินแถลงการณ์มาว่า ราชการ ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ ปิดทำการ ก็เลยโทรถามหัวหน้า ปรากฏว่า HR ประกาศหยุดแต่หัวหน้าใหญ่ให้มาทำงาน อ้าว เอาไงกันแน่ละเนี่ย รอดูเหตุการณ์อยู่บ้านก่อนละกัน ฝนก็ตกด้วยซิ
หลังจากรอสัก 8 โมงเช้า ก็มี sms มาบอกว่า ประกาศหยุด แต่ให้ stand by ที่บ้านเผื่อมีปัญหาไร ก็ OK จะได้กลับไปนอนต่อ Oops...
แต่มีคนบางคน ไปทำงานด้วยอ่ะ แถมพยายามลาก lunar ไปทำงาน เชอะ ไม่ไปอ่ะ บริษัทประกาศหยุดแล้ว เชิญเถอะ ยกตำแหน่ง Man of the Year ให้ละกัน
หลายวันก่อน lunar ยังพูดอยู่เลยว่า สมัยนี้ เมืองไทยยังจะมี ปฏิวัติ อยู่อีกเหรอ ประเทศอื่นๆเขาจะมองว่า ประเทศไทยเนี่ย ล้าหลัง อยู่อ่ะเปล่าเนี่ย
จะยังไงก็ตามที อยากให้สถานการณ์มันจบเร็วที่สุด นี่ยังดีนะ ที่ไม่มีการปะทะกัน lunar ไม่ขอออกความเห็นในที่นี้ แต่อยากให้สิ่งต่างๆที่คลุมเครือมานาน มันมีทิศทางที่จะไปซะที จะไปซ้ายหรือขวา ก็ตาม บ้านเมือง ประเทศชาติจะได้ก้าวไป อย่าหยุดนาน
วันนี้เป็นวันหยุดที่ไม่คาดคิดจริงๆๆ
Posted by Susan Joan at 1:48 PM 0 comments
Friday, September 15, 2006
Token Key
วันนี้ตอนบ่ายๆ เจ้าตามเดินมาที่โต๊ะ พร้อมกับยื่นของสิ่งหนึ่งให้ แล้วก็ยื่นเอกสารมาให้เซ็นต์รับ หน้าตาของมันเป็นแบบนี้อ่ะ
lunar : อะไรอ่ะ
ตาม : Token Key เอาไว้เข้าใช้งาน SSL VPN เวลาใช้ ก็กดปุ่ม แล้วก็ key หมายเลขเข้าไป หมายเลขนี้จะอยู่ประมาณ 30 วินาที
lunar : ให้ทีมละ 1 อันเองเหรอ
ตาม : ได้มา 50 อัน ต้องแบ่งๆกันใช้
lunar : แล้วมันจำกัดว่า ต้องใครใช้หรือเปล่า
ตาม : เฉพาะเจาะจง login ใครก็ของคนนั้น
อ้าว ถ้าอย่างนั้น ก็หมายความว่า ในทีมของ lunar ก็ต้อง lunar คนเดียวเท่านั้นซิ กรรมแล้วอ่ะ
อธิบายนิดนึง คืองานของ lunar อ่ะนะ เสาร์-อาทิตย์ หรือ บางทีก็กลางคืนดึกๆ อาจจะต้อง remote เข้ามาทำงาน กรณีที่ระบบที่ lunar ดูแลเกิดมีปัญหา โดยการ remote เข้ามาก็จะเข้าผ่าน VPN ที่มีให้ก่อนหน้านี้ ก็แค่ login กับ password ธรรมดา แต่เพื่อเพิ่มความ secure ก็ต้องมีเจ้า Token Key เข้ามาเพิ่มอีก
เฮ้อ เจ้า มือถือเอย notebook เอย แล้วเจ้า Token Key นี่อีก ได้ยินว่าร่ำๆ จะได้ PDA อีกเครื่อง แต่ทั้งหมดที่ได้เนี่ยก็เป็นอุปกรณ์เสริมให้สามารถทำงานแบบ 7-11รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มมั๊ยค่ะ
Posted by Susan Joan at 6:37 PM 0 comments
Riddle กวนๆ (2)
เช้านี้ ต่อจากเมื่อวาน เรื่องปริศนาคำทาย อันเนื่องจากคนบางคน ต้องการถามคำถามเพราะอยากรู้ว่า มีใครตอบคำถามได้บ้าง หรือเพราะนิสัยดั้งเดิม คือต้องถามให้ครบทั้งแผนก
แต่ปรากฏว่า ฝนกับนุ่น ตอบได้ นุ่นตอบคำถามเรื่อง ทิงเจอร์ได้ ส่วนฝนตอบเรื่อง แกะ ได้
lunar ก็เลยเอาบ้าง งัดเอาคำถาม สุดยอดออกมา ที่ว่าสุดยอดก็เพราะว่า เป็นปริศนาที่คิดเองอ่ะ
lunar : ปลาช่อนเนี่ย จริงๆแล้วยายของปลาช่อน ไม่ใช่ปลาช่อน แต่เป็นสัตว์อะไร?
ฝน,นุ่น,โต้ง : ????
เอ๋ : คำถามยุคไหนเนี่ย
โต้ง : ใบ้ให้หน่อยซิครับ
lunar : อือม.. คำถามนี้ ต้องทำการ diff 2 ชั้น
ฝน : ฝนไม่เก่ง math ด้วยอ่ะ
lunar : แล้วก็เกี่ยวกับ สุภาษิตของไทยด้วย
lunar : ยอมยัง คำถามนี้เนี่ยนะ รับรองไม่เคยได้ยินจากที่ไหน เพราะว่าคิดเองนะ
หลังจากคิดกันแล้ว คิดกันเล่า สุดท้ายน้องๆก็ต้องยอม อิอิ.. ใครจะไปตอบได้เล่า
lunar : คำเฉลยก็คือ ค้างคาว
ฝน,นุ่น : ทำไมอ่ะ
lunar : ก็ ค้างคาวแม่ไก่ แล้ว ก็ ไก่แก่แม่ปลาช่อน ดังนั้น ค้างคาวก็ต้องเป็นยายของปลาช่อน ไง อิอิ..
ฝน,นุ่น,โต้ง,เอ๋ : โห ใครจะตอบได้ คิดได้ไงเนี่ย
เรื่องทำนองเนี้ย เก่งนัก แต่เรื่องงานเนี่ยซิ....
Posted by Susan Joan at 10:18 AM 0 comments
Thursday, September 14, 2006
Riddle กวนๆ
วันนี้ หลังข้าวเที่ยง เอ๋มีปริศนากวนๆ มาทาย
เอ๋ : รู้ป่ะ ใครค้นพบ ไอโอดีน
lunar : อือม... (ปัญหากวนบาทาอีกละ... คิดๆๆๆ)
เอ๋ : ไม่รู้เหรอ
lunar : เดี๋ยวซิ (ไอ ต้องมาจาก I แปลว่า ฉัน แล้ว...ไงต่อดีละ
เอ๋ : เนี่ยใครๆก็รู้ ไม่รู้จริงอ่ะ
lunar : (คิดๆๆๆๆ)
หลังจากคิดอยู่นาน แล้วก็รู้ตัวเองว่า สมองของ lunar มักจะฝ่อกับเรื่องการทายปริศนาแบบนี้ ก็เลยยอมแพ้
เอ๋ : คำตอบ ก็คือ คนชื่อทิง --> ทิงเจอร์ไง อิอิ
lunar : ????
ก็หัวเราะซะนิดหน่อย ไม่ให้เสียมารยาท ปริศนากวนบาทาครั้งนี้ ทำให้นึกถึงปริศนาที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เอ๋เอามาทาย แล้วก็ทำนองว่าภูมิใจกับคำถามนี้มาก เจอใครในแผนกก็ต้องทาย
พอดี lunar นึกออก ก็เลยเล่าให้โต้งฟัง แล้วก็เลยลองถามโต้งเล่นๆ
lunar : โต้ง เวลาเราเข้าไปในร้านหนังสือ จะมีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งที่เจ้าของร้านไม่ให้อ่านหนังสือ สัตว์นั้นคือสัตว์อะไร
โต้ง : (คิดๆๆๆ แล้วก็) ช้าง ม้า วัว ควาย แพะ สัตว์ประหลาด สัตว์หน้าขน .....
lunar : ไม่ใช่ๆๆๆ ผิด
lunar : ยอมยัง
สุดท้าย โต้งก็ต้องยอม
lunar : คำตอบก็คือ แกะ ไง
lunar : ในร้านมักจะมีปกพลาสติกหุ้มหนังสือ แล้วเขียนว่า ห้ามแกะอ่าน
โต้ง : อือม...
============
แต่ว่า เรื่องนี้มันไม่จบแค่นี้อ่ะ ...
ตอนเย็น ช่วงกลับบ้าน ก็มีการพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
lunar : เอ๊ะ อย่างนี้ ไอ้เรื่อง ทิงเจอ เนี่ย จริงๆมันก็ถามได้สารพัดเลยเนี่ย เช่น แบบว่า ใครค้นพบ โซเดียมไนเตรด เป็นต้น
เอ๋ : (งงงง) แล้วมันมีเหรอ ทิงเจอโซเดียมไนเตรด
lunar : (เริ่มเข้าใจ.. ) อือม ที่เฉลยว่า ทิงเจอ ที่แท้ก็คือ ทิงเจอร์ไอโอดีน เหรอ
เอ๋ : ไรกัน เพิ่งเข้าใจเหรอเนี่ย
lunar : 55555 ก็แบบว่า ที่บ้านเรียกแต่ ทิงเจอร์ ก็เลยเข้าใจว่า เป็นมุขที่ถาม ว่า อะไรก็ได้สักอย่างแล้ว ทิงก็มาเจอ แหะแหะ
เอ๋ : โห กว่าจะ get
==========
แหม ก็คนเราอ่ะนะ มันไม่เหมือนกันสักกะหน่อย
Posted by Susan Joan at 10:41 PM 0 comments
Friday, September 08, 2006
ประมูลน้ำหนัก
วันนี้ตอนกลางวัน แผนกของ lunar ไปกินอาหารกลางวันที่ Palazzo แถวโรงแรม Emerald เนื่องในโอกาส ต้อนรับสมาชิกใหม่ 6 คนที่ย้ายมาจากแผนกอื่น พร้อมกับเลี้ยงส่ง ผึ้ง วันนี้ทำงานวันสุดท้าย
lunar มากินที่นี่หลายครั้งแล้ว ก็ประมาณว่า เลี้ยงรับ เลี้ยงส่ง ใคร ที่นี่ก็สะดวกที่สุด อาหารที่นี่เป็นบุฟเฟ่ต์ ก็เลยเต็มที่
กินแล้วอิ่มมากๆอ่ะค่ะ โอ้ น้ำหนักจะขึ้นอีกเปล่าหนอ ดูๆรูปร่างตัวเองก็กลุ้ม ตั้งแต่ทำงานที่นี่มา น้ำหนัก lunar ขึ้นมา 6 กิโล สมัยนี้ยังมีสาวคนไหน กล้าหาญชาญชัยเพิ่มน้ำหนักตัวเองขนาดนี้อ่ะเปล่า
คุยๆเรื่องนี้กับน้องๆในแผนก ปรากฎว่า ไม่รู้ว่าแผนกนี้เป็นยังไง ใครๆที่เข้ามาทำงาน จะน้ำหนักขึ้นทั้งน้าน เท่าที่รู้
เชิด 2 ปี 10 กิโล
เอ๋ ประมาณ 10 กิโล
เงี๊ยบ บอกว่า กระจอก ของผม 15 กิโล
ตั้ม บอก ชิดซ้ายไปเลย ของผม 4 ปี 20 กิโล
โอ้ อะไรกันนี่ นี่ยังไม่ได้ถามตาเซี้ย ไม่รู้ว่า จะเกทับพวกนี้อ่ะเปล่า แสดงว่า แผนกนี้อยู่ดี กินดี
สักวันเถอะ lunar จะล้างอาถรรพ์ของแผนก
แต่วันนี้ โอ้ 6 กิโล ฉันเกลียดเธอ...
Posted by Susan Joan at 11:34 PM 0 comments
Thursday, September 07, 2006
วันวุ่นๆ กับหัวใจที่เหนื่อยล้า
เช้านี้ lunar ไปถึงที่ทำงาน 10:30 น. อันเนื่องมาจากเมื่อคืนทำการ cut over เครื่อง TFAS Server ไปใช้เครื่องใหม่ งานแบบนี้ต้องทำตอนกลางคืน ช่วงเวลาที่ user ใช้งานน้อยๆ ก็เลยต้องทำเวลา 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม
เป็นผลให้กลับถึงบ้านประมาณ ตี 1
ตอนแรกหงุดหงิดเหมือนกัน เพราะมีแผนไว้แล้วก่อนว่า จะทำเวลา 6 โมงเย็น(ไม่อยากกลับดึกอ่ะ บ้านไกล ) แต่มีใครบางคนเขาไม่ยอม มีการ lobby หัวหน้าให้มา force เราทำตอนดึกๆ เฮ้อ อยากจะบอกว่า ทำระบบให้ใช้งานเนี่ย เหนื่อยแสนเหนื่อยก็แล้ว กว่าจะหา server ใหม่ให้ใช้งาน ขั้นตอนก็ต้องมากมาย หา spec ของระบบ, สั่งซื้อ, ประสานงานกับvendor เรื่องการติดตั้งซึ่งก็ต้องฝ่าฟันกับหน่วยงานต่างๆ, etc กว่าจะได้มาให้พวกท่านทั้งหลายได้ใช้งาน แล้วท่านทั้งหลาย ยังต้องให้ lunar กะน้องๆ ทำงานกันดึกๆ ดูๆเหมือน ทีมเราต้องขอร้องอ้อนวอน ประมาณว่า ช่วยกรุณาใช้ระบบด้วยเถอะ อย่างไรอย่างนั้น
กว่าจะทำเสร็จ ก็เกือบห้าทุ่มละ เตรียมต้วจะกลับบ้าน ปรากฎว่าฝนตกหนักอ่ะ Oh! My God ทำไมต้องตกตอนเราจะกลับบ้านด้วยนะ อยากให้ตกเหมือนกันเพราะร้อนมาหลายวัน แต่ไม่อยากให้ตกตอนนี้เลย
ไปนั่งรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัย ปรากฎว่าโชคไม่ดี มาช้าไปประมาณ 10 วินาที รถตู้ออกไปล่ะ ทำให้ต้องรออีกประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงกว่ารถตู้จะเต็มคัน เพราะดึกๆเที่ยงคืนแบบนี้ คนน้อย
เช้านี้หลังจากเข้าบริษัท ได้ข่าวมาว่า เมื่อคืนมีหลายๆคนไม่สามารถใช้งานระบบที่เพิ่ง install เสร็จได้ lunar ได้แต่แปลกใจ เพราะเมื่อคืนก็ได้ทดสอบแล้วว่าสามารถใช้งานได้ตามปรกติ แต่ก็รู้มาภายหลังอีกทีว่า ไม่มีใครเข้าไปจัดการอะไร สักพัก user ก็เข้าใช้งานได้ตากปรกติ เฮ้อ.. จะเป็นแบบนี้อีกนานมั๊ยเนี่ย
ยัง ยังไม่พอ นั่งเปิด email อ่าน มี email ฉบับหนึ่ง ทำให้หงุดหงิดอีก แบบประมาณว่า ทำไมเปลี่ยน server แล้ว ยังไม่ updated link ให้ทันที อะไรทำนองเนี้ย ฮึ่ม.. จะบอกว่า มีหลากหลายอย่างต้องทำ ขนาดช่วยกันทำ 2 คนแล้ว ยังหัวปั่นแทบแย่ กะอีแค่ updated link เนี่ยนะ โอ๊ยจะบ้าตาย ต้องส่ง mail มาตำหนิด้วย
วันนี้เหนื่อยล้าจริงๆ แบบว่า เจอปัญหาแต่ละอย่าง ทั้งเรื่องปัญหาส่วนตัวของน้องในทีม แล้วก็เรื่องที่ ทำไม เราต้องไปรับผิดชอบกับความผิดพลาดของคนอื่น ประมาณว่า lunar เขียน request ให้กับหน่วยงาน IT ก็พยายามเขียนให้ถูกต้อง รายละเอียดครบถ้วน แจ่มแจ้ง เพราะไม่อยากกลับมาเขียนใหม่ แต่ทาง IT เอง กลับส่งงานไปให้ผิดหน่วยงาน ซึ่งเขาให้ lunar กลับมาเขียนใหม่ จะโกรธก็ไม่อยากโกรธแล้ว หัวเราะไปเลยดีกว่า
หวังว่าพรุ่งนี้คงหายเหนื่อย
Posted by Susan Joan at 10:37 PM 0 comments
Monday, September 04, 2006
เหมันต์หายไปไหน
2-3 วันที่ผ่านมานี้ อากาศร้อนมาก เมื่อวานวันอาทิตย์ไม่ได้ออกไปไหน อยู่บ้านเปิดแอร์ เลยไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรมาก แต่วันนี้เนี่ยซิ ออกจากบ้านไปทำงาน ร้อนจริงๆ
อากาศร้อนแบบนี้ ทำให้นึกไปเรื่อยๆว่า เอ.. แล้วหน้าร้อนปีหน้าล่ะ จะยิ่งเป็นไง แล้วอีก 10 ปีข้างหน้าเนี่ยละ พวกเราจะเป็นอย่างไรบ้างนะ อากาศเมืองไทย อุณหภูมิจะไปถึง 45..48..50 องศาอ่ะเปล่า
เดี๋ยวนี้ เมืองไทยมีแต่หน้าร้อน กับ ร้อนมาก อย่างที่คนทั่วไปแซวกันจริงๆด้วย ไม่น่าเชื่อเลย แค่ประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา อยู่ๆหน้าหนาวก็หายไปจากเมืองไทยซะเฉยเลย เท่าที่จำได้ เอาแบบชัวร์ๆนะ ประมาณ 15 ปีที่แล้ว หน้าหนาวช่วงเดือนธันวาคม lunar ยังใส่เสื้อกันหนาว ขาลาย ผิวแตก แม้ว่าปีหนึ่งจะมีหน้าหนาวประมาณเดือนกว่าๆ แต่ก็หนาวอ่ะ กรุงเทพก็กรุงเทพเถอะ
เด็กรุ่นใหม่ๆยุค Y2K จะรู้หรือเปล่านะ ว่าเมืองไทยก็เคยมีหน้าหนาวด้วย นั่งนึกๆแล้ว ก็หนาวๆร้อนๆ เฮ้อ ฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น ทำร้ายธรรมชาติเข้าไป สักวันหนึ่งเถอะ ....
เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป....
Posted by Susan Joan at 10:15 PM 0 comments