Saturday, December 09, 2006

เรทติ้งทีวีไทย

หลายวันมาเนี่ย (ตั้งแต่วันที่ 1/12/06 เป็นต้นมา) เวลาเปิดดูทีวี ก่อนจะเข้ารายการต่างๆจะมีสัญลักษณ์ rating บอกประเภทของรายการ เพื่อให้ผู้ปกครอง ได้เลือกรายการที่เหมาะสมกับลูกหลานของตัวเองได้

ไอ้เจ้าสัญลักษณ์ที่มีเนี่ย ก็มีหลายแบบ ฟังๆไม่ค่อยทัน หลังจากนั่งดูมาได้สักพัก ก็เลยไปหาๆมาว่า ตกลงมันมีกี่แบบ อะไรบ้าง แล้ววิธีการกำหนดให้แต่ละรายการ มีหลักเกณฑ์ยังไง

หลังจากที่ลองๆหาดู ก็ปรากฏว่า วิธีการกำหนดว่ารายการใด ควรได้เรทติ้งใด ขึ้นกับสถานีแต่ละช่องเอง อ้าว งั้นถ้าเราเป็นเจ้าของสถานี เราก็ใส่เรทติ้งให้ผู้ชมทั่วไป ดูได้นะซิ

ว่าแล้วก็เอามาให้ดู ให้อ่านกัน เผื่อใครยังงงว่า แต่ละสัญลักษณ์มันคือไรกันแน่


"ด" รายการสำหรับเด็ก อายุ 2-12 ปี ใช้รูปจิ๊กซอว์พื้นสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ แทนการพัฒนาการของเด็กเมื่อดูรายการประเภทนี้แล้ว เด็กต้องได้เสริมพัฒนาการพร้อมกับสาระ ความสนุกต่างๆ ในรายการนั้นๆ
"ก" รายการสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 2-6 ปี ใช้รูปเด็กยิ้มสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ แทนสาระความสนุกที่เด็กควรจะได้รับตามวัยที่เหมาะสม
"ท" รายการทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย ใช้รูปบ้านสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่าของครอบครัว หมายถึงรายการที่ทุกคนในบ้านสามารถชมได้
"น" แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
รายการที่ผู้ใหญ่ควรแนะนำ ใช้รูปเครื่องหมายถูก-ผิดสีส้มเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่ารายการประเภทนี้มีทั้งสองด้าน ดี-ไม่ดี ถูก-ผิด ควรแนะนำ

รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชม อายุน้อยกว่า 13 ปี ใช้รูปเครื่องหมายถูก-ผิดสีส้มเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่ารายการประเภทนี้มีทั้งสองด้าน ดี-ไม่ดี ถูก-ผิด ควรแนะนำ

รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชม อายุน้อยกว่า 18 ปี ใช้รูปเครื่องหมายถูก-ผิดสีส้มเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่า รายการประเภทนี้มีทั้งสองด้าน ดี-ไม่ดี ถูก-ผิด ควรแนะนำ

"ฉ" รายการเฉพาะ ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน ใช้รูปเครื่องหมายฟ้าผ่าสีแดงเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่า รายการประเภทนี้อันตรายไม่ควรให้เด็กและเยาวชนชม

แต่หลังจากที่ lunar ลองค้นหาข้อมูล ปรากฏว่าในเว๊ปพันทิพ มีหลายๆกระทู้ที่เหล่าสมาชิกช่วยกันเสริมสัญลักษณ์อีกหลายๆอย่าง lunar อ่านแล้วก็สนุกดี ตลกดี ช่างคิดช่างสร้างสรรค์กันจัง ลองดูนะคะ
ก็หวังว่าหลังจากมีการจัดเรตติ้งแล้ว คนดูจะได้ประโยชน์มากขึ้นเน้อ
ขอบคุณรูปต่างๆจากพันทิปค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4949908/A4949908.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4955115/A4955115.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4951492/A4951492.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4949981/A4949981.html

Saturday, December 02, 2006

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์


เช้าวันนี้ lunar จะได้ไปเที่ยวพระนารายณ์ราชนิเวศน์,ทุ่งดอกทานตะวัน,เขื่อนป่าสัก ที่ลพบุรี เป็นโครงการ ไปวันเดียวเที่ยวด้วยกัน กับที่บริษัท อันที่จริงแล้ว โครงการนี้มีมาหลายครั้งแล้ว มีทั้งไปเมืองกาญจน์ ตลาดโรงเกลือ แล้วก็อีกหลายๆแห่ง แต่ lunar ยังไม่เคยได้ไปสักครั้ง

คราวนี้สบโอกาสได้ไปล่ะ แต่ก็เกือบจะไม่ได้ไปเหมือนกัน เพราะกว่าจะนึกได้ กว่าจะจอง ที่นั่งก็เต็มไปแล้ว จนวันเกือบสุดท้าย ได้ยินว่า เหลือที่นั่งอีก 3 ที่ สุดท้ายก็ทำให้ได้ไป

รถออก 6.30 น. หน้าตึก true แต่ lunar ไปแต่เช้าก่อน 6 โมงเสียอีก ไปถึงก็รีบขึ้นตึก ไปเอามือถือที่ลืมทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานทั้ง 2 เครื่องก่อน

เมื่อวานรีบไปหน่อย กลับบ้านทิ้งมือถือไว้ที่โต๊ะ ให้เอ๋ช่วยโทรบอกเหงียนให้ช่วยเก็บไว้ด้วย เช้านี้จะไปเอามือถือ แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด

เห็นกุญแจโต๊ะถูกซ่อนหลบๆไว้ใต้ฐานแก้วน้ำ อือม.. ลองเปิดโต๊ะดู ไม่เจอแหะ ลองหาให้ละเอียดอีกครั้ง ก็ไม่เจอ

แต่มองเห็นกุญแจอีกดอก วางอยู่ อ้อ! สงสัยเหงียนจะเก็บไว้ที่อีกโต๊ะ เอาไปไขโต๊ะเหงียน ก็ไม่ใช่ ลองอีกที โต๊ะเจ้าติ อ้อใช่แหะ

หาแล้วหาอีก ค้นจนหมด ไหงไม่เจออ่ะ ลองโทรเข้ามือถือของตัวเอง ก็ไม่ติด แสดงว่าปิดเครื่องไปแน่ๆ เอ..เหงียนเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนนะ หรือว่าเข้าใจผิด เอากลับบ้านไป

เริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ หาให้ละเอียดอีกที ก็ไม่เจอ โทรไปหาเอ๋ว่า เมื่อคืนคุยกันว่ายังไง เอ๋บอกว่า ก็ให้เก็บหลบๆไว้ก็เท่านั้นเอง

ลองมาดูที่โต๊ะเจ้าติอีกที สายตาก็มองไปเห็นกุญแจอีกดอก อ้อ.. เป็นอย่างนี้นี่เอง ลองไปไขโต๊ะของเหงียน และแล้ว ก็ใช่จริงๆด้วย มือถือของ lunar ทั้ง 2 เครื่อง นอนแอ่งแม้งอยู่

ไอ้ที่หงุดหงิดตอนแรก ก็เลยนึกขำๆขึ้นมา น้องนะน้อง เล่นซ่อนซะ 3 ชั้นอย่างนี้ นี่ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะอย่าง lunar เนี่ย ไขปริศนาไม่ออกนะเนี่ย (อิอิ)

กลับมาเรื่องวันนี้ดีกว่า กว่าจะเริ่มเดินทางได้ก็ 7 โมงแล้วอ่ะ รอสมาชิกครบ เฮ้อ ขาดคนเดียว แต่ lunar ก็เฉยๆอ่ะค่ะ เดียวนี้ใจเย็นขึ้นเยอะแล้วนะ เขาคงติดธุระเร่งด่วน แต่ไงก็ได้ไปแล้วววว..

วันนี้ส่วนใหญ่แล้วที่ไปเที่ยวเนี่ย ผู้หญิงทั้งน้านนน.. ทั้งคันรถมีผู้ชายไม่กี่คน บางคนก็ไปกับครอบครัว ใกล้วันพ่อ ดูอบอุ่นดีนะ

ใช้บริการรถของซาฟารีเวิลด์ มีไกด์ด้วยอ่ะค่ะ ชื่อต้น คุณไกด์บอกว่าเมื่อคืนเพิ่งกลับจากงานราชพฤกษ์ที่เชียงใหม่ตอนตี 3 โอ้โฮ อึดจริงๆ

คุณไกด์คนนี้ เก่งจริงๆเลยอ่ะค่ะ เรื่องราวประวัติศาสตร์ยุคไหนๆ แกเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ชื่อสมัยราชวงศ์ ชื่อคนสำคัญๆ อะไรหลายๆอย่าง แกเล่าไม่มีติดขัด มีการเล่นเกม แจกรางวัลกันในรถด้วย แต่คำถามเนี่ย ก็เป็นคำถามเกี่ยวกับเมืองไทย ประวัติศาสตร์ต่างๆ โอ้ใครจะตอบได้เนี่ย

มีอยู่ข้อหนึ่ง ให้โทรศัพท์เข้ามือถือคุณไกด์เอง โดยเบอร์โทรศัพท์แต่ละหลัก คุณต้นจะถามคำถามแล้วให้หาคำตอบ คำตอบจะเป็นตัวเลขแล้วก็กดตอบไปเรื่อยๆ มีตั้งหลายข้ออ่ะค่ะ คำถามก็เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เหมือนเคย lunar ตอบไม่ถูกทุกข้อ ผลก็คือสุดท้ายลองโทรเข้าไป คนที่รับไม่ใช่ไกด์แต่กลับเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เลยต้องขอโทษเขาบอกว่าโทรผิด อิอิ ไม่รู้ว่าโทรไปปลุกเขาหรือเปล่าเนี่ย

บนรถ มีเปิดโปงลางซะออน เดอะโชว์มัสโกออน แต่ lunar ไม่ค่อยได้ดู ง่วงนอนก็เลยขอบายไป

และแล้วก็มาถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ไกด์ต้นบอกว่า พวกเราจะใช้เวลากับที่นี่ ชั่วโมงกว่าๆ จะเที่ยวแบบเจาะลึก ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้ว อือม.. lunar คิดว่าเวลาแค่นั้นจะพอเหรอ


สิบสองท้องพระคลัง



อย่างที่บอกอ่ะค่ะ ไกด์ต้นเนี่ย ดูท่าจะเป็นนักประวัติศาสตร์ตัวยง ไปถึงตึก พระที่นั่ง ตรงไหนก็อธิบายเรื่อยไป แต่... lunar ไม่ได้ฟังเลยอ่ะค่ะ เพราะมัวแต่ถ่ายรูป ก็ที่นี่ยังไม่เคยมาอ่ะค่ะ สวยดีนะ อีกอย่าง นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยเยอะ มีเด็กๆมาทัศนศึกษากันซะมากกว่า


บริเวณรอบกำแพงของวังจะมีการเจาะเป็นช่อง ตอนกลางคืนจะมีการจุดเทียนตรงช่องไฟเหล่านี้ นึกถึงภาพเมื่อ 400 ปีก่อนคงสวยงามมาก

พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท

เป็นที่เสด็จรับคณะราชฑูตต่างประเทศ พอดีได้ยินไกด์ต้นเล่าให้ฟังว่า ราชฑูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาเข้าเฝ้าที่แห่งนี้ พร้อมกับนำราชสาสน์มามอบให้ แต่ใช้กุศโลบาย ไม่ยื่นให้ถึงพระหัตถ์ของพระองค์ เพื่อให้พระองค์น้อมองค์ลงมารับพระราชสาสน์ เป็นการถวายความเคารพกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
เดินจากพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ มาที่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ ก็จะมีการจัดแสดงหลักฐานโบราณวัตถุ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีโครงกระดูก ภาชนะดินเผ่าเครื่องมือ เครื่องใช้ ชั้นบนจัดแสดงเครื่องใช้ส่วนหนึ่งของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สังเกตุเห็นว่า เตียงบรรทมของพระองค์มีขนาดเล็กมาก ไม่น่าเชื่อ มีกระดานชนวน, อุปกรณ์ดูดาว ที่นี่ไม่มีรูปมาฝากค่ะ เพราะเขาห้ามถ่ายรูป

ออกจากที่นี่ก็ 11 โมงกว่าแล้วค่ะ สถานที่ต่อไปคือศาลพระกาฬ ไปนมัสการเจ้าพ่อพระกาฬ ลิงเยอะแยะไปหมด ไกด์ต้นบอกว่า ลิงฝั่งนี้จะดุน้อยกว่าลิงฝั่งพระปรางค์สามยอด ทริปวันนี้พวกเราจะไม่ไปพระปรางค์สามยอด ถ้าจะถ่ายรูปให้ถ่ายจากฝั่งศาลพระกาฬ สาเหตุที่ลิงฝั่งนี้ดุน้อยกว่า น่าจะเป็นเพราะ ลิงฝั่งนี้มีอาหารมากกว่า เวลาที่มีการเลี้ยงโต๊ะจีนก็เลี้ยงกันที่ฝั่งนี้ ไกด์ต้นบอกว่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเอากระเป๋าลงไป เพราะลิงจะเข้าใจว่ามีของกินในกระเป๋า เดี๋ยวโดนลิงวิ่งราวกระเป๋านะ

เที่ยงกว่าแล้ว ออกจากศาลพระกาฬ ก็ไปดูดอกทานตะวันกัน ดอกที่นี่ดอกค่อนข้างเล็กอ่ะค่ะ คอเริ่มตก ทุ่งที่พวกเราไปเที่ยว วันนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว หรือว่าช่วงวันหยุดยาว คนไปเที่ยวกันที่อื่น พวกเราอยู่ที่นี่ประมาณ 15 นาที ระดมถ่ายรูปกันใหญ่


บ่ายโมงแล้ว หลายคนหิวข้าว ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่ ครัวป่าสัก ก่อนไปเที่ยวเขื่อน อาหารมื้อนี้ไม่ได้รวมอยู่ในรายการ ไปกินกะเอ๋ 2 คนสั่งอาหารมา 2 อย่าง ไกด์แนะนำว่าลพบุรีมีปลาเยอะ น่าจะสั่งอาหารปลา ก็เลยสั่งปลาทับทิมทอด กับ ต้มยำปลาคัง แต่ไหงราคาค่อนข้างแพง จานละ 150 บาท lunar ว่าแพงกว่ากรุงเทพอีกอ่ะ ทั้งๆที่มาถึงถิ่นแล้วนะ แต่ก็นะ ไม่ได้กินบ่อยๆ ที่นี่ก็คงขายได้แต่นักท่องเที่ยวเท่านั้น

ปลาทอดก็ถือว่าโอเค (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวด้วยอ่ะเปล่า) แต่ต้มยำปลาคังเนี่ยแปลกๆ สรุปว่า ไม่ค่อย work แหะ กินข้าวเสร็จ ร้านนี้มีของแถมให้ด้วยค่ะ เป็นสินค้า OTOP ก้อนกลมๆ 5 ก้อน สงสัยว่าคือไร มันคือ ไม้ไล่หนู เอาไปวางไว้ตามจุดต่างๆเพื่อไล่หนู ไม่รู้ว่าทำด้วยอะไร (กลัวหนูจะแทะกินล่ะไม่ว่า)


ออกเดินทางไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เห็นมีร้านอาหารอีกเยอะแยะ (เอ..ทำไมไม่พาพวกเรามากินแถวนี้นะ สงสัย) ที่เขื่อนป่าสักเนี่ย lunar เคยมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เดินทางมาด้วยรถไฟ ก็จะได้บรรยากาศตอนที่รถไฟวิ่งไปบนเหนือเขื่อน คราวนี้แม้จะไม่ได้บรรยากาศแบบนั้น แต่วันนี้ lunar ก็ได้นั่งรถวิ่งไปบนสันเขื่อน ค่าตั๋วคนละ 20 บาท มา 2 ครั้งยังไม่ได้มานั่งเลย

ก็ได้บรรยากาศลมเย็นๆ (แม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อนมากๆ) ชมบรรยากาศเหนือเขื่อน รถวิ่งไปจนสุดสันเขื่อนแล้วก็วิ่งกลับ ก่อนไปมีคนมาถ่ายรูปพวกเราด้วยอ่ะ แบบว่าไปอัดลงกรอบรูป, จาน แต่ไม่ใช่มีเจ้าเดียวนะ วันนี้เห็นมีตั้ง 3-4 เจ้าแน่ะ lunar ก็ให้ถ่าย อยากถ่ายก็ถ่ายไป

กลับมาถึง ก็เห็นรูปตัวเอง อยู่ในกรอบ ราคา 99 บาท ตัดสินใจอยู่เหมือนกัน แต่แบบว่า รูปที่ถ่ายมา ดูอ้วนๆไงก็ไม่รู้ เลยไม่ได้ซื้ออ่ะค่ะ ไอ้วิธีการถ่ายรูปแล้วอัดขายแบบนี้ มันมีมานานมาก จำได้ตั้งแต่ไปเที่ยวภูเก็ต 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนแรกคิดว่า จะมีใครซื้อเหรอ แต่ตอนที่ lunar ไปดูรูปตัวเอง ก็นะ อือม.. ถ้าไม่อ้วนละก็ ก็น่าซื้อเหมือนกัน อิอิ

จากเขื่อนป่าสัก ไปเที่ยวน้ำตกมวกเหล็กกันต่อ ไม่ได้เข้าไปลึกกันมากหรอกค่ะ ยังไม่ได้แตะน้ำเลย เหมือนแค่แวะถ่ายรูปกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง

ส่วนสถานที่สุดท้ายก็ไปแวะ shopping ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ lunar ซื้อข้าวเกรียบกับกะหรี่พั๊ฟ มาที่มวกเหล็กก็ต้องซื้อ กะหรี่พั๊ฟ 10 ลูก 50 บาท แถม 3 ลูก lunar เอาไส้แปลกๆ เผือก, องุ่น, สตรอเบอร์รี่, แคนตาลูป แต่ไหงกลับมาบ้าน มีแต่ ไส้สัปปะรด, เผือก, หมูหยอง ง่ะ

Tuesday, November 28, 2006

ท่าดีทีเหลวซะแล้ว

วันนี้ lunar ไปสัมภาษณ์... อ๊าอ้า ไม่ได้สัมภาษณ์งานหรอกนะ ไปสัมภาษณ์ชิงทุน ASBR ของ AOTS เป็นทุนรัฐบาลของญี่ปุ่น ไปศึกษาเกี่ยวกับ IT ที่เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 7 สัปดาห์ ช่วงเดือนกุมภา,มีนา ปีหน้า

จริงๆก็เพิ่งรู้ข่าวเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว แล้วก็ต้องรีบส่งใบสมัครไปภายในวันพฤหัส ซึ่งต้องกรอกเอกสารหลายแผ่น รวมทั้งเขียน essay 1 แผ่น แต่นั้นก็ไม่เท่าไร ที่สำคัญคือใบรับรองแพทย์ ซึ่งก็ต้องตรวจหลายอย่างด้วยกัน ดูๆแล้วก็น่าจะหลายตังค์ เมื่อวันเสาร์ก็เลยลองโทรไปถามที่โรงพยาบาลพญาไท1 ได้ความว่า ค่าใช้จ่ายประมาณ 3000 บาท โอ๊ะโอ แพงจัง lunar ก็เลยตัดสินใจว่า ยังไม่ตรวจละกัน ไปสัมภาษณ์ก่อน เผื่อไม่ได้ไป ก็เสียตังค์ฟรีนะซิ

จริงๆแล้ว ก่อนหน้านี้ ก็ลองแยบๆกับหมอที่ประจำอยู่ทีตึก TRUE ว่าจะให้ช่วยเซ็นต์ใบรับรองแพทย์ให้ได้หรือไม่ โดย lunar เอาผลการตรวจร่างกายประจำปีที่เพิ่งตรวจไปเมื่อเดือนกันยายนไปให้คุณหมอดูด้วย แต่คุณหมอก็ไม่ยอมเซ็นต์ เพราะมีอีกหลายรายการที่ยังไม่ได้ตรวจ คงไม่อยากเซ็นต์ให้สุ่มสี่สุ่มห้า คุณหมอให้เหตุผลอีกอย่างก็คือว่า ผลตรวจส่วนใหญ่จะใช้ได้ภายใน 1 เดือน ถ้าเกินกว่านั้น จะไม่ยอมรับ

เมื่อวันเสาร์ ก็ลองโทรไปถามที่ศูนย์การแพทย์อินเตอร์เมด ที่ที่ตรวจร่างกายประจำปี ว่าถ้าอยากให้ช่วยเซ็นต์ใบรับรองจะได้หรือไม่ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ให้ติดต่อไปอีกทีวันจันทร์ ส่วนวันอาทิตย์ ที่ศูนย์ปิดทำการ ก็เลยทำให้ตัดสินใจว่า งั้นยังไม่ไปตรวจละกัน

ผลปรากฏว่า วันนี้ไปถึงเนคเทค 9 โมงตรง มีคนมารอสัมภาษณ์อยู่แล้ว 6 คน (นึกว่ามาเป็นคนแรกซะอีก) นั่งรอสักพัก เจ้าหน้าที่เดินมาแจ้งว่า ถ้าใครยังไม่มีผลตรวจร่างกาย จะไม่ให้สอบสัมภาษณ์ โอ้..อะไรกันเนี่ย

ยังโชคดีที่ใกล้ๆกับเนคเทค มีโรงพยาบาลพญาไท1 ก็ลองไปสอบถามดู ปรากฏว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 1500 บาท ใช้เวลาตรวจไม่นาน แต่ต้องใช้เวลารอผลด้วย ก็เลยบอกเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการด่วน กำลังจะเอาไปสัมภาษณ์ ทางเจ้าบอกว่า งั้นจะตรวจแล้วให้คุณหมอกรอกข้อมูลที่ตรวจได้ก่อน แล้วเอาสำเนาไปสัมภาษณ์ บ่ายๆค่อยมารับเอกสารจริง

ค่าใช้จ่าย 1500 บาท ก็ถือว่า OK อ่ะ ถ้าเป็น 3000 บาท คงต้องคิดหนัก เพราะหากไม่ตรวจ ทุกอย่างที่นั่งทำมา ก็เป็นศูนย์นะซิ คิดดังนั้น ก็เลยทำให้ตัดสินใจได้

ปรากฏว่า เนื่องจากเป็นผู้สมัครที่เอกสารไม่พร้อม ทำให้คิวสัมภาษณ์ถูกเลื่อนไปอยู่ท้ายๆเลยอ่ะค่ะ กว่าจะได้สัมภาษณ์ก็เกือบเที่ยงละ โดดงานมาครึ่งวันแล้วนะเนี่ย

ผลปรากฏว่า อือ อือ ทางคณะกรรมการ เขาให้แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษสัก 2 นาที lunar พูดไม่ค่อยออกเลยค่ะ พูดไม่รู้เรื่อง รู้ตัวเลย อือ อือ เศร้าจัง พูดแนะนำยังไม่จบ คณะกรรมการคงทนไม่ไหว ก็เลยบอกให้พูดไทยละกัน (โอ้ คงคะแนนตกไปเยอะ ทำไม ท่าท่าดีทีเหลว อย่างนี้)

ใช้เวลาอีกไม่นาน เพราะเฉลี่ยแล้วแต่ละคนสัมภาษณ์แค่ 10 นาที หลังสัมภาษณ์เสร็จ สงสัยจะเสียตังค์ฟรีแล้วเรา ไม่เหมือนเอ๋อ่ะ รายนั้น ฟุดฟิดฟอไฟ (แหม ก็ได้พูดอยู่ทุกวัน) เอาเถอะ ถือว่า ให้โอกาสตัวเองลองดูแล้วกัน ได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่อง อีกอย่าง ถ้าได้ไปเนี่ย หัวหน้าจะให้ไปหรือเปล่าเนี่ย งานสุมหัวอย่างนี้

ก็แค่คำปลอบใจ คนอกหัก อิอิ

Sunday, November 26, 2006

กว่าจะมาเป็น ตลาดดวงแก้ว

อีกไม่กี่วัน หมู่บ้านของ lunar ก็จะมีตลาดเป็นของตัวเองแล้ว

อาจจะนึกแปลกใจ ก็อีแค่ตลาดสด ก็แหม นับจากวันที่มาอยู่ที่บ้านดวงแก้ว จนวันนี้ก็ 10 ปีกว่าแล้วอ่ะค่ะ ด้วยความที่ย้ายบ้านจากในเมือง มาเป็นคนชนบทกะเขา ห่างไกลจากความเจริญมาโขทีเดียว

แรกๆตอนมาอยู่ ใช้เวลานานมากอ่ะค่ะ กว่าจะปรับตัวได้ ก็เมื่อก่อน เดินออกจากบ้านไปประมาณ 100 กว่าเมตร ก็ถึงตลาดสดแล้ว สะดวกสบายเสียนี่กระไร แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ ตลาดสดที่ใกล้ที่สุด ก็ต้องขับรถไปประมาณ 5-6 กิโล

แรกๆ ตอนที่ยังไม่มีตลาดสด ตลาดนัด ก็มีรถกระบะขายของเข้ามาที่หมู่บ้านเรื่อยเลยอ่ะค่ะ ก็นับว่ายังดี เพราะบางครั้งจะได้ซื้อกับข้าว ของสดเล็กๆน้อยๆโดยไม่ต้องไปตลาด

แต่อย่างว่า รถกระบะบางคันก็มาเช้ามากๆๆ มาวันไหนไม่มา มาวันเสาร์ อาทิตย์ก็มี ทำให้วันเสาร์ อาทิตย์แทนที่จะได้นอนตื่นสายซะหน่อย ก็ไม่สามารถทำได้ ถ้า lunar นอนๆอยู่ประมาณ 6 โมงเช้าจะมีเสียงประมาณนี้

รถคันที่ 1 : ข้าวสาร จ๊ะ ข้าวสาร
รถคันที่ 2 : กับข้าว จ้า กับข้าว
รถคันที่ 3 : หมูสด ปลาสด ของสดๆทั้งนั้นจ้า
รถคันที่ 4 : ของหวาน ผลไม้ เงาะ ทุเรียน ก็มีนะจ๊ะ ออกมาดูมาชมก่อนจ๊ะ
รถคันที่ 5 : หอยลาย จ๊ะ หอยลายตัวโตๆๆ อ้วนๆ 3 โล...
:
สลับกับแม่ค้าหาบปลาทูมาขาย
แม่ค้า : ปลาทูนึ่ง จ้า ปลาทูจากแม่กลองจ้า
อะไรประมาณนี้ เฮ้อ.. คนจะนอน

ผ่านไปสักประมาณ 1 ปี ก็เริ่มมีตลาดนัด มีทุกวันพุธ ยังจำกันได้มั๊ยอ่ะ ตอนช่วงหนึ่ง กรุงเทพ จะห้ามขายของทุกวันพุธ แต่ที่นี่กลับมีตลาดนัดวันพุธเสียนี่

ผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง ก็เริ่มเพิ่มวันอีกวัน คือวันเสาร์ แล้วต่อๆมา ก็กลายเป็นมีตลาดนัดทุกวัน

หมู่บ้านของ lunar เป็นหมู่บ้านเดียวในละแวกนี้ที่มีตลาดนัด อันนี้ข้อมูลจากแท็กซี่อ่ะค่ะ แหมฟังแล้วน่าภูมิใจอยู่นะ 555

และแล้ว วันนี้ ก็จะมีตลาดสดแล้ว ไม่แน่ใจว่า ผู้ใดมาลงทุน ปรับเปลี่ยนสถานที่ใหม่หมด ก่อสร้างอาคาร มีร้านค้าเยอะแยะ มีศูนย์อาหาร ที่จอดรถ จะเปิดยิ่งใหญ่วันที่ 1-5 ธันวา นี้ ฉลองตลาดใหม่ด้วยการแสดง ร้องเพลง ในตอนกลางคืน พร้อมกับมีการจับฉลากของรางวัล เป็นตู้เย็น โทรทัศน์ ด้วยอ่ะ

หมู่บ้านเราพัดทะนาแย้ววว....

Saturday, November 25, 2006

Cleaning Day

หลังจากการตะลอนเมื่อวาน วันนี้ก็ปวารณาตัวเองอยู่บ้านละกัน เปิด notebook ขึ้นมาดู TV (กิจกรรมปรกติ) ระบบก็ฟ้องว่า "Low Space"

อันที่จริงมันก็ฟ้องมาตั้งนานแล้วอ่ะ แต่ก็ปล่อยๆมันไปก่อน เอาล่ะ ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้ไปไหนแล้ว จัดการเคลียร์ไฟล์ต่างๆที่ไม่ได้ใช้ดีกว่า

ค่อยๆนั่งไล่ไปทีละ folder โอ้มากมายเสียจริง เนื้อที่ตั้ง 40 GB ก็ค่อยๆลบไปเรื่อยๆ ไอ้ที่เมื่อก่อนเก็บนักเก็บหนา เก็บไม่เป็นระเบียบเนี่ย วันนี้ถึงได้รู้แล้วอ่ะ

หลังจากทำการเคลียร์ drive C เสร็จบวกกับการทำ compress ไฟล์ทั้ง drive ก็ได้เนื้อที่คืนมาได้จำนวนหนึ่ง อย่ากระนั้นเลย ทำ defragment ด้วยดีกว่า

อือม ตั้งแต่การ format คราวที่แล้วถึงได้รู้ว่า ไม่เคยทำ defrag เลยละมั้ง หลังจากการ analyze ถึงได้ขึ้นแถบแดงทั้งนั้น (แถบแดง คือ ไฟล์ที่เกิด defrag) ก็ OK งั้น จัดการเลยละกัน

ช่วงระหว่างตั้งแต่ทำ compress จนถึง defrag นั้น ใช้เวลานานมากเลยอ่ะค่ะ lunar ไม่รู้จะทำไรดี ก็เลยจัดแจงจัดข้าวของต่างๆที่รกแสนรก อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน, ตู้โชว์

ผลปรากฏว่า วันนี้ทิ้งของไปตั้งเยอะ ทั้งสลิปบัตรเครดิตเอย ทั้งๆที่เก็บมาตลอด ทุกใบ (ไม่รู้ว่าจะเก็บทำไม), เศษกระดาษต่างๆ ข้าวของที่ไม่ได้ใช้ นอกจากทิ้งของไปเยอะแล้ว ยังได้เจอของต่างๆที่คิดว่าหายไปแล้ว เช่นตุ้มหู หรือสร้อยต่างๆที่ลืมไปนานแล้วว่าเคยมีกะเค้าด้วย

ส่วนตู้โชว์ก็ไม่มีของประดับสวยๆโชว์หรอกค่ะ ส่วนใหญ่เป็นที่เก็บพวกของชำร่วยงานแต่งงาน ของที่ระลึกเวลาไปเที่ยวที่ต่างๆซะมากกว่า ค้นๆพวกที่ไม่อยากเก็บแล้ว เผื่อไปบริจาคในวันเด็กดีกว่า

หลังจากจัดการกับข้าวของไปได้สักพัก เริ่มมึนอ่ะค่ะ กลับมาที่ notebook ต่อดีกว่า ก็จัดการกับอีก drive เสร็จ ก็คิดว่าจะย้ายรูปต่างๆไปไว้ที่เครื่อง desktop ดีกว่า จะได้ทำการ write ลง CD ไปทีเดียว

แต่เมื่อเริ่มจะทำปฏิบัติการดังกล่าว ก็พบปัญหาเดียวกับเครื่อง notebook นั่นคือเรื่องของ diskspace ไม่พอ ดังนั้น อย่างแรกที่ต้องทำ ก็คือสะสางซะก่อน (ส. แรกในบรรดา 5 ส.เลยนะเนี่ย)

ค่อยๆไล่ไปทีละ folder ไฟล์ไหนเก่าแก่เหลือเกิน ก็ลบๆๆๆ ย้ายไปๆมาๆ จัดเป็นกลุ่มๆ กลุ่ม MP3, รูป, Ebook, หนัง etc. แต่ถึงแม้ว่า จะลบไปเยอะ แต่เนื้อที่ก็ลดลงไปไม่มากเท่าไร

Compress ไฟล์แล้วก็ defrag อีกครั้ง ก็พอจะได้เนื้อที่คืนมาจำนวนหนึ่ง นี่ยังไม่ได้เอารูปจาก notebook ถ่ายมาใส่ desktop เลย ก็หมดเวลาไปวันนึงซะแล้ว พร้อมกับความมึนตึบ

ผลจากการจัดการไฟล์ในวันนี้ ทำใหlunar ไปค้นเจอ forward mail น่ารักๆฉบับหนึ่ง ที่ lunar ชอบ เลยเอามาฝากกัน











Friday, November 24, 2006

หาตังค์กินขนม

วันนี้ lunar ลาหยุดพักร้อนหนึ่งวัน ยังกลุ้มอยู่เนี่ย เหลือวันลาพักร้อนอีกเพียบ จะใช้หมดทันสิ้นปีอ่ะเปล่า ไม่ใช่ว่าตลอดปีที่ผ่านมาจะขยันไรมากมายนักหรอก แต่หาโอกาสหยุดไม่ค่อยได้ อีกอย่างหยุดแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยไม่ค่อยได้ลาพักร้อน ตอนแรกตั้งใจว่า เดือนหน้า จะใช้วันลาพักร้อนให้หมด แต่ๆๆๆ เดือนธันวาคม outsource จะมาเพียบเลย งานก็ต้องดำเนินต่อไป ท่าทางจะลายากซะแล้ว

เมื่อเช้าแปลกแหะ ฝนตก กลางๆ ไม่ถึงกับหนักมาก แต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนแบบนี้ สงสัยเป็นฝนหลงฤดู ทำให้ชั่งใจอยู่นานว่าจะออกจากบ้านดีหรือเปล่าน๊า แต่วันหยุดอย่างนี้ ไม่อยากอยู่บ้านเลย อีกอย่างตั้งใจอยากไปเยาวราช ไปทำธุรกรรมทางด้านเงินๆทองๆ อิอิ

อือม.. ก็แบบว่า ตัดสินใจว่า จะขายทองที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นปี พอได้กำไรนิดหน่อย ไม่อยากโลภอีกล่ะ ไอ้ตอนที่ราคามันพุ่งเอ๊า พุ่งเอา ก็ดันไม่ยอมขาย มัวแต่เชื่อนักวิเคราะห์อยู่นั่นแหละ ตอนนี้ ขาดทุนกำไรไปโขเหมือนกัน แต่ก็ยังดีนะ ที่ไม่ขาดทุน ก็อย่างที่ อ.สุวรรณ บอกอ่ะว่า กำไรมากน้อยไม่สำคัญ สำคัญที่ต้องไม่ขาดทุน

การซื้อขายทองเนี่ย ทำได้ง่ายจริงๆ สภาพคล่องสูงเหมือนที่อาจารย์ว่าจริงๆ ถ้าเป็นสินค้าอย่างอื่น อยากขายแต่ไม่มีคนซื้อ แย่จัง แต่สำหรับทองคำ ไปที่ร้านทอง บอกว่าจะขายทอง ไม่เกิน 5 นาที ได้เงินแล้ว

หลังจากได้กำไรมานิดหน่อย พอเป็นค่าขนม มื้อกลางวันนี้ต้องกินหรูที่สุด นั่นคือ บะหมี่เกี๊ยว แหะ แหะ ไม่ใช่ว่าจะงกหรอกนะ คือ lunar ไม่รู้ว่าจะกินไร ตอนนั้นบ่าย 3 ครึ่งแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย นึกได้แต่ร้านบะหมี่เกี๊ยว ตรงตลาดเก่า ก็เลยตรงดิ่งไปกินทันที

อือม บะหมี่ร้านนี้ราคาแพงเหมือนกัน ชามเล็กๆบะหมี่นิดหน่อย เกี๊ยวกุ้ง 2 อัน ราคา 40 บาท ตอนแรกว่าจะกิน 2 ชาม เปลี่ยนใจ ไปหาอย่างอื่นกินต่อดีกว่า

บ่ายแก่ๆแบบนี้ ก็ต้องกาแฟเอี๊ยะแซ (อีกล่ะ) วันนี้มาร้านเก่าดั้งเดิม แต่วันนี้ไม่ค่อย work อ่ะค่ะ เพราะคนเต็มร้าน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ อายุเฉลี่ยก็ 55 ขึ้นแน่เลย แถมวันนี้ควันบุหรี่โขมงไปทั้งร้าน

อันที่จริง จุดประสงค์ที่มาเยาวราชวันนี้อีกอย่างก็คือ จะมาเดินที่สำเพ็ง บอกตามตรง lunar ยังไม่เคยมาเดินสำเพ็งเลยอ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นคนกรุงเทพฯได้ไงเนี่ย ถ้าพอจะจำได้ จะว่าไม่เคยมาก็ไม่น่าจะใช่ อาจจะเคยมาครั้งหนึ่ง นานมากๆแล้ว ตอนเรียนมัธยมปลาย แต่อาจจำผิดก็ได้นะ

วันนี้มาเดินเที่ยว เดินเข้าเกือบทุกร้าน สินค้าเยอะดี ทั้งพวกเครื่องประดับ ของขวัญ ของที่ระลึก ตุ๊กตา กระเป๋า สารพัด เยอะแยะละลานตาไปหมด วันนี้เหมือนมาสำรวจ ที่ lunar สนใจก็พวก Kitty ทั้งหลาย เคยเห็นขายที่ Central เหมือนๆกัน แต่ราคาต่างกันเยอะเลย

วันนี้ได้ลองมองๆดูของที่จะซื้อสำหรับปีใหม่ด้วย เห็นสินค้าหลายๆอย่างทำเป็นรูปหมู เป็นหมูดำขาว เหมือนเป็น collection ของปีนี้ ยังไงยังงั้น ที่น่าสนใจเล็งๆไว้ ก็จะเป็นปากกาพวงกุญแจรูปเจ้าหมูดำขาวเนี่ยแหละ เสียดาย วันนี้ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป เลยไม่มีรูปมาฝาก

วันนี้เดินอย่างเดียวจริงๆ ก็สนุกดี แม้จะไม่ได้ซื้อไรเป็นชิ้นเป็นอัน ขากลับ บังเอิญเห็น วัสดุแกนกลางที่ใช้ทำตุ้มหู ก็เลยซื้อมา 1 ชุด 50 บาท แบบว่าจะมาประกอบกับ TAT ที่ทำไว้ จะได้ตุ้มหูเป็นรูปเป็นร่างซะที

กลับจากเยาวราช ยังไม่ตรงดิ่งกลับบ้านทันที ต้องไปหาข้าวเย็นกินก่อน เพราะบอกที่บ้านไว้แล้วว่าจะไม่กลับไปกินข้าวเย็น ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ไปแถว Central World แล้วกัน ทั้งๆที่ ศุกร์ที่แล้วก็เพิ่งไปมานี่นา

ไปเดินเที่ยวที่ BigC ได้สักพัก ยืนอ่านหนังสือที่ร้านหนังสือไปพลางๆ

อ่านหนังสือ --> กิจกรรมที่เคยชื่นชอบเป็นอย่างมาก แต่ได้ห่างหายจากปัจจุบันไปประมาณ 2 ปี

แต่สักพัก lunar เหมือนจะหมดแรง แบบว่า ง่วงๆ หมู่นี้เป็นไรก็ไม่รู้ ง่วงนอนตลอดเวลา ก็เลยว่าจะหาไรกินแล้วกลับดีกว่า เมียงมองอยากหาอะไรแซ่บๆกิน งั้น ยำแซ่บดีกว่า

วันนี้สั่งอาหารมาอย่างเดียว เซี่ยงไฮ้ต้มยำทะเล คือแบบว่าไม่ค่อยหิว ยังอิ่มจากขนมปัง 2 ชิ้นกับกาแฟเอี๊ยะแซอยู่เลย

ตอนขากลับเนี่ยซิ มีเรื่องตกใจเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง ก็คือว่า lunar กำลังเดินข้ามทาง เป็นทางที่ให้รถจากห้างขับไปออกถนน lunar ก็ไม่เห็นนะว่ามีรถ ก็เลยเดินข้ามไป แต่เหมือนเห็นอะไรแว๊บๆพุ่งตรงขึ้นมาอย่างเร็ว แล้วเบรคอย่างแรง เป็นรถเก๋งคันหนึ่ง คนขับผู้ชายหน้าตาแบบกวนๆ (น่าตืบจริงๆ) แล้วก็ไม่ได้ทำท่าทางว่าจะขอโทษเลยนะเนี่ย lunar มองหน้าไป มันก็เฉย ทุเรศจริงๆ

วันนี้รอดชีวิตกลับมาบ้านได้ อือม สงสัยต้องไปทำบุญบ้างแล้วล่ะ

Saturday, November 18, 2006

รำลึกถึงงานรับปริญญา(อีกครั้ง)

เช้าวันนี้ lunar ตื่นแต่เช้าทั้งๆที่เป็นวันเสาร์ เพราะมีงานรับปริญญาของเจ้าแอน น้องที่ office รับที่ไบเทค บางนา แต่ก็ยังดีนะที่รับตอนบ่าย ทำให้มีเวลาในช่วงเช้าให้ถ่ายรูปกัน แต่ถึงแม้อย่างนั้นก็เหอะ ด้วยความที่ว่า บ้านของ lunar อยู่คนละทิศละทางกับบางนา ทำให้ต้องตื่นแต่ไก่โห่

นัดกะเอ๋ที่ lotus อ่อนนุช แล้วนั่ง taxi ไปด้วยกัน วันนี้ผิดคาดแหะ เนื่องจากคิดว่าจะมีคนมากมาย รถติดมากๆ ไรทำนองเนี้ย แต่ปรากฏว่า คนไม่มากเท่าที่ควร รถก็ไม่ค่อยติด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ที่นี่ lunar เคยมาแค่ครั้งเดียว ตอนมางาน Photo Fair มาถึงหาแอนไม่ยาก แต่เจอน้องฝนกับโต้งกำลังแอ็คชั่นถ่ายรูปอยู่ แต่ไหงเหงียนยังไม่มา ทั้งๆที่บ้านอยู่แถวนี้

ตอนแรกชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อดอกไม้ ตุ๊กตา ให้ดีเปล่าน๊า หรือว่าจะพาไปเลี้ยงฉลอง หลังจากปรึกษากับเอ๋แล้วก็คิดว่าไว้พาไปกินดีกว่า คิดว่าวันนี้ต้องมีดอกไม้เต็มมือไปหมดแน่

แต่เอ๋เห็นมาลัยมงกุฏดอกไม้ ก็เลยคิดว่า ต้องไม่มีใครซื้อให้แอนแน่เลย ก็เลยตัดสินใจซื้อไป ปรากฏว่า มีคนซื้อมาให้แอนซะแล้ว แป่ววววว...

อือม.. นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มางานรับปริญญา เห็นวันนี้ อดนึกถึงวันที่เรารับไม่ได้ แต่ของ lunar จะดูอบอุ่นกว่านี้นะ เพราะยังไงซะก็รับที่มหาลัยที่เรียนมา ทั้งปริญญาตรีและโท ยิ่งตอนรับที่เกษตร เพื่อนๆเยอะมาก ได้ถ่ายรูปกับเพื่อนเกือบครบคน (เพื่อนรุ่นเดียวกันมีตั้งเกือบๆ 300 คน) แล้วสถานที่ก็คุ้นเคย ได้ถ่ายรูปมีฉากหลังเป็นสถานที่ต่างๆที่ได้ร่ำเรียน ทั้งสุข ทั้งทุกข์(ตอนสอบ) ทั้งเฮฮา หนุกหนาน

วันนี้ดูแปลกๆ นอกจากพวกเรากับญาติๆแล้ว ดูเหมือนว่า ไม่มีใครอีก ไม่เห็นมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาถ่ายรูป อือม..แปลกอ่ะ

พวกเราอยู่กันนานเหมือนกัน แดดร้อนมากๆๆๆ รอจน 10 โมงครึ่งแล้ว เหงียนก็ยังไม่มา โทรไปตาม ได้ความว่า มาถึงแล้วแต่อยู่กับญาติเพราะรับปริญญาเหมือนกัน กว่าจะเจอกันได้ ก็แทบจะนาทีสุดท้ายแล้ว เหงียนมาพร้อมกับช่อดอกไม้หวานเหมือนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

ถ่ายรูปกันสักพัก lunar ก็เลยปิ๊งค์ไอเดีย ให้โต้งถือดอกไม้ของเหงียน แล้วคุกเข่าแสดงท่าขอความรักต่อแอน ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ปรากฏว่า สนุกสนานกันมาก อีกรูปก็ให้เหงียนทำท่าเหมือนชี้นิ้วว่าโต้ง เฮ้อ คนคิดก็หนุกดี ไม่ได้ทำเอง แต่ปรากฏว่า ทุกคนก็สนุกกันใหญ่

เสร็จจากงานแอน แวะไปกิน MK ที่เซ็นทรัลบางนา สั่งกันมาเพียบเลย หลังจากอิ่มพุงกาง ก็แยกย้ายกันไป ฝนกับโต้งไปเรียนภาษาจีนกันต่อ lunar จะไปหาหมอ (แบบว่า ผิวหนังที่ มือเท้า มันลอกๆอ่ะค่ะ) ที่พญาไท 1 เอ๋รับอาสาจะไปด้วย

ปรากฏว่า หมอปรึกษากับ lunar เรื่องผิวหนังมือเท้า แป๊บเดียวเอง ก็แค่บอกว่าแพ้ เท่านั้น แต่ที่เหลือเนี่ยซิ กลายเป็นเรื่องผิวหน้า
แบบว่า สนใจจะยิงเลเซอร์ ที่เป็นกระ มั๊ย ทั้งหน้าราคา 5000 บาท อือม.. ใจจริง ก็อยากรักษามาตั้งนานแล้วอ่ะ แต่ก็กลัวเรื่องผลข้างเคียงของการยิงเลเซอร์ แต่ถ้าจะยิง ต้องไปที่โรงพยาบาลนนทเวช ที่นี่ไม่มีเครื่องมือยิงกระ(ลึก)

วันนี้ต้องจ่ายตังค์เพิ่มอีกเกือบ 300 บาท แพงจัง ทั้งๆที่ใช้บัตรอยุธยาอลิอันซ์ไปแล้ว 800 บาท อือม.. แล้วนี่ 5000 ค่ายิงเลเซอร์มันจะไหวเหรอ ไม่น่าจะใช่เลย

กลับจากหาหมอ ยังมีแรงไปเดินเยาวราช ทั้งๆที่เหนื่อยเหมือนกัน เหนื่อยเพราะอากาศมันร้อนซะมากกว่า ไปเยาวราชเพราะเอ๋จะไปซื้อแบตเตอรี่ของมอเตอร์ไซด์แถวคลองถม lunar ก็เลยขอแวะกินกาแฟเอี๊ยะแซ เพิ่มพลังซะหน่อย วันนี้กลับบ้านแบบว่า หมดแรงจริงๆ

Friday, November 17, 2006

Central World Plaza : สุดไฮโซ

วันนี้เลิกงานต้องกลับบ้านคนเดียวอ่ะ เย็นวันศุกร์อย่างนี้ ยังไม่อยากตรงกลับบ้านเลย ไปเดินเล่นหาข้าวเย็นกินก่อนดีกว่า

ชั่งใจอยู่ว่าจะเดินห้างแถวๆออฟฟิค ก็คือ โรบินสัน ดีมั๊ย จะได้กลับบ้านสะดวก แต่วันนี้อยากไปแถวราชประสงค์ดีกว่า ชอบแถวนั้นนะยิ่งตอนปีใหม่ บริเวณแยกราชประสงค์จะประดับไฟสวยมาก แต่ระยะหลัง 2-3 ปีนี้ไม่ค่อยได้ไปแถวนั้น

ไปแวะกินข้าวที่บิ๊กซี กะว่าจะไปกินสเต็กฮันเตอร์ แต่ปรากฎว่า ไม่มีแล้ว อือม ไม่ได้มานานก็แบบนี้ ก็เลยกินอาหารญี่ปุ่น แบบว่า ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว เป็นร้านเปิดใหม่ชื่อ Yayoi ราคากันเอง 99 บาท

ก่อนที่จะเข้ามาที่บิ๊กซี เห็น Central World Plaza มีคนจำนวนมาก ดูจากภายนอก รู้ได้เลยว่าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปมาก ดูจากภายนอก เห็นเป็นกระจกตรงฝั่งบริเวณหน้าห้าง ช่วงนี้คงเป็นเทศกาลเบียร์ คนกินเบียร์กันเยอะเลย

กินข้าวเสร็จ ก็เลยไปเดินเที่ยวย่อยอาหารซะหน่อย แต่อือม.. Central World วันนี้ต่างจาก World Trade ในวันก่อน lunar เข้าไปดูแล้วเราเหมือนกะโปโลเลยอ่ะ ข้างในวันนี้เนี่ย ตกแต่งซะหรูเริ่ด ไม่แพ้ เอ็มโพเรียมหรือพารากอน วันนี้ตรงกลางลาน จะจัดเป็น event การเปิดตัวสินค้าต่างๆ วันนี้เห็นมีเปิดตัว หนังสือ แล้วก็พวกแฟชั่น(มั้ง ไม่ค่อยแน่ใจ) เห็นแต่ละร้าน ตกแต่งแบบว่า สวยงามจริงๆ แบรนด์นอกทั้งน้านนน

ห้างร้านแบบเดิมๆที่เคยเห็น ก็ยังพอมีบ้าง แต่น้อยลงไปมาก lunar เลยรู้สึกเอ๋อๆยังไงไม่รู้ เห็นแต่ละคนที่มาเดินก็แต่งตัวซะเดิ้น ยิ่งคนที่มาร่วมงานเปิดตัวสินค้าด้วยแล้ว เริ่ดจริงๆ

สงสัยวันหน้า ถ้าจะมาที่นี่ ต้องขอเวลาแต่งตัวสักครึ่งวันก่อนแล้วกัน อิอิ..

Sunday, November 12, 2006

select * from mystamp order by year(date)

วันนี้ตอนแรกตั้งใจว่าจะออกไปเดินเที่ยวซะหน่อย แต่แล้วได้ยินมาว่า น้องปอนด์จะมาเที่ยวบ้าน ก็เลยอยู่บ้านรอรับละกัน ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้วนิ

แต่หลังจากบ่ายๆ น้องปอนด์กลับไปแล้ว ก็เลยดูๆว่าจะทำไรดีน๊า และแล้วก็เห็นว่า stamp ที่เก็บไว้จำนวนมาก สะสมมาตั้งนาน หลายปีมาแล้ว อือม..ขอนับก่อน สะสมตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นฮิตกันมาก คือว่า มีมากแล้วก็รู้สึกเริ่มไม่อยากสะสมแล้วอ่ะ จะขายดีมั๊ยน๊า

เอามาดู มีตั้ง 4 เล่มใหญ่ๆ เป็น sheet 2 เล่ม stamp 2 เล่ม สะสมมาเรื่อย เคยมีหยุดสะสมไปพักหนึ่ง ประมาณปี 30 ที่ยังจำได้เพราะว่า ปีนั้นเป็นปีแรกที่กรมไปรษณีย์ออกแสตมป์ทอง ในหลวงครบ 5 รอบ ราคา 100 บาท ตอนนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่มีตังค์ซื้อ ก็เลยขาดการสะสมไปช่วงหนึ่ง

ตอนประมาณกลางปี 39 ช่วงที่กำลังจะย้ายบ้าน มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ลืมเกี่ยวกับการซื้อแสตมป์ ก็คือว่าตอนนั้น กรมไปรษณีย์ออกแสตมป์ทองปีกาญจนาภิเษก ตอนนั้น lunar ทำงานแล้ว พอมีตังค์บ้าง อยากซื้อสะสม ช่วงที่แสตมป์ออกมา lunar ก็ย้ายบ้านพอดี แสตมป์ยังส่งไปที่บ้านเก่าอยู่ แม้ว่าจะมีการเซ็นต์ชื่อรับ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครรับไป

lunar พยายามติดต่อกรมไปรษณีย์ เพราะไม่แน่ใจว่า ที่ยังไม่ส่งเนื่องจากการล่าช้าตรงจุดใด เขียนจดหมายไปที่กรมตั้งหลายครั้ง คือถ้าเป็นแสตมป์ชุดอื่น lunar ก็ตัดใจไม่เอาก็ได้ แต่นี่เป็นแสตมป์ทอง ราคาหน้าดวงก็ 100 บาท นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชุดที่ออกในตอนนั้น

ยังดีนะที่ sheet ส่งมาตอนหลัง sheet ชุดนี้ราคา 1000 บาท แพงอ่ะ เพราะมีแค่แสตมป์ทองดวงเดียวตรงกลาง ดังนั้น ก็ได้ sheet ไป ส่วนตัวแสตมป์ก็ตัดใจ คงไม่ได้แล้ว Y_Y

พอจำได้ลางๆว่า กลับมาสะสมอีกทีก็ประมาณปี 40 ห่างไปหลายปี ช่วงนั้นก็พยายามหาเก็บแสตมป์ที่ไม่มี พร้อมกับบอกรับสมาชิกแสตมป์กับsheet เพราะเห็นว่า sheet ก็น่าสะสม สวยดี เป็นแผ่นๆ ลวดลายสวย ชอบอ่ะ

หลังจากนั้นก็สะสมมาเรื่อยๆ ไม่ได้ขาด ตอนหลังๆก็จำชุดแสตมป์ไม่ได้ล่ะ มันเยอะมากมายไปหมด

เคยเก็บแสตมป์ของประเทศอื่นด้วย ไปซื้อถึงถิ่นเลยนะ ตอนที่ไปยุโรปอ่ะ ก็พยายามซื้อแสตมป์ในราคาที่ส่งไปรษณีย์บัตรกลับประเทศไทยได้ จะได้เป็นข้อมูลว่า ถ้าต้องการส่งไปรษณียบัตรกลับเมืองไทย ต้องซื้อในราคาเท่าไร

มาวันนี้ จะเลิกสะสมซะแล้ว ตัดใจขายดีกว่า ยิ่งนานไป แสตมป์บางดวงด้านหลังเริ่มออกสีเหลืองๆ อาจเป็นเพราะว่า การเก็บแสตมป์ก็สำคัญนะ ต้องพยายาม เลี่ยงแสงแดดและความชื้น หากมีสีเหลือง ก็ไม่มีใครซื้อ ถึงซื้อก็ต้องขายในราคาถูกๆ

แต่จะขาย ก็ไม่ใช่ง่าย ก่อนอื่นต้องสืบราคาตลาดซะก่อน พยายามหาข้อมูลจากในเว็บแต่กว่าจะเจาะลึกแต่ละชุดได้ ก็เหนื่อยอ่ะค่ะ เพราะมีเยอะ ก็เลย อย่ากระนั้นเลย มาจัดแสตมป์ใหม่เรียงปีไปเลยดีกว่า เวลาเทียบกับข้อมูลในเว็บจะได้หาง่าย เพราะส่วนใหญ่ที่ขายกันในเว็บก็จะเรียงตามปี

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังมีเวลาว่างมากมาย lunar ก็จะจัดแสตมป์โดยดูจากชุด เช่น ชุดสัตว์ป่า สัตว์น้ำ ชุดในหลวง วันเด็ก ปีใหม่ ศิลป etc. แต่ถ้าจะเอาทั้งหมดมากาง แล้วเรียงใหม่ ต้องใช้เวลาพอสมควร

วันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเย็นต่อด้วยค่ำ ก็ยังเรียงไม่เสร็จเลยค่ะ ต้องใช้แว่นขยายช่วยเพิ่มเติม เพราะแสตมป์บางชุดพิมพ์ปีที่ออก ตัวเล็กมาก ต้องเรียง เขียน label แล้วถึงได้รู้ว่า เก็บมาตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปัจจุบัน แต่ช่วงปีแรกๆ ก็มีไม่กี่ชุดอ่ะค่ะ ปีหลังๆซิ มีทุกชุด

เอามานั่งจัดไปจัดมา ก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน อยู่กับเรามาตั้งนานนะ นานกว่ารู้จักเพื่อนหลายๆคนอีก ไม่รู้ว่าหลังจากจัดทั้งหมดเสร็จ ยังจะยืนยันความตั้งใจเดิมอยู่หรือเปล่า หรือว่าจะเก็บอยู่ในตู้ตามเดิม

ตัดสินใจยากจัง เอาเหรียญบาทมาโยนดีมั๊ยน๊า

Sunday, November 05, 2006

ลอยกระทง@สวนสันติชัยปราการ

ลอยกระทงปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ อยากออกไปเดินเที่ยวเล่น อ่านจากข่าวประชาสัมพันธ์เห็นมีจัดงานหลายที่ กรุงเทพฯ เห็นมีจัดล่องเรือประดับไฟที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถเห็นได้หลายที่ ก็คิดว่าจะไปสวนสันติชัยปราการละกัน อยากกินโรตีมะตะบะ อร่อยๆ

ก่อนไปงานลอยกระทง แวะไปเที่ยวงาน ComMart ที่ศูนย์สิริกิตต์ วันนี้วันสุดท้ายแล้วอ่ะ มีใครบางคนอยากซื้อ Compact Flash ราคาลดลงมามากๆ ขนาด 2GB 50X ราคา 1620 บาท ส่วน lunar ไม่ได้ซื้ออะไร เพราะไม่รู้ว่าจะซื้อไรดี พวกอุปกรณ์ electronic พวกนี้อ่ะนะ ถ้าไม่ได้จำเป็นใช้ ก็ไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไร เพราะราคาจะลดลงมาเร็วมาก ยิ่งพวกมือถือไรเนี่ย ฟังก์ชันเยอะๆ ก็ไม่ได้ใช้ ผ่านไปสัก 1 ปี ราคาแทบจะไม่เหลือเลยค่ะ

อ้อ อีกอย่างที่สังเกตุเห็นสำหรับ ComMart ปีนี้ ก็คือพวกเครื่องเล่น MP4 เห็นวางขายแบบผูกกับสายคล้องคอแล้วห้อยลงมาจากที่แขวน วางเรียงเป็นแนว บอกราคากับ spec เหมือนที่เซินเจิ้นเลยอ่ะ มีคนสนใจเยอะมาก บูทไหนขายเจ้า MP4 บูทนั้นมีคนตรึม แต่เจ้า MP4 เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นของ noname ยังไม่มีพวก brand name ลงมาเล่น (สงสัย import มาจากจีน) lunar ดูๆแล้ว จอมันเล็กๆ แล้วจะดูหนังยังไงเนี่ย ตอนแรกเอ๋สนใจจะซื้อ แต่ lunar ว่ายังไม่ค่อยจำเป็นซะเท่าไร ในรถก็มีเพลงฟัง อยู่ออฟฟิคก็เปิดจาก notebook ละกัน

พอได้เวลาก็ไปสวนสันติดีกว่า ไปถึงก็เย็นๆละ (หมายถึงเวลาเย็น ไม่ใช่อากาศเย็นอ่ะ) ไปถึงเห็นบริเวณริมแม่น้ำ โอ้โฮ น้ำท่วมขึ้นมาสูงอ่ะ ท่วมสูงถึงบริเวณที่เป็นลานติดกับแม่น้ำ ก่อนนี้สามารถไปเดินเล่นได้ ตอนนี้ไม่สามารถแล้วค่ะ อือม.. แล้ววันนี้ จะลอยกระทงยังไงกันละเนี่ย


สักพัก คนก็เริ่มทะยอยกันมาเรื่อยๆ ไปกินโรตีมะตะบะดีกว่า เดี๋ยวคนเยอะ วันนี้สั่งไม่เยอะเพราะไปกันแค่ 2 คน อีกอย่างเพิ่งจะอิ่มจาก โออิชิ ราเมน กับ swensen 59 มา อร่อยดีนะ โรตีมะตะบะ พระอาทิตย์ เจ้านี้

เห็นช่อง 7 สีมาทำข่าว ปีนี้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ มาดูแลกวดขันเรื่องดอกไม้ไฟ ก็ดีอ่ะค่ะ ที่สวนสันติฯเนี่ย น่าแปลก คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติ ทั้งฝรั่ง จีน เกาหลี อินเดีย etc สงสัยไม่ค่อยเคยเห็น ส่วนคนไทยก็มี จำนวน สูสีกันนะ

ยิ่งดึกคนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ lunar นั่งรอแล้วรอเล่า เมื่อไหร่จะเริ่มล่องเรือกันซะที น้ำเริ่มลดลง คนก็เริ่มทะยอยลอยกระทงกันบ้างละ แต่ก็ไม่ค่อยมาก ส่วนใหญ่คงจะมาดูเรือกันมากกว่า เห็นมีลอยกระทงโคมไฟ เหมือนงานยี่เป็งที่เชียงใหม่ แต่มีแค่ 4-5 กระทงเอง

lunar รอจนถึงประมาณ 2 ทุ่มกว่า เกือบจะเลิกรอแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มกี่โมง ก็ได้เห็นเรือค่อยๆทะยอยมา ส่วนใหญ่จะเน้นเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว ค่อยๆล่องมาเรื่อยๆ ประมาณ 20 ลำ



lunar พยายามถ่ายรูป แต่ว่า การถ่ายรูปในยามค่ำคืนเป็นเรื่องยากมากๆ ถ้าไม่ใช่มืออาชีพจริงๆอย่างน้อยก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่ง lunar เองก็ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่าง รูปที่ถ่ายออกมาทั้งหมดก็เลย เบลอๆ ไม่ชัดซะกะรูป ว๊า แย่จัง

ลอยกระทงปีนี้ ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ ไม่ค่อยได้ออกมาตะลอนแบบนี้นานแล้ว อันที่จริงก็อยากไปเดินเล่นแถวภูเขาทอง อยากกลับไปเห็นบรรยากาศงานวัด ไว้ไปปีหน้าละกัน

Monday, October 30, 2006

อีกก้าวหนึ่ง

และแล้วในที่สุด วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...

หลังจากสัมภาษณ์ไปตั้งนานมาหลายเดือนแล้ว เกือบหมดหวังไปแล้วว่า คงจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วนะเนี่ย ร่ำๆอยากจะหางานใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า

วันนี้ตอนเย็น พี่เทพเรียกไปพบ พร้อมกับยื่นซองให้ ไม่ใช่ซองขาวหรอก แต่เป็นซองเลื่อนตำแหน่ง ทำงานมา 10 กว่าปี เพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งครั้งที่ 2 เฮ้อ เหนื่อยจริงๆ

ก็ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ทุ่มเท แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอะไร พยายามเต็มที่แล้ว แม้จะรู้ว่า ยังห่างไกลจากเพื่อนร่วมรุ่นอยู่

เลื่อนคราวนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเลื่อนอีกครั้งจะอีกนานเมื่อไร แต่ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

วันนี้รู้สึกดี อยากแบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างจังเลย

ต้นกวนอิม เจ๊แหม่มให้



Monday, October 23, 2006

ร้อยเรียง เคียงศิลป์ # 13

วันนี้วันหยุดพิเศษ วันปิยมหาราช ตัดสินใจอยู่นานว่าจะออกจากบ้านดีหรือเปล่า ก็ตั้งใจอยู่นะว่าจะไปงาน ร้อยเรียง เคียงศิลป์ จัดที่ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ซึ่งก็จะมีถึงวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว แบบว่าอยากไปดูว่างานเป็นไงบ้าง เห็นมีสอนทำพวกงานฝีมือตั้งหลายอย่าง เผื่อจะทำเป็นอดิเรก หรือ ไปดูเผื่อมี idea อะไรดีดี

ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าจะไป ก็เลยต้องรีบออกจากบ้าน เผื่อเปลี่ยนใจอีก ที่ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี นี่ก็ไม่เคยไปซะด้วย แต่สุดท้ายก็สามารถไปถึงจนได้

หลังจากจัดแจงกับข้าวกลางวันด้วยบะหมี่เจแล้ว ก็เข้าไปในงาน เป็นลานกว้างอยู่ที่ชั้น 5 เขาจะจัดเป็นโต๊ะๆ เต็มไปหมด lunar รู้สึกตื่นตาตื่นใจ เดินดูรอบๆ ไปเรื่อยๆแต่ละโต๊ะ ดูว่า แต่ละโต๊ะทำอะไร หลายๆอย่างก็น่าสนใจ เลยหยุดแวะดูไปพลางๆ (เสียดายไม่ได้เอากล้องไปด้วย เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก)

เดินตั้งแต่โต๊ะแรก ยันโต๊ะสุดท้าย ดูๆ ก็มีน่าสนใจอยู่ 3-4 อย่าง ก็มี เปเปอร์ มาเช่ (Paper Mache) โดยทำเป็นกล่องใส่ของ ลายการ์ตูน เช่น หมีพูห์ โดราเอมอน Toy Story, เทียนแฟนซี (Fancy Candles), ร้อยลูกปัด แล้วก็อีก 2-3 อย่างแต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร

แต่ละโต๊ะสามารถนั่งเรียนได้ เพียงแต่ต้องซื้ออุปกรณ์เอง น่าสนใจหลายอย่าง เอ..เริ่มจากไรดีน๊า
หลังจาก คิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจเรียน ทำกล่องเปเปอร์ มาเช่แล้วกัน ซื้ออุปกรณ์ 120 บาท เลือกลายหมีพูห์ละกัน

จริงๆ วัสดุ ดูๆไปก็แค่กระดาษแข็งธรรมดา กับ กระดาษลายต่างๆ คนสอนเขาจะบอกให้ทากาว ด้านไหน แล้วก็ติดให้ได้โครงเป็นฝากล่องออกมาก่อน เสร็จแล้วก็ทำแบบเดียวกัน แต่ให้ได้ตัวกล่อง แล้วก็ติดลายเข้าไป จริงๆก็ไม่มีไรมาก เพียงแต่ต้องมีเทคนิคในการติดลาย แล้วก็พยายามทำให้เรียบ อย่าทากาวเยอะเกินไป

ที่ยากที่สุด ก็คือการกรีดให้ฝากล่องกับตัวกล่องแยกจากกัน หลังจากที่ติดลายด้านนอกทับฝากล่องกับตัวกล่อง เพื่อให้เป็นลายที่ต่อเนื่องกัน คือถ้าทากาวเยอะ อันนี้กรีดแล้วเจ๊งกะบ้งเลย คนสอนอ่ะมากรีดให้ lunar ครั้งแรก แล้วกระดาษลอกออกไปเลยอ่ะ ง่ะ มาต่อว่าเราอีกอ่ะ ว่าทากาวเยอะ ก็มือใหม่นี่ค่ะ

หลังจากติดลายเสร็จทั้งนอก ทั้งใน แล้วก็เอากล่องไปทากาว งงเหมือนกันทาทำไม ทั้งๆที่ไม่ได้ติดอะไรเพิ่ม เสร็จแล้วก็เป่าให้แห้ง ทาชะแล็ก แล้วก็มาติดหูหิ้ว ,บานพับ, ตัวล็อค ก็เป็นอันเสร็จสรรพ

นึกว่าจะมีเวลาเหลือ ว่าจะไปเรียนอย่างอื่นอีก แต่เย็นแล้วอ่ะ ไว้โอกาสหน้าละกัน
ไม่น่าเชื่อ กล่องเล็กๆแค่เนี้ย ใช้เวลาตั้งนาน
นี่ไงค่ะ ผลงานของ lunar ดูๆอาจไม่เนี๊ยบเหมือนที่เขาวางขายกัน แต่ก็ภูมิใจนะ จะทำขายได้มั๊ยเนี่ย


Monday, October 16, 2006

ท่อประปาเจ้าปัญหา

ถึงแม้ว่าบ้าน lunar จะโชคดีกว่าอีกหลายๆบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในขณะนี้ ทั้งหลายจังหวัดของประเทศ รวมทั้งอ่างทอง บ้านเกิดของป๊าก็ตามที แต่ก็ยังไม่วายประสบปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำอยู่ดี

เมื่อเดือนก่อน เห็นค่าบิลน้ำประปา โอ้โฮ เพิ่มขึ้นมาเกือบ 2 เท่า พร้อมกับหมายเหตุเล็กๆในบิลเขียนว่า น้ำสูง บ้าน lunar เคยเจอบิลแบบนี้มาก่อนแล้ว ตอนนั้น น้ำรั่วที่ชักโครก แต่คราวนี้ไม่ใช่แล้ว

ต้องมาจากที่ใดที่หนึ่ง แต่เมื่อลองปิดก๊อกน้ำทุกก๊อกแล้ว มิเตอร์ก็ยังวิ่งอยู่ งั้นแสดงว่าน่าจะเป็นที่ท่อประปา แล้วจะทำไงดีล่ะ ท่อประปาฝังอยู่ใต้พื้น งานนี้งานใหญ่แน่เลย ต้องรื้อพื้นบ้านออกหรือเนี่ย

2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย ต้องเปิดปิดวาล์วน้ำเป็นช่วงเวลา เฉพาะเช้า-เย็น ชีวิตลำบากขึ้นมานิดนึง แต่ก็ยังถือว่า สบายและโชคดีกว่าอีกหลายๆคนที่กำลังเผชิญปัญหา น้ำท่วม (คิดซะอย่างนี้ ดูดีกว่าเยอะเลย)

เมื่อวันเสาร์ คุณลุงข้างบ้าน คงเห็นว่าพวกเราทำอะไรกันนักกันหนากับวาล์วน้ำ สงสัย เลยมาถามดู คุณลุงก็แนะนำว่า ให้สร้างท่อใหม่บนดินไปเลย ปิดท่อเก่าไปซะ อือม..ก็ดี ไม่คิดมาก่อน แบบนี้ก็ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องรื้อพื้นบ้านด้วย เอ..ทำไมก่อนหน้านี้ไม่ทันคิดนะ

ง่ะ แค่มองอีกมุม ปัญหาก็แก้ได้แล้ว ใช้เวลาทำไม่เกิน 2 ชั่วโมง แถมคนที่รับทำ ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ญาติที่รู้จักซะด้วย

วันนี้ อาบน้ำได้สบายแล้ว ไม่ต้องไปปิดวาล์วน้ำแล้วอ่ะ ปัญหามีไว้ให้แก้จริงๆ

Monday, October 09, 2006

253

253
lunar ไม่ได้ใบ้หวยหรอกนะ แต่เป็นตัวเลขที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

ก็ผลการตรวจคลอเลสเตอรอลเนี่ยซิ ทำเอา ช็อคซีเนม่า ไปเลยอ่ะค่ะ ก็เมื่อปีที่แล้วยัง 211 ปีก่อนหน้าโน้น 241 ปีนี้หวังเป็นอย่างมากว่าจะน้อยกว่า 200 ก็เพราะว่า lunar ระดมกินกระเทียม ทั้งกระเทียมอัดเม็ด กระเทียมสด แต่ไหง ไม่ได้ช่วยไรเลยอ่ะ

คุณหมอบอกว่า ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายใช่มั๊ย อิอิ จริงๆแล้ว ไม่ใช่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่ ไม่ได้ออกกำลังกายเลย แย่จัง คุณหมอแนะว่า ให้เดินเร็วๆสักวันละ 20 นาที แต่ขอให้ทำเป็นประจำ อือม.. จะเดินตอนไหนดีนะ

เครียดจัง พยายามไม่กินปลาหมึก, หนังไก่, ไข่แดง สารพัดที่ทำให้คลอเลสเตอรอลสูงแล้วนะ แต่ก็ยังไม่ได้ช่วย สงสัยต้องหาวิธีใหม่ ต้องออกกำลังกาย อย่างที่คุณหมอแนะนำ

อือม.. ก็ยังดี preventive ก่อน correct มีสัญญาณเตือนมาบอกแล้ว
ปีหน้าก่อนเถอะ..

Friday, October 06, 2006

Hong Kong : PCCW

เช้านี้ ออกจากโรงแรมแต่เช้า 7 โมงกว่าๆ check-out กันไปเลย พยายามเรียกแท็กซี่ไปที่บริษัท PCCW แต่เรียกตั้งหลายคัน ไม่ยอมไป ไม่รู้ว่าทำไม

สุดท้ายก็ไปถึงจนได้ แท็กซี่ที่นี่คิดค่าบริการเพิ่มอีกหลายสิบเหรียญนอกเหนือจากค่ามิเตอร์ เช้านี้เสียค่าแท็กซี่ไป 164 เหรียญ คิดกันว่าที่แท็กซี่หลายคันไม่ยอมมา เป็นเพราะข้ามฝั่งมาที่เกาลูน เสียค่าธรรมเนียมข้ามฝั่ง หรือ ค่าทางด่วน (ไม่แน่ใจ) แต่ขากลับเนี่ย แท็กซี่อาจต้องจ่ายเอง ก็เลยไม่มีใครอยากมา

พวกเรามาถึงก่อนเวลาประมาณชั่วโมงเศษ นัดกับเจ้าหน้าที่ไว้ประมาณ 10 โมง ก็เลยไปหาข้าวเช้ากินกัน เดินแถวๆนั้น เมียงมองหาข้าวเช้า สุดท้ายมาเจอร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง

คนเยอะ สูบบุหรี่เยอะมาก อาหารเช้าวันนี้ไม่ work เลย คือไม่มีรูป มีแต่ภาษาจีน สุดท้ายก็กินบะหมี่หมู แต่ว่า.. เส้นเหมือนมาม่า เลยอ่ะ พอลองกินถึงได้รู้ว่า ใช่เลย มาม่า Oh! MyGod อุตสาห์มาฮ่องกง มากินมาม่าหรือเนี่ย

พวกพี่ๆแวะ shopping เล็กๆน้อยๆ ส่วนใหญ่ซื้อให้ลูกๆกันทั้งนั้น lunar ก็เลยซื้อให้น้องปอนด์ซะหน่อย เดี๋ยวไม่มีของฝาก เป็นวงแหวนสะท้อนแสง เคยเห็นว่าชอบเล่น ก็ ok น่ะ ดีกว่าไม่มีของฝาก



กลับไปที่ PCCW พอถึงเวลา ก็มีเจ้าหน้าที่มารับ (หล่อซะด้วยนะ) หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ก็พาไปที่ e-center ของที่นี่

อือม.. สถานที่ทำงานของที่นี่ เยี่ยมจริงๆ ดูหรูหรา ไฮเทคจริงอ่ะ แบบว่า ไม่ต้องใช้คนเยอะ ใช้เทคโนโลยีควบคุมทั้งนั้น เมื่อไรที่ทำงานเราจะเป็นอย่างนี้บ้างน๊า

ช่วงเช้าจะมีบรรยาย เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของ PCCW แล้วก็ e-center การเข้าไปในห้องนี้ จะมีการลงชื่อแต่ใช้เป็นการเซ็นต์ด้วย digital board ดูไฮ มากอ่ะ

ช่วงเช้า lunar ขอสารภาพ นั่งหลับๆตื่นๆ แบบว่า เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งๆที่ควรจะหลับสนิท แต่ทำไมก็ไม่รู้ ทำให้เช้านี้ จับอะไรไม่ค่อยได้มาก แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะจุดประสงค์จริงๆที่มาดูงานคราวนี้ อยู่ที่หลังเที่ยงมากกว่า

ข้าวกลางวัน ทาง PCCW พาไปเลี้ยงอาหารจีน ไชโย ในที่สุดก็ได้กินอาหารดีๆมื้อหนึ่งแล้ว มีระดับผู้บริหารชั้นสูงไปกินกันหลายคนด้วยนะเนี่ย อือม..รู้สึกเกร็งๆเหมือนกัน ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้คุยหรอก ให้ผู้ใหญ่เขาคุยกันไปแล้วกัน

อิอิ ได้กินติ่มซำที่อยากกินด้วย มาฮ่องกงรอบ 2 แล้ว เกือบจะไม่ได้กินอีกแน่ะ อิ่มจัง
และแล้ว ก็มาถึงภาคบ่าย งานนี้ lunar ต้องตั้งใจมากๆอ่ะ มีคำถามเป็น 10 เลยอ่ะที่ต้องถาม แต่ดูๆเหมือนทาง PCCW จะไม่ค่อยอยากตอบ เขาเคย present ให้ทางเราฟังมา 2 ครั้งแล้วมั้ง อีกอย่าง เขาคงเห็นว่า พวกเราคงไม่ได้ซื้อแน่เลย เอาทีม development มาด้วยอีกต่างหาก

จบจาก session นี้ ก็ 5 โมงกว่าแล้วอ่ะ ต้องรีบไปล่ะ ลาก่อนนะ วันนี้วันไหว้พระจันทร์ซะด้วย นี่ถ้าอยู่ต่ออีกสักคืน จะได้อยู่เที่ยวงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ซะกะหน่อย

สะพานยาวที่สุด
นั่งแท็กซี่มาที่สนามบิน หวังว่ารถคงไม่ติดนะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที หมดค่าแท็กซี่ไป 260$ มาถึงสนามบิน 6 โมงกว่าๆ เหลือเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมง ทำไรดีล่ะ ถ้าไม่ shopping

เหล็กไหล ของตกแต่งภายในสนามบิน
ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ แบบว่าอยากลองอ่ะ ขนมไหว้พระจันทร์ฮ่องกง ราคา 68$ มี 6 ชิ้น แต่หลายคนบอกว่า ที่เมืองไทยอร่อยกว่า lunar ก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่ไม่เป็นไร เป็นของฝากที่บ้านละกัน

bye bye Hong Kong ไม่เคยคิดว่าจะมาฮ่องกง แต่ไหงไปๆมาๆ มาเป็นครั้งที่สองซะแล้ว ถ้ามีโอกาส คราวหน้าอยากมาแบบเที่ยวจริงๆจังๆ ไอ้แบบเที่ยวแอบแฝงเนี่ย มันไม่ค่อย work เลยอ่ะค่ะ

Thursday, October 05, 2006

Hong Kong : Peak Tower


เช้าวันนี้ lunar ตื่นแต่เช้า เช้าจริงๆ ตี 3 เพราะจะไปขึ้นเครื่องบิน ไปฮ่องกงอ่ะ ไปดูงานระบบ DWFM ของบริษัท PCCW คราวนี้ได้ไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ลองของใหม่เลยนะเนี่ย

ปรากฏว่าผิดคาด ไปถึงประมาณตี 4 ครึ่งเท่านั้นเอง นั่งรถแค่ชั่วโมงเดียว ขึ้นทางด่วนแล้วก็ต่อมอเตอร์เวย์ OK อ่ะ ไปไม่ลำบาก แต่ต้องดูดีๆ เกือบลงผิดเหมือนกันนะ แปลกดี ป้ายบอกทางเนี่ย ทำไมไม่ติดช่วงที่เป็นทางแยก แต่ตรงทางที่ไม่แยก มีทางเดียว ดันติดเยอะแยะไปหมด

ไปนั่งรอสมาชิกอีก 5 คน นัดกัน 6 โมง เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่ง เดินดูสนามบินรอบๆก่อนดีกว่า

สนามบินใหญ่มากจริงๆ แต่.. ทำไมที่นั่งมีนิดเดียวเองอ่ะ เดินวน 2 รอบแล้ว นั่งรอดีกว่า

หลังจากรอจนครบทั้ง 5 คนแล้ว ก็ check-in กันละ lunar เอากระเป๋าใบเล็กไป เพราะไปแค่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็กลับละ ก็เลยคิดว่า ไม่โหลดละกันเพราะได้ยินข่าวมาว่า ผู้โดยสารต้องรอกระเป๋านาน

ระหว่างรอตรวจ passport อ๊ะอะ เจอ อนันดา อ่ะ ดูเซอร์จัง หน้าตาเฉยมากเลย ไม่รับรู้ไร ว่าจะถ่ายรูปซะหน่อย แต่ไม่ดีกว่า

ทางเดินไปขึ้นเครื่อง ยาวมากเลยค่ะ จะถ่ายรูป ก็ไม่ได้ถ่าย เพราะต้องลากกระเป๋าไปมา มานึกอีกที เอ.. เราไปเอากระเป๋าที่ฮ่องกงนี่นา น่าจะโหลดไปนะ บ้าจริง มานึกได้ตอนนี้

ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

Hong Kong
ไปฮ่องกงคราวนี้ ไม่มีใครมารับ ต้องเดินทางไปโรงแรมกันเอง ตกลงกันตั้งนานว่าจะไปยังไงดี จะนั่ง taxi หรือจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน หลังจากบวกลบคูณหารกันแล้ว ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR ละกัน

ค่าโดยสาร 70 เหรียญ วิ่งจากสนามบิน ปลายทางที่สถานี Hong Kong แล้วจึงต่อไปที่สถานี Tin Hau โรงแรมที่พักชื่อ Metro Park ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ก็ดีเหมือนกัน เพราะต้องลากกระเป๋าไปกันเอง

คนที่นี่ เวลาเขาเดินทาง เขาจะพยายามชิดขวา อย่างเช่น เวลาขึ้นลงบันไดเลื่อน lunar ก็มักจะเผลอ ยืนชิดซ้ายบ้าง ขวาบ้าง พอรู้ตัว ก็ โอ๊ะโอ ยืนไม่เหมือนชาวบ้านเขา โก๊ะจริงๆ อย่างนี้เขาก็รู้ซิว่าไม่ใช่คนแถวนี้

หลังจาก check-in กันเสร็จ ก็นัดกันว่ามีเวลาครึ่งวัน จะไป Peak กัน ก็นะ สัญลักษณ์ของฮ่องกง ใครยังไม่เคยไปก็น่าจะไป ส่วน lunar ก็เฉยๆ ก็เคยไปมาแล้วนี่นา



นั่งรถไฟฟ้า ไปลงที่สถานี Admiralty เดินหากันไปกันมา เดินสักประมาณ 20 นาทีแล้วที่สุดก็เจอแล้ว The Peak Tram อือม.. คราวนี้หาไม่ยากแหะ ไม่เหมือนคราวที่แล้ว กว่าจะหาเจอแทบแย่

lunar ก็แนะนำว่า ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวดีกว่า ราคา 22 เหรียญ ขากลับนั่งรถบัส จะได้ดูวิวรอบข้างด้วย

มีเจ้าหน้าที่เห็น lunar รีบปรี่เข้ามาขายตั๋วรวมด้วยภาษาจีนคือ นั่งรถรางกับดูพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ เห็นราคาประมาณ ร้อยกว่าเหรียญ แหะแหะ ไม่เอาดีกว่า ไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้น แสดงว่าเพิ่งเปิดไม่นาน เมื่อต้นปียังไม่เห็นนี่นา
เห็นรูปปั้นเฉินหลง ไว้โฆษณาพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ ดูไกลๆเหมือนตัวจริง ถ่ายรูปซะหน่อย ไว้ไปหลอกคนที่ทำงานว่าเจอตัวจริงมาแล้ว อิอิ

Peak Tram & Peak Gallery
นั่ง tram คนอื่นๆตื่นเต้นกันใหญ่ ตอนที่ชันมากๆ ส่วน lunar ก็นะ เคยนั่งแล้วนิเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร


มาวันนี้ Tram Tower ซ่อมเสร็จแล้ว ถ่ายรูปออกมาดูดีหน่อย ไปเดินในตึกหาข้าวกลางวันกินกัน (ทั้งๆที่เป็นเวลาเย็นๆแล้วละ) พี่ๆเขาไม่อยากเสียเวลามาก อยากหาเบอร์เกอร์กิน lunar ไม่อยากกินเลยอ่ะ อุตสาห์มาฮ่องกงแล้วนา ยังจะมากินเบอร์เกอร์อีก สุดท้ายก็ต้องกินอ่ะ แต่ไปกินที่ตึก Peak Gallery

ออกจาก Peak Gallery ก็ต้องไปถ่ายรูปสถานที่ไฮไลท์ของ Peak จุดชมวิวที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูป ม่ายงั้นถือว่ามาไม่ถึงอ่ะ วันนี้อากาศไม่หนาว เย็นสบาย ถ่ายรูปไม่ลำบากมากนัก คนไม่เยอะด้วย คราวนี้เห็นมีรูปวาดมาวางขายด้วย

ขากลับ นั่งรสบัส สาย 15B ราคา 9.2 เหรียญ รถบัส 2 ชั้น นั่งชั้นบนตรงด้านหน้า นอกจากจะได้ชมวิวแล้ว ยังได้บรรยากาศเหมือนนั่งเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ด้วย ก็เวลารถเลี้ยวซ้าย-ขวาแต่ละที ยิ่งกว่าตอนไปปายอีก

กลับมาข้างล่าง รถติดง่ะ แต่ติดยังไงก็ยังไม่เหมือนที่กรุงเทพ พวกเรานั่ง MTR ข้ามไปฝั่งเกาลูน Tsim Sha Tsui รถไฟฟ้าใต้ดินที่นี่เขาวิ่งผ่านระหว่างเกาะกันเลยทีเดียว

ตอนแรกไม่รู้ว่าพี่เขาจะพามาทำไม เห็นมีป้ายบอกว่า Star Ferry พี่ตั้มแซวว่า ท่าเรือเหรอ ไปดูที่ท่าพระจันทร์แล้วกัน

เดินไปถึงท่าเรือ อ้อ ที่แท้ก็ไฮไลท์อีกแห่งของฮ่องกง มองจากฝั่งเกาลูนเห็นตึกสูงๆเต็มไปหมด กลางคืนเปิดไฟสวยดี บรรยากาศสวยดีจริงๆ อากาศไม่หนาว เดินเล่นสบายๆ บอกพี่ตั้มว่า เอ..เห็นทีจะไม่เหมือนท่าพระจันทร์แล้วนา

A Symphony of Lights
พวกเรารอจนถึง 2 ทุ่ม เพราะได้ยินประกาศว่าจะมีการแสดงดนตรีประกอบแสงเลเซอร์ (Symphony of Lights) พอถึงเวลา แต่ละตึกก็จะเล่นแสงให้พยายามเข้ากับดนตรี บางตึกก็มียิงเลเซอร์ ดูละลานตาไปหมด การแสดงมีประมาณ 15 นาที
จบจากการแสดง นั่งรถไฟฟ้าไปที่ Mong Kok สถานที่ shopping ของแบรนด์เนมดังๆ แต่มาช่วงนี้ ไม่มีการ sale ก็เลยกะว่าจะมาเดินเอาบรรยากาศ

มื้อเย็น ไปกินบะหมี่เกี๊ยว ร้านใกล้ๆกับร้านสีฟ้า ชามใหญ่มากเลยอ่ะ แต่เกี๊ยวกุ้งก็มีกุ้งตัวใหญ่ๆ lunar กินไม่หมดชาม ไม่น่าเชื่อ อยู่เมืองไทยกินบะหมี่ 2 ชาม อยู่ที่โน่น ชามเดียวกินไม่หมด




เสร็จจากอาหารเย็น เดินเที่ยวเล่น ก็ไปเจอร้านขายขนม ของฝาก พวกเราก็จัดแจงซื้อกันใหญ่เลย ทั้งบ๊วย chocolate etc แบบว่า ไม่มีเวลาแล้ว ก็ต้องซื้อของฝากกันละ lunar ก็หุ้นกับหัวหน้าอีก 2 ซื้อรวมกันเลยแล้วกัน หมดไป 324 เหรียญ โอ๊ะโอ 1600 บาท

หลังจากตัวเบากันไปยกที่หนึ่งแล้ว พวกเราก็ออกเดินเล่นบริเวณนั้น คนเยอะจริงๆ เยอะกว่าแถวสยามบ้านเราประมาณ 3-4 เท่า นี่ขนาด 4 ทุ่มกว่าๆแล้วนะเนี่ย

แต่ละคนหมดแรงเดินกันแล้ว ก็เลยกลับโรงแรมกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ทำงานทำการจริงๆจังๆ เฮ้อ หมดเวลาเที่ยวแล้ว