Friday, November 02, 2007

LAO : Day 1 - วังเวียง

นอนในรถมาทั้งคืน หลับบ้างไม่หลับบ้าง ถึงหนองคายประมาณ 7 โมงเช้า รีบไปดูตารางรถทัวร์ไปเวียงจันทน์ มีเวลา 7.30 น. มีเวลาแค่ 30 นาที นี่ถ้าไม่เสียเวลา ไอ้เติมน้ำมันเนี่ย ก็คงไม่ต้องรีบตาลีตาเหลือก ล้างหน้า-แปรงฟัน รีบทำเวลาโดยด่วน

ค่ารถทัวร์ 60 บาท เวลาซื้อตั๋วต้องใช้ passport ด้วย พอถึงด่าน ตม. ก็ต้องลงจากรถทัวร์ ไป stamp ขาออก เสร็จแล้วก็นั่งรถทัวร์ต่อไปอีกหน่อย ก็ไป stamp ขาเข้า ระหว่างรอตรวจคนเข้าเมือง พอดี lunar เห็นว่ามีให้แลกตังค์ด้วย ลองถามสมาชิก แต่ดูแล้วแต่ละคนยังลังเลอยู่ lunar ตัดสินใจแลกเลยละกัน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีให้แลก ก็เลยแลกไปก่อน

แลกมา 2,000 บาท ได้มาประมาณ 568,000 กีบ โอ้โห รวยเลยเรา ยังไม่ได้เข้าลาวนะเนี่ย


เงินหนามากๆ ปึกใหญ่ แลกมาแล้วก็มานั่งคิด จะบ้าเปล่าเนี่ย แลกมาทำไมตั้งเยอะแยะ แต่ไม่เป็นไร คนอื่นๆยังไม่ได้แลก เดี๋ยวมาแลกที่ lunar ละกัน

ขาเข้าเนี่ย ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดิน(มั้ง) 10 บาท ถ้าใช้เงินกีบก็ 3000 กีบ lunar ก็เลยใช้เงินกีบซะเลย
หลังจากผ่าน ตม. แล้วก็เข้าเขตประเทศลาวซะที

ระหว่างทาง ก็เห็นอักษรลาว พยายามอ่าน ก็พออ่านได้ อ่านไปหนุกหนานไป

ถึงท่ารถที่เวียงจันทน์ คนที่นั่นพอเห็นนักท่องเที่ยวลงจากรถ ก็รีบตะครุบทันที เดินตามไม่ยอมหยุด ตอนแรก พวกเราก็กะว่า จะไปหารถที่จะไปวังเวียง แต่ลองๆสอบถาม เทียบราคาแล้ว ก็ว่าจะเหมารถตู้เนี่ยแหละ ราคา 2500 บาท อือม ราคาไม่เบาเหมือนกัน แต่เห็นว่า ระยะทางค่อนข้างไกล และก็ต้องเสียค่าทางด่วนด้วย หลังจากปรึกษากันแล้ว ก็ ok นะ

แต่ต้องนั่งรถคล้ายๆ 3 ล้อบ้านเรา ไปที่ประตูชัยกันก่อน เพราะรถตู้จะจอดรอที่นั่น (ไหงไม่มารับเราที่นี่เลยฟะ)


ก่อนไปประตูชัย สมาชิกอยากไปแลกตังค์กัน ก็เลยไปแวะแลกตังค์กันก่อน ตรงข้ามที่แลกตังค์เนี่ยมีร้านขายขนมปังฝรั่งเศส พอดีได้ยินป้าคนหนึ่งตอนนั่งรถเข้าเมืองมา ว่ามีร้านอร่อยชื่อ VOP หรือ VIP ไรเนี่ยแหละ ก็เลยแวะไปลองซื้อกันมา

นี่แหละขนมปังฝรั่งเศส ณ ลาว

มีหลายไส้ ทั้งทูน่า แฮม ไก่ ขนมปังอันใหญ่มีขายทั้งเต็มอัน แล้วก็ครึ่งอัน เต็มอัน อันละ 14000 กีบ หรือ 55 บาท ก็เลยซื้อมา 3 อันแบ่งครึ่งซะ ก็ได้ 6 อันพอดี
คำโตๆ อร่อย

lunar ลองกินก็ว่า รสชาติก็อร่อยดีนะ ขนมปังไม่แข็งเหมือนที่เคยกินที่ฝรั่งเศส แต่คนอื่นๆจะบอกว่าแข็ง แต่กว่าจะกินหมด ก็เมื่อยกรามเหมือนกัน

เสร็จสรรพ ไปประตูชัยกัน แวะถ่ายรูปนิดหน่อย เพราะกะว่า วันสุดท้ายค่อยมาเก็บที่นี่ละกัน

ตอนแรกนึกว่า ไอ้ราคา 2500 บาทเนี่ย มันจะรวมค่า 3 ล้อเครื่อง แต่ที่ไหนได้ ไม่รวมแหะ ต้องจ่ายต่างหาก คนละ 20 บาท บ้าจริงอ่ะ

นั่งรถตู้ไปวังเวียง อือม..จะบอกว่า หนทางมันไม่ได้ราบเรียบเลยอ่ะค่ะ วนซ้าย เลี้ยวขวา ไปๆมาๆยังงี้ตลอดทาง เหมือนนั่งไปปายยังไงยังงั้น

แต่ที่หนักหนากว่า ก็คือ ตลอดทาง จะมี หมูบ้าง วัวบ้าง เป็ด ไก่ เด็กๆ เดินข้ามถนนแบบว่า ถนนนี้ของฉัน รถมา รถต้องหลบไป บรรดาสัตว์ต่างๆเหล่านี้ ไม่สนใจรถเลย ไม่เหมือนบ้านเรา เจ้าของต้องพามาข้าม แล้วก็ต้องรีบข้ามซะด้วย

อ้อ ลืมบอกไป ที่นี่รถวิ่งเลนขวา พวงมาลัยซ้าย นั่งรถแล้วจะรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน

ไปถึงวังเวียงประมาณ บ่าย 3 โมง วนหาโรงแรมที่จะมาพักคืนนี้กันชื่อว่า ถาวรสุข (THAVONSOUK) วนหาหลายรอบ แต่ไม่ยักเจอ

ถามคนแถวนั้นก็แล้ว ก็ไม่เจอซะที สุดท้าย เบียร์ต้องโทรถาม ถึงได้รู้ว่า ไม่ได้ตั้งอยู่ติดถนน ต้องวิ่งลงทางลงแคบๆถึงจะเจอ

มาถึงแล้ว ก็โอ้โฮ บรรยากาศดีมากๆเลยแฮะ ดูสงบเงียบ ติดริมแม่น้ำ มองไกลๆเห็นภูเขา เห็นหมอกลอยอยู่ตลอดเวลา



หลังจากจัดแจงเข้าห้องพักกันแล้ว คนขับรถก็ถามว่า จะไปเที่ยวไหนหรือเปล่า ไป “ถ้ำจัน” มั๊ย

ก็ไหนๆมาแล้ว ดูๆแล้วที่วังเวียงก็คงไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยว ก็เลย ok น่ะ ไปก็ไป
นั่งรถไปไม่ไกลนัก เสียค่าผ่านประตูคันละ 15000 กีบ ตอนแรกก็ยังคิดว่า อือม ราคาก็ไม่แพงนัก
แต่พอเดินเข้าไป มีเก็บค่าชมอีก

ตอนแรก lunar ก็คิดว่า อือม คนละ 6,000 กีบ ไหงมีเก็บค่าเข้าชมอีกฟ่ะ แต่พอเจ้าเบียร์เดินเข้ามาดูราคาตั๋ว แล้วก็บอกว่า
“พวกเราเป็น foreigner ต้องเสียคนละ 10,000 กีบต่างหาก ”

พอคนเก็บตั๋วได้ยินอย่างนั้น ก็เลยบอกว่า 6 คน 60,000 กีบ อือม ใช่แฮะ ลืมไปว่าเราเป็นชาวต่างชาตินี่นา
(ฮึ่ม เจ้าเบียร์ ถ้าเงียบๆไว้ ก็จ่ายแค่ 6000 กีบเท่านั้น)

ทางเดินขึ้นเขา ต้องเดินไป 147 ขั้น เจอคนไทยมาเที่ยวด้วย


วิวเมื่อมองจากปากถ้ำ

ถ้ำภายในไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวแหะ ดูๆแล้ว บางจุดคล้ายๆกับแร่แคลไซด์ คล้ายที่ไปถ้ำแก้วโกมลที่ปาย แต่คงไม่น่าจะใช่มั้ง

ภายในถ้ำจัน

เนื่องจากคนเที่ยวน้อย ไม่เหมือนที่ปายจะมีไกด์ช่วยอธิบาย ที่นี่ก็เลยได้แต่เดินดูๆ นิดหน่อยแล้วก็กลับจากถ้ำ (มันคุ้มกับ 10000 กีบหรือปล่าวเนี่ย)

กลับมาจากถ้ำ ลองถามคนขับรถว่า ถ้าจะเหมารถพรุ่งนี้ไปหลวงพระบาง คิดราคาเท่าไร คนขับรถหลังจากทบทวนมาหลายชั่วโมงแล้ว ก็ให้คำตอบว่า 6000 บาท โอ้โฮ แพงจัง ก็เลย say no ไป

คิดว่า มาหารถกันเองดีกว่า ลองสอบถามดูๆแล้ว มีรถตู้ไป คิดราคาคนละ 380 บาท อือม ก็ ok เนี่ยดีนะที่ไม่ตกลงกับเจ้าคนขับรถเมื่อตะกี้

คุยกับคนรับจองรถว่า แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยมั๊ย ได้ความว่า ให้ลองเดินไปหัวมุม แล้วจะเจอตึกเก่าๆ ที่ดูกำลังสร้างอยู่ ตรงนั้นมีร้านอร่อย

เดินมาแล้วก็ดูแปลกๆ เพราะตึกมันเป็นแบบนี้

สอบถามดูแล้วก็ได้ความว่า ด้านนี้เป็นการเข้าด้านหลัง ให้เดินทะลุตึกเข้าไป ก็จะเจอร้านอาหาร
ร้านนี้ชื่อ “นางบด” สั่งอาหารมาประมาณ 5-6 อย่าง ก็ ok นะ ถือว่าอาหารอร่อยใช้ได้เลยอ่ะ หมดไปกับมื้อนี้ 155,000 กีบ




หลังจากอิ่มกันแล้ว ก็มาเดินเที่ยวรอบๆเมืองกัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ คล้ายปายเลยอ่ะ นักท่องเที่ยวก็มีพอสมควร

ร้านตัดผม

เดินเที่ยวเล่นกันไปมา อ้อ เพิ่งรู้ว่าที่นี่ เขานิยมโรตีกัน แต่เขาไม่เรียกโรตีนะ เขาเรียกว่า “PANCAKE” หรูเชียว
เห็นมีหลายร้าน ก็เลยลองซื้อชิมกัน 2 ชิ้น รสกล้วยหอม กับ รสไข่ ชิ้นละ 10000 กีบ

ขนมครกลาว ฝาแปลกดี

เจอร้าน McDonald ด้วย เห็นร้านเขาแต่งสวยดี ลองถ่ายรูปมา เจ้าของร้านเป็นฝรั่งเห็นเข้า ก็เลยปรี่เข้ามาบอกว่า (อันนี้แปลเป็นไทยได้ว่า) “ถ้าคุณมานั่งกินที่ร้านแล้วถ่ายรูป จะok มาก ” แต่แหะ แหะ lunar ได้แต่ยิ้มๆแล้วเดินต่อไป



บรรยากาศในร้าน Mc Donald

สุดท้าย เดินจนหมด ก็ว่าจะกลับที่พักล่ะ แต่ขอแวะกินกาแฟกันสักกะหน่อย

เห็นมีกาแฟลาว เบียร์เลยลองสั่งมา ที่แท้ก็คือ โอเลี้ยงบ้านเรานี่เอง ลองชิมดู รสชาติ ไม่ค่อยอร่อยแหะ

กลับถึงที่พัก lunar ยังรู้สึกว่า ยังหัวค่ำอยู่เลย แต่คนอื่นๆเขาคงเพลียกัน นั่งดู ubc กันใหญ่ lunar อาบน้ำเสร็จ ก็เดินออกมานั่งเล่นข้างนอก บรรยากาศที่นี่เงียบมากๆๆ แต่ดูก็โรแมนติคไปอีกแบบ กลับเข้ามาที่ห้อง คนบางคนหลับไปแล้ว ไม่ยอมอาบน้ำซะด้วย

Thursday, November 01, 2007

LAO : Start - Let'go


วันนี้แล้วซินะ จะได้ไปเที่ยวหลวงพระบาง หลังจากที่รอ ร๊อ รอ มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ยังดีที่สุดท้ายก็ได้ไปจนได้

ใช้เวลาวางแผนไม่นานเท่าไร (อิอิ ก็เป็นลูกทัวร์นี่นา ไม่ได้เป็นหัวหน้าทัวร์ซะกะหน่อย)ไปคราวนี้ ไปกันเอง แบบลุยๆเลยอ่ะค่ะ ไปกันทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงซะ 6 เอ๊ย 5 แหะแหะ (lunar, พี่แหม่ม, พี่ตุ่ม, กุ้ง, น้องนุ่น เป็นชายหนุ่มซะหนึ่ง (เบียร์)

ขาไป นั่งรถทัวร์ไป ขากลับจะกลับเครื่อง ตอนไปเนี่ยไปขึ้นรถที่สุวรรณภูมิ ตอนแรกก็ออกจะแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพิ่งรู้ว่า มีรถทัวร์ออกจากสุวรรณภูมิซะด้วย

เบียร์บอกว่า น้อยคนที่รู้ รถก็ใหม่ และที่สำคัญไม่ late ก็เลยไปขึ้นกันที่นี่

หลังจากสมาชิกพร้อม ขึ้นรถเตรียมตัวออกเดินทาง ประมาณ 3 ทุ่ม กะว่า ถึงที่หนองคายประมาณ 6 โมงเช้า แต่ปรากฏว่า ไหงนั่งรถตั้งนาน รถทัวร์ก็วนๆๆ อยู่ตรงปั๊มท์น้ำมัน 2 รอบ แล้วก็รอเติมน้ำมัน

เราก็นึกว่าไม่น่าจะนาน แต่ก็ตะหงิดๆใจ ทำไม ถึงไม่เติมมาก่อนนะ
นั่งรอตั้งนาน ทำไมยังไม่เติมน้ำมันซะกะที ผ่านไปเกือบๆ 20 นาทีล่ะ ก็เริ่มเติม
โห ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็น รถเติมน้ำมันแบบเต็มถังโคตรๆ ดูจำนวนเงิน 7000, 8000, 9000 ก็แล้ว รอลุ้นอยู่เนี่ยว่าจะถึงหมื่นอ่ะเปล่า

ปรากฏว่าไม่ถึงแหะ แต่เกือบล่ะ รอสักพัก ให้หน้าปัดรีเซต แล้วเติมใหม่
สรุปว่า เกินหมื่นนั่นแหละ แต่หลักตัวเลขไม่พอ จึงต้องเติมใหม่ เสียเวลาไปตั้งนาน....

นั่งรถมาได้สักพัก ตอนแรกก็เอ๊ะใจอยู่เหมือนกัน ว่ารถว่างแหะ สงสัยจะไปรับผู้โดยสารที่ไหนหรือเปล่า แล้วก็จริงซะด้วย แต่ปรากฏว่า มีการขายตั๋วเกิน คือเหลือที่เพียง 10 ที่นั่ง แต่ขายไป 13 ที่นั่ง ซะงั้น (อือม.. เหตุการณ์แบบนี้ ยุคนี้ไม่น่าจะมีแล้วนี่นา)

รถทัวร์มาถึงโคราช แวะจุดพักให้ผู้โดยสารกินรอบดึก แต่ไหง เจ้าหน้าที่ประจำรถกลับไม่ยอมบอกไรเลย พอรถจอด ก็หายต๋อม พวกเราก็เพิ่งตื่น ตอนแรก เลยรู้สึกงงๆกันว่าจอดทำไม พอพี่ตุ่มลงไปเข้าห้องน้ำนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่า เขาให้หยุดพัก เอาคูปองไปกินข้าวได้ แต่ถ้าใครไม่กิน ก็แลกของกินพวก ขนม ยาคูลท์ โค้ก จากเจ้าหน้าที่ประจำรถได้

อือม .. นั่งรถจากสุวรรณภูมิ ประทับใจจริ๊งจริง...

Tuesday, October 23, 2007

ฉะเชิงเทรา - ล่องเรือเที่ยวตลาด

วันปิยมหาราชปีนี้ ไม่ต้องนอนแกร่วอยู่ที่บ้าน เพราะ lunar นัดกับน้องๆ แล้วก็เอ๋ ไปไหว้พระ เดินตลาด ที่ฉะเชิงเทรากัน

จริงๆแล้วคนเริ่มที่จะไปอ่ะ ไม่ใช่ lunar นะ แต่ไหงไปๆมาๆ คนที่ต้องจัดการเรื่องสถานที่เที่ยว เรื่องรถ นัดเวลา ต้องเป็นเราด้วยนะ

งานนี้ขับรถไปกันเอง 3 คัน มีเบียร์ เอ๋ เหงียน ไปกันทั้งหมด 11 คน

ตอนแรกว่าจะนัดเจอกับเหงียนที่จุดพักรถบน motor way แต่หลังจากที่ขับรถมาเกือบถึงจุดพักรถ ปรากฎว่า ทางที่ตัดเข้าไปยังวัดโสธร ดันถึงก่อนจุดพักรถซะนี่ งานนี้ทำให้หลายคนอดกินข้าวเช้าไปซะ

เพราะพอไปถึงวัดโสธร คนเยอะมากๆ พวกเราก็ไปไหว้พระกันเลย จริงๆแล้ว lunar ก็ยังไม่เคยมาที่นี่ เคยแต่มาที่ฉะเชิงเทราตั้งหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมาไหว้พระที่นี่เลยสักครั้ง

อันเนื่องจากปรกติคนก็เยอะอยู่แล้ว และวันนี้ก็เป็นวันหยุดอีก ทำให้เวลาเดินเหมือนกันจะไหลไปเรื่อยๆ เข้าไปไหว้พระแล้วก็ต้องรีบออกมา

รวมพลซะหน่อยก่อนไปไหว้พระกันต่อ

ภายในอุโบสถหลังใหม่


เสร็จจากการไหว้พระขอพรแล้ว เนื่องจากแต่ละคน หิวจนตาลาย เลยหาข้าวเช้า+เที่ยงกินกันแถวนั้นไปก่อน

กิจกรรมวันนี้ คือจะไปเดินเที่ยวตลาดคลองสวน แต่เห็นว่าแถวนั้นเนี่ย มีให้ลงเรือไปเที่ยวตลาดบ้านใหม่ได้ ก็เลยว่าไปนั่งเรือชมบรรยากาศกันก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยไปตลาดคลองสวนกัน

การนั่งเรือ จะมีเป็นรอบๆ รอบที่พวกเราจะไป ก็ประมาณ บ่ายโมง โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง รวมทั้งการเดินเที่ยวในตลาดบ้านใหม่ด้วย

ระหว่างรอรอบที่จะลงเรือ มีเวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ พวกเราก็เลยนั่งๆนอนๆ รวมทั้งสนุกสนานกับการถ่ายรูปซะ

วัดโสธร

อีกมุมหนึ่งของวัดโสธร

ขอรูปเดี่ยวงามๆสักรูปนะ

เอาแบบหนุกหนานบ้าง

เจอน้องตะกั่ว (ตั้งชื่อให้ซะงั้น)

ที่ตลาดบ้านใหม่ ให้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 45 นาที น้อยจัง งานนี้ต้องรีบทำเวลากันซะแล้ว






ร้านตัดผม

แวะกินไอศกรีมโบราณซะหน่อย



หลังจากการจากตลาดบ้านใหม่แล้ว ก็เกือบ 4 โมงเย็น สอบถามคนแถวนั้น ก็ได้ความว่า ตลาดคลองสวน อ่ะวายซะแล้ว ถ้ามาเที่ยว ต้องมาตอนเช้าๆ ง่ะวันนี้เลยอดซะ

ไปหาไรกินดีกว่านะ ว่าแล้วแถวๆนั้นที่ใกล้ก็นี่เลย รวยเรือนแพ

อาหารหลายๆอย่าง ก็ถือว่า ok อ่ะค่ะ กินอิ่มจนพุงกาง งานนี้เอ๋ปล่อยทีเด็ด โดยการแจกการ์ดแต่งงานซะเลย

อิ่มแล้วจะกลับก็ดูจะเร็วเกินไป ไปเดินให้อาหารย่อยแถวๆนั้นดีกว่า ได้ยินมาว่ามีปลาโลมาแถวๆนั้น (จริงอ่ะ) แต่พอแวะมาดู กลายเป็นปลาโลมาแบบนี้อ่ะค่ะ


ก็ไม่เป็นไร เดินๆตากลมเล่นๆ


เอ๋ สวมบทพ่อค้าปลาหมึกย่าง


ทริปวันนี้ แบบสบายๆอ่ะค่ะ

Sunday, October 07, 2007

People Care@นครนายก(2) : ล่องแก่ง

เช้านี้ตื่นขึ้นมา เจ้าปิ๋วก็จัดแจงเตรียมอาหารเช้าด้วยไข่เจียวแบบน้ำม้นท่วมหลายฟองเลยทีเดียว

รอๆข้าวต้มกับกาแฟ ของรีสอร์ท ได้ยินว่ากาแฟมีแค่ 10 ชุดเท่านั้น lunar ก็เลยเดินไปกินกาแฟสดหน้ารีสอร์ทดีกว่า

กลับมากินข้าวต้ม วงสนทนาข้าวเช้า ก็ได้ยินมาว่า เมื่อคืน เจ้าโด้ คงเมาหนัก มีการนอนเปลือยด้วยอ่ะ ยังโชคดีนะที่คนที่เห็นเป็นเบียร์กับเจ้าอ้น สาวๆไม่มีใครตื่นขึ้นมาเห็น

เช้านี้หลังจากลองสอบถามถึงกิจกรรมที่จะทำกัน ก็ตกลงกันว่า จะไปล่องแก่งกัน ส่วนใครไม่อยากล่องแก่งก็นั่งเล่นบนแพแล้วกัน lunar ว่าก็น่าสนุกดีนะ ไปล่องแก่งด้วยละกัน

สรุปแล้วมีคนเล่นทั้งหมด 13 คน แบ่งเป็น 2 ลำ งานนี้สาวๆนั่งอย่างเดียวอิอิ ส่วนหนุ่มๆก็ช่วยกันพายไป

โฉมหน้าทีมที่หนึ่ง

ทีมที่สองซิเจ๋ง (อิอิ)

กำลังกะไปลุยล่ะ

ลำที่ lunar อยู่เนี่ย มีเบียร์ ตูน อ้น อุ้ย ช่วยกันพาย แต่ก็คงเหนื่อยน่าดู ขนาดอ้นที่เข้า fitness ทุกวันยังบอกว่าเหนื่อยเลยอ่ะ

แพล่องมาเรื่อยๆ มีการแซวกันกับอีกลำด้วย บางช่วงก็หนุกดี ตอนน้ำวนๆ ล่องกันไปประมาณครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยให้ลงเล่นน้ำได้

ปรากฏว่า lunar อ่ะไม่ได้สมัครใจลงหรอก เพราะมีบางคนดึงลงไปตอนกำลังเผลอ บ้าจริงๆ ว่ายน้ำก็ไม่เป็นด้วย ที่สำคัญพอดึงลงไปเสร็จ เจ้าตัวก็ว่ายน้ำไปอีกแพอีกลำหนึ่ง เพราะจะไปแกล้งดึงเจ้าฝนลงมา ทำให้ lunar ต้องว่ายน้ำผลุบโผล่อยู่คนเดียว อือม..จำไว้นะเจ้าเบียร์

เสร็จจากการล่องแก่ง ก็กลับบ้านพัก อาบน้ำเก็บของ เตรียมตัวกลับกันล่ะ ว๊าเที่ยวยังไม่หายสนุกเลย

อาหารกลางวันที่ครัวบ้านขาม

ก่อนกลับก็ไปกินข้าวกลางวันกันก่อน มื้อนี้พวกเราไปกินกันที่ ครัวบ้านขาม สั่งอาหารไม่กี่อย่างเองอ่ะค่ะ ก็พอกินได้ แต่แกงส้มชะอมทอดเนี่ย มีกลิ่นแปลกๆแหะ เหมือนยังมียาฆ่าแมลงยังไงก็ไม่รู้อ่ะ

กิจกรรมสุดท้าย ของฝากค่ะ

แวะซื้อของฝากที่ วังรีดีไลท์ ของชิมมีเยอะอ่ะค่ะ อร่อยด้วย อย่างไส้กรอกเยอรมัน ไส้อั่ว ช๊อคโกแลต อิอิ ชิมไปหลายเหมือนกัน

Saturday, October 06, 2007

People Care@นครนายก(1) : วังตะไคร้

วันนี้ที่แผนกมีกิจกรรม "People Care" จริงๆแล้วเป็นความคิดของบริษัท ที่ให้แต่และหน่วยงานจัดกิจกรรมภายใน โดยเลือกมา 1 อย่างที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้พนักงานได้ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกัน หน่วยงานของ lunar หลังจากประชุมกันแล้ว ก็ว่าจะไปปล่อยปลากันที่นครนายก จริงๆแล้วก็หาโอกาสเที่ยวและพักผ่อนนั่นแหละ กิจกรรมนี้ ให้ชื่อกิ๊บเก๋ว่า "โครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดคืนสู่ธรรมชาติ"

งานนี้ขับรถไปกันเอง ไปกันทั้งหมด 7 คัน มีพี่เทพ,คุณหนึ่ง,อ้วน,ตั้ม,เบียร์,เงี๊ยบ,วี ประมาณ 20 กว่าคน นัดเจอกันที่โลตัส คลอง4 เพื่อรวบรวมกำลังพลแล้วก็เริ่มเดินทางกันละ

สถานที่แรกที่จะไป ก็ไปบ้านพักกันก่อน งานนี้เราจะไปกันที่ "สวนหงษ์ การ์เด้นท์วิว รีสอร์ท" เห็นจากในรูปแล้ว น่าไปพักมากๆ

ด้านหน้าเรือนพัก

อีกมุมของเรือนพัก

ขับรถไปประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึง ระหว่างทางตอนแรกตัดสินใจกันว่าจะไปปล่อยปลากันเลยดีหรือเปล่า เพราะถุงปลาเกิดรั่วขึ้นมา ดีที่เห็นอ่ะนะ ไม่งั้นไม่เหลือปลาให้ปล่อยแน่เลย แต่หลังจากซ่อมแซมปิดรอยรั่วกันแล้ว ก็ตัดสินใจเข้ารที่พักกันก่อนดีกว่า

ไปถึงที่พัก โอ้โฮ ที่นี่ทำเป็นบ้านพัก น่าอยู่จริงๆอ่ะค่ะ บ้านทำเป็นบ้านเล่นระดับ แต่ละสัดส่วนสามารถนอนได้เลย แล้วก็มีห้องหลายห้องเป็นสัดเป็นส่วน สำหรับครอบครัว สามารถรองรับได้ประมาณ 30 คนอ่ะค่ะ

หลังจากเข้าบ้านพักเพื่อเก็บของแล้ว ก็เริ่มกิจกรรมไปปล่อยปลาซะที

มุมมองจากเขื่อน

พวกเราขับรถไปที่ "เขื่อนขุนด่านปราการชล" เนื่องจากจำนวนคนที่จะไปปล่อยปลามีเยอะ มีหลายคนปล่อยปลา อีกหลายคน(รวมทั้ง lunar) ไม่ได้ปล่อยปลา (เพราะมัวแต่เดินเล่นถ่ายรูป เลยเดินตามเขาไม่ทัน แหะแหะ)

แวะถ่ายรูปกลางทางกันซะหน่อย

ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน

เอ้า โต้งกับตั้ม ช่วยกันหน่อยจ้า

เฮ้ กิจกรรมหลักเสร็จแล้ว

รู้ซะบ้าง ใครหัวหน้า ใครลูกน้อง

เย้ ได้ไปเที่ยวซะที

เสร็จจากกิจกรรมรอง เอ๊ย กิจกรรมหลักกันแล้ว ต่อไปก็จะไป วังตะไคร้ กันล่ะ

ที่นี่เก็บค่าเข้าชม ถ้ามากันเป็นคันรถ ก็เก็บคันละ 100 บาท พวกเราไปกัน 6 คัน ก็ 600 บาท (น้องวีเจ้าถิ่น ไปซื้อส้มตำเป็นอาหารกลางวัน)

วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากอ่ะ เล่นน้ำกันเต็มไปหมด ลูกๆพี่เทพก็ทำท่าอยากเล่นน้ำ แต่พี่เทพบอกให้รอกินข้าวเที่ยงกันก่อน

พวกเราก็นั่งปูเสื่อ เอาไก่ที่ตั้มไปแวะซื้อระหว่างทางมานั่งแทะเล็มๆไปก่อน เพราะจะรอไก่ย่างส้มตำ หลังจากรอแล้วรอเล่า ชักท่าไม่ค่อยดี ดูเหมือนฝนกำลังจะตก

รอส้มตำ ไก่ย่าง

รอกันเกือบชั่วโมง ฝนตกแน่แล้ว พวกเราก็เลยตัดสินใจ กลับไปกินที่บ้านพักแล้วกัน โทรบอกวี ว่าไม่ต้องเข้ามาแล้วไปเจอที่บ้านพักกันเลย สรุปแล้วเสียตังค์ไป 600 บาทเข้ามา ไม่คุ้มเลยอ่ะ

พอเข้าบ้านพักแล้ว หลังจากที่จัดการส้มตำกันเสร็จสรรพ ดูเหมือนกิจกรรมที่เหลือน่าจะเป็นการโชว์การแสดงเป็นแม่ครัว พ่อครัว งานนี้ขอ bye อ่ะค่ะ แม่ครัวมีเยอะแล้ว เดี๋ยวช่วยย่างกุ้งให้แล้วกัน

สักบ่ายๆเย็นๆ น้องวีมากระซิบบอกว่า ไปเที่ยวน้ำตกนางรองกันมั๊ย ไปแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับมา อือม ไปก็ไป ไม่เคยไป นั่งอยู่ที่บ้านก็ไม่มีไรทำ อิอิ งั้นไป

งานนี้แบบว่า แอบๆไปกันอ่ะค่ะ ไปกัน 7 คน นั่งรถไปคันเดียว ที่น้ำตกนางรองเนี่ย น้ำไหลแรงมาก ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ได้แต่ยืนถ่ายรูปบนสะพาน

น้ำตกนางรอง

ไหนๆก็แอบหนีเที่ยวแล้ว ถ่ายรูปหน่อย

ขากลับ ไปแวะที่เขื่อนอีกครั้ง แต่ขับรถไปใกล้ๆเขื่อน เมื่อเช้าไม่ได้มาตรงนี้อ่ะค่ะ ดูก็สวยดี ได้บรรยากาศยามเย็นไปอีกแบบ

เขื่อนขุนฯ ยามเย็น

กลับมาที่บ้านพัก คนอื่นๆเริ่มมาทำการปิ้งย่าง ทำกับข้าวกันชุลมุนตรงหน้าบ้าน พวกเราต้องแอบๆเข้าไป ทำเหมือนไม่มีไรเกิดขี้น แต่ไม่วาย เจ้าตั้มทักซะเสียงดัง

"นี่ๆ แอบไปเที่ยวกันมา ไม่ชวนกันบ้างเลย"
แฮะแฮะ ทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ รีบเข้าไปสวมรอยย่างกุ้งซะเลย

มื้อเย็นนี้ กับข้าวเยอะมาก มาจากหลากหลายฝีมือ ก็ ok อ่ะค่ะ แถมมีการเป่าเค้กวันเกิดของคนที่เกิดเดือนตุลานี้ เป็น blueberry cheese cake 2 ก้อน ฝีมือน้องนุ่น ตอนแรกมันก็น่ากินดีหรอก แต่ด้วยฝีมือการแต่งหน้าเค้กเพิ่มเติมของใครบางคน ซึ่งโป๊ะหน้าด้วย ปีโป้หลากสี ต่อด้วยการปักเทียนแล้ว มันทำให้หน้าตามันไกลจากคำว่า น่ากิน ไปหน่อย

เค้กวันเกิด น่ากินหรือป่าว

คืนนี้ lunar นอนกับน้องบีในห้องเล็กชั้นล่างสุด ห้องใหญ่เต็มซะล่ะ นอนไม่ค่อยหลับ เพราะห้องอบอ้าว (แอร์เสียซะเนี่ย)