Monday, November 05, 2007

LAO : Day 4 - หลวงพระบาง (3) - วัดเชียงทอง


เช้านี้ นัดกันตั้งแต่ตี 5 ว่าจะไปตักบาตรข้าวเหนียวกัน

เดินออกมาหน้าร้าน JO MA เห็นมีแม่ค้าพยายามจะขาย ข้าวเหนียวให้กับพวกเรา แต่อยากไปซื้อที่ตลาดมากกว่าอ่ะค่ะ

เดินมาเรื่อยๆที่ตลาดสด ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะมีขายเปล่า ลองสอบถามคนแถวนั้น ในที่สุดก็เจอร้านขายข้าวเหนียว

ซื้อกันคนละ 1 กิโล กิโลละ 6000 กีบ เจ้าเบียร์บอกว่า ไม่ตักบาตรนะ จะช่วยถ่ายรูปให้ละกัน แม่ค้าใส่ถุงก๊อปแก๊ปให้ พวกเราถามว่า มีกระติปให้ใส่หรือเปล่า แม่ค้าบอกว่าเมื่อก่อนก็เคยมีให้ใส่ แต่ลูกค้าใส่แล้วไม่เอามาคืนให้

พวกเราก็ไปรอๆแถวสี่แยก แม่ค้าแถวนั้นบอกว่าที่นี่แหละ พระเยอะแล้ว เพราะจะมีพระหลายวัดมาตักบาตรกันที่นี่ พวกแม่ค้าก็พยายามขายขนม พร้อมกับบอกว่ามีเสื่อให้ปูนั่งด้วย พวกเราก็เลยดูๆแล้ว อุดหนุนแม่ค้าหน่อยละกัน ชุดละ 5000 กีบ จะได้มีเสื่อไว้ปูนั่งด้วย

ข้าวเหนียวและขนม ตักบาตร

แต่ดูเหมือนรอกันตั้งนานแล้ว เกือบ 6 โมงแล้วเนี่ยยังไม่เห็นมีพระมาสักรูป แล้วก็ไม่เห็นมีชาวบ้านจะมาใส่บาตรกันเลย มีแต่พวกเรา 5-6 คนเนี่ย


นั่งรอสักพัก มีฝรั่งมาเดินๆเมียงมองพวกเราเหมือนกัน แล้วก็มาถ่ายรูปพวกเราด้วย อิอิ เผื่อเอารูปพวกเราไปเผยแพร่

กว่าพระจะมาก็ 6 โมงกว่าละ เดินมาเป็นทิวแถว
แต่พระจะค่อยๆมาทีละวัด จะมีเส้นทางเดินของแต่ละวัด จะไม่เดินทับเส้นกัน เวลาใส่บาตร ต้องจก(หยิบ)ข้าวเหนียวเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใส่บาตรพระให้ทัน พระจะเดินเร็วมาก


ตอนแรก lunar ก็จกข้าวเหนียวก้อนเล็กๆ หลังๆกลัวข้าวเหนียวไม่หมด เลยจกก้อนใหญ่ซะเลย
พระเดินมาประมาณ 4-5 วัด บางวัด ก็ไม่เดินผ่านที่ที่พวกเรานั่งอยู่ จะไม่เหมือนที่เมืองไทยนะ ที่เมืองไทยถ้าพระเห็นคนมาบินฑบาตร จะเดินเข้ามาให้ใส่บาตร

lunar ใส่หมดพอดี มีนุ่นกับพี่แหม่ม ใส่ไม่หมดอ่ะ
เบียร์บอกว่า ถ่ายรูปไม่ค่อยทัน โดนบังซะหมด ว๊าแย่จัง

หมดจากการใส่บาตรก็ไปขึ้น พูสี ค่าเข้า คนละ 20000 กีบ
ทางขึ้น วัดพูสี

เดินขึ้นสูงเหมือนกันแหะ ไปถึงข้างบน มองลงมาเห็นเมืองทั้งเมือง วิวสวยดี




พระธาตุพูสี
เข้าไปในโบสถ์ ไปลองเสี่ยงเซียมซี ได้เบอร์ 10 แต่แหะแหะ ไม่สามารถอ่านคำทำนายได้


มีให้อธิฐานแล้วลองยกพระพุทธรูปด้วย เจ้าเบียร์เห็นว่ายกได้ฉิวเลย lunar ว่าจะลองอธิฐานบ้าง
ปรากฏว่ายกไม่ขึ้นเลยอ่ะค่ะ ลองอีกครั้งก็ยกไม่ขึ้น (แปลว่าไรเนี่ย)



ขอเล่นบ้าง

ลงจากพูสี ไปเดินแวะตลาดอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อวานพี่แหม่มกับกุ้งยังไม่ได้มาเดินกัน
อาหารเช้าวันนี้ ตอนแรกว่าจะไปกิน ข้าวเปียกกัน ไปถึงที่ร้านปรากฏว่า ตอนเช้าไม่ขายข้าวเปียก ขายแต่ก๋วยเตี๋ยวเครื่องใน ก็เลยขอ bye ละกัน ไม่ถนัดกินเครื่องใน

สุดท้ายกลับมากินร้านเดิม วันนี้ พวกเราสั่งเฝอมากินกันคนละชาม อร่อยแล้วอ่ะ

กลับมาที่พัก นัดกันว่า เจอกันเที่ยงๆ ให้เอาของมารวมกันที่ห้อง lunar เพราะจะยุบเหลือห้องเดียวเท่านั้น
lunar อาบน้ำเสร็จแล้ว ไม่อยากอยู่ในห้องอ่ะค่ะ อยากออกไปเดินเที่ยวอีก ก็เลยชวนพี่ตุ่มไปเดินดู souvenir แต่แล้วก็ไม่มีไรน่าสนใจ

กลับมาที่พัก เจอพี่แหม่มกับกุ้งรออยู่แล้ว เลยไปตามเจ้าเบียร์กับนุ่น ปรากฏว่า 2 คนนั่นยังไม่อาบน้ำเลย
กว่าจะรวมพลกันได้ก็เกือบเที่ยงแล้ว วันนี้จะไปวัดเชียงทองกัน

เดินไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านตำหนักลาว ร้านนี้หรูสุดแล้ว ตกลง trip นี้ได้กินหรูหลายมื้อทีเดียว
แต่ละคนสั่งเป็นจานๆมากิน lunar สั่งข้าวผัดไส้อั่ว แม้ว่าจะไม่มีในเมนู นึกว่าที่นี่เขาจะ adapt ได้ แต่ว่า เขาไม่ทำให้อ่ะ ถ้าไม่อยู่ในเมนู ก็เลยสั่ง ข้าวผัดกุ้ง แล้วสั่งไส้อั่วเป็นจานมากิน ไส้อั่วที่นี่อร่อยอ่ะค่ะ คล้ายแฮ่กึ้นบ้านเรา

อิอิ ลองส้มตำปลาร้าซะทีก็ดี ไหนๆก็มาแล้ว บ๋อยถามว่า จะเอาเป็นตัวๆหรือเปล่า จ๊าก ไม่ต้องอ่ะนะ แค่สั่งส้มตำปลาร้าเพราะต้องการแกล้งใครบางคนที่ไม่กินปลาร้าก็พอ

ปรากฏว่า สาวๆแต่ละคนกินส้มตำกันอร่อยซะ ยกเว้น หนุ่มคนเดียวของทีม

อิ่มแปล้กับมื้อกลางวันในราคา 245,000 กีบแล้ว ก็ไป วัดเชียงทอง กันต่อ
วัดเชียงทองนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดพระแก้ว สวยงามมากๆเลย เป็น highlight ของหลวงพระบางเลยทีเดียว ราคาเข้าชม 20,000 กีบ



เจ้าเบียร์กับมุมประตูวัด






ออกจากที่วัดเชียงทอง เกือบ 4 โมงเย็นแล้ว พวกเราต้องรีบทำเวลากันหน่อย เพราะหลายคนจะไปซื้อผ้าพันคอเป็นของฝาก (รวมทั้ง lunar ด้วยอ่ะค่ะ) แต่เราเล็งร้านไว้แล้วว่าจะซื้อร้านไหน ก็เลยรีบตรงดิ่งไปทันที (ยกเว้นพี่ตุ่ม ที่ขอตัวกลับที่พักก่อน)

lunar ซื้อผ้าพันคอให้แม่กับเจ๊ฮวงคนละผืน เลือกอยู่นานเพราะสวยหลายผืน เลือกเนื้อผ้าแบบดีๆให้แม่เลยนะเนี่ย ราคา 450 บาท แล้วซื้อฝากน้องฝนด้วย 1 ผืน

เสร็จสรรพ มาแวะตลาดม้งอีกนิด ขอซื้อกระเป๋าของฝากอีกซัก 4-5 ใบ พร้อมกับโปสการ์ดที่ stamp ตราหลวงพระบางพร้อมวันที่เป็นที่ระลึกละกัน

กลับถึงที่พัก คราวนี้ทุกคนมารวมอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ละคนหามุมของตัวเก็บของกันใหญ่
เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง ก็เลยคิดว่าไปหาอาหารเย็นกินดีกว่า เพราะถ้าขึ้นรถแล้วคงได้นั่งยาวเป็นแน่

ใกล้สุดก็ร้าน JOMA เพราะใกล้ที่พักที่สุดแล้ว lunar สั่ง pizza ไก่ กับ expresso มากิน แต่กินไม่หมดแหะ

ได้ยินพี่ตุ่มเล่าว่า พนักงานที่ถาวรสุขถามว่า จะกลับไปเวียงจันทน์หรือเปล่า เจ้าของโรงแรมเนี่ยวันนี้ก็จะไปเวียงจันทน์ เขาไปบ่อยมาก สามารถนั่งรถแวนไปกับเขาได้
เสียดายจัง ไม่ได้ถามแต่แรก ก็เลยบอกไปว่า ซื้อทัวร์ไปแล้วอ่ะ

โบกมืออำลาหลวงพระบาง เตรียมตัวนั่งรถตียาว 9 ชั่วโมงกลับเวียงจันทน์
พอมาถึงท่ารถ เอ.. เจ้าหน้าที่บอกว่า รถคันนี้แหละที่จะไปเวียงจันทน์ มีคันเดียว
พวกเราก็เมียงมอง อือม.. เนี่ยเหรอ รถ VIP ดูมันโกโรโกโส ยังไงชอบกล

รถ VIP (เหรอเนี่ย)

สอบถามแล้วปรากฏว่า เนี่ยไม่ใช่ VIP แต่เป็นรถธรรมดา รถ VIP จะมีแค่รอบเช้า แล้วรถธรรมดาเนี่ย ราคา 100,000 กีบ โอ๊ย โดนลาวหลอกซะแล้ว เพราะซื้อตั๋วมาในราคา 115,000 กีบ
เอาซะแล้ว แล้วบนรถ เราจะเจอไรบ้างเนี่ย

เริ่มแต่แรกเลย แม้คุณจะมีตั๋วที่บอกหมายเลขที่นั่งก็ตามที แต่พอขึ้นไปปุ๊บ ก็จะมีป้าที่ไหนไม่รู้ นั่งที่ของเราอยู่ก่อนแล้ว บอกกี่ทีก็ไม่ยอมไปซะที ต้องให้คนท้องถิ่นช่วยพูดให้

ข้อสอง พอคนเริ่มนั่งกันเต็มทุกที่นั่งแล้ว จะมีที่นั่งเสริมทันที เป็นเก้าอี้พลาสติกวางเรียงอยู่ตรงกลางรถ (โอ๊ย ไอ้นวัตกรรมแบบนี้เนี่ย เคยเห็นในเมืองไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้วนี่นา)

ข้อที่สาม พอรถออกไปได้สักพัก ปิดไฟมืดตื๋อ พร้อมกับเสียงเพลงที่ดังเหมือนอยู่ในผับอย่างไงอย่างงั้น (มันจะเปิดดังๆทำไมฟะ) แต่เนื้อเพลงเป็นเพลงลูกทุ่ง

ด้วยเหตุที่เสียงเพลงบรรเลงเนี่ยแหละ ทำให้ lunar ไม่สามารถหลับได้เลย เพราะพอเริ่มจะเคลิ้มๆหลับซักนิด เสียงเพลงก็ดังขึ้นมา กวนรูหูเยี่ยงนัก

สลับกับเส้นทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด ซ้ายทีขวาที ใครหลับลงก็เก่งโคตรแล้ว หลับๆตื่นๆ ดูดาวไปละกัน

ข้อที่สี่ การบริการผู้โดยสาร หลังจากออกจากท่ารถมาประมาณ 2 ชั่วโมง มีแวะให้เข้าห้องน้ำกัน ตอนแรก ก็พยายามมองๆหาห้องน้ำอยู่ไหนหว่า แต่ที่ไหนได้ เห็นผู้หญิงประมาณ 3-4 คน นั่งเด็ดดอกไม้ข้างทางซะนี่

ข้อที่ห้า ระหว่างทางเนื่องจากหนทางคดเคี้ยวเลี้ยวลด อาจมีผู้โดยสารไม่ชินทาง เกิดอาเจียนขึ้นมา เด็กรถก็เลยถือถุงพลาสติกพยายามเดินแจกผู้โดยสาร พร้อมกับบอกว่า

“ถุงยางมั๊ยครับ”
เอามายื่นให้พี่แหม่ม พี่แหม่มบอกว่า
“ไม่ใช้ค่ะ”
ฮา เข้าไป

พอเที่ยงคืน ก็มีแวะให้กินข้าวเหมือนกัน คุ้นๆว่าร้านนี้เนี่ยมาแวะพักแล้วนี่นา ตอนระหว่างทางจากวังเวียงไปหลวงพระบางอ่ะ

Sunday, November 04, 2007

LAO : Day 3 - หลวงพระบาง (2) - น้ำตกกวางสี

เมื่อคืนนัดกับเบียร์และนุ่นว่า เช้านี้จะออกไปเดินดูชาวบ้าน ตักบาตรข้าวเหนียวกัน ส่วนกลุ่มพวกเรากะว่าจะตักบาตรพรุ่งนี้ดีกว่า เนื่องจากพรุ่งนี้ไม่ได้มี plan ไปไหนไกล
แต่ว่า ฝนตกอีกแล้ว กว่าจะหยุดตกก็เกือบ 7 โมง

ออกไปเดินเล่นตลาดกัน 4 คน lunar ก็เลยไปถามชาวบ้านแถวนั้น ว่าตักบาตรกันกี่โมง ที่ไหน คุณป้าบอกว่า แถวหน้าวัดตรงที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ได้ ตักบาตรเวลา 5.30 ถึง 6.00

สภาพตลาดเช้าที่นี่ ดูคึกคักจัง ขายของสดกันเยอะมากๆ

บรรยากาศตลาดสดยามเช้า

ปูสด มันรวมกัน

ปูสุกแล้ว นี่ก็มัดรวมกัน


หนังควายสด

หนังควายตากแห้ง

ก้อนสาหร่าย

ล๊อตเตอรี่

ซื้อของกินเล่นมา 2-3 อย่าง เป็นข้าวเหนียวดำ กับ ขนมคล้ายๆข้าวเกรียบปากหม้อบ้านเรา แต่อันใหญ่กว่า

เดินแวะมากินกาแฟร้านดัง ประชานิยม ใกล้กับที่พัก ร้านนี้ขึ้นชื่อใน net ด้วยอ่ะค่ะ

ร้านกาแฟประชานิยม

เพิ่งรู้ว่า ปาท่องโก๋ ภาษาอังกฤษเรียกว่า bananafritter นั่งสั่งกาแฟลาวมากิน ได้รสชาดและบรรยากาศดีจัง

เห็นเจ้านุ่นสั่ง เฝอ ร้านข้างๆมากิน ลองชิมน้ำซุปแล้วอร่อยดี เห็นชามใหญ่ เลยสั่งมากินคนละครึ่งกับพี่ตุ่ม

โปรแกรมทัวร์ของเราเช้านี้จะเดินเล่นรอบเมือง ชมวัดวาอาราม บ่ายไปเที่ยวน้ำตก



โต๊ะอาหารร้าน Pondview Terrace

บรรยากาศร้าน Pondview น่านั่งจัง


ร้านกบน้อย

ภายในร้านกบน้อย

เดินกันจนเหนื่อยละ อาหารเที่ยง พอดีเดินผ่านเลียบแม่น้ำคาน เห็นมีร้านนี้น่านั่งจัง ชื่อร้าน Chang Café ก็เลยว่าร้านนี้ละกัน มื้อนี้ได้กินข้าวติดแม่น้ำ สั่งกันเป็นจานๆ lunar สั่ง ข้าวผัดสัปปะรดกับน้ำกล้วยหอมปั่นมากิน

บรรยากาศที่ร้าน Chang Café



ป้ายข้ามถนน สุดจ๊าบ

ตกบ่าย ไปเจอกันที่ร้านทัวร์ เตรียมตัวไปน้ำตก แต่ปรากฏว่า พี่แหม่มลืมกล้องถ่ายรูปไว้ที่พัก ตอนแรกกะว่า เบียร์จะวิ่งกลับไปเอา หรือไม่ก็จ้าง sky lab ไป ก็เลยบอกลูกสาวเจ้าของทัวร์ว่า รอสักพัก ไปเอากล้องถ่ายรูปก่อน

แต่ว่า น้องหน้าสวยแต่ดุ (ตั้งชื่อให้ซะงั้น) กลับบ่นกระปอดกระแปด ว่าลูกทัวร์ทั้งหมดพร้อมแล้ว จะออกเดินทาง พวกเราก็ลังเลกันอยู่ว่าจะเอาไง สุดท้ายคนขับรถเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ว่า อือม…เป็นทางผ่านอยู่แล้ว เดี๋ยวจะแวะให้ละกัน ดูเหมือน คนขับรถจะเข้าใจลูกค้ามากกว่ายัยน้องหน้าสวยแต่ดุซะอีก

หลังจากรอพี่แหม่ม ได้สักพัก สุดท้ายก็หาไม่เจอแหะ ได้แต่หวังว่า คงตกอยู่ที่ไหนสักแห่ง คงไม่หายหรอกน่า
นั่งรถตู้ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็ไปถึงน้ำตกกวางสี ให้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง

ทางเข้าน้ำตกกวางสี

น้ำตกที่นี่สวยมาก น้ำเป็นสีเขียวใส น้ำตกค่อนข้างสูง มีทางให้เดินไปข้างบน ก็เลยเดินขึ้นไปกัน

น้ำตกกวางสี

แต่ต้องปีนป่าย ลุยๆน้ำกันด้วย เดินไปถึงจุดสูงสุดที่เขายอมให้นักท่องเที่ยวเดินแล้วมองลงมา โอ้โฮ สูงน่ากลัวเหมือนกันแหะ
ต้องค่อยๆปีน เกาะขอบไม้ไปเรื่อยๆ อยู่ได้แป๊บเท่านั้น ก็ลงมาแล้ว


ไม่ค่อยมีคนท้องถิ่นมาเที่ยวเลยแหะ มีแต่นักท่องเที่ยว แล้วก็ไม่เห็นมีใครลงเล่นน้ำกันเลย
เดินลัดเลาะไปด้านล่างของน้ำตก เห็นมีฝรั่งเล่นน้ำกัน 2-3 คน โหนเชือกเล่นน้ำ ดูท่าทางน่าสนุกดี



ถัดจากน้ำตกมานิดนึง เห็นกรงเสือ กับ กรงหมี แต่ดูท่าทางเสือกับหมีมันจะหงอยๆเหงาๆ

เห็นมี คอปเตอร์ไม้ไผ่ วางขายอยู่ ตอนแรกกะว่าจะซื้อมาฝากน้องๆ แต่กลัวว่าจะโดนหาว่า ซื้อไรไม่สร้างสรรค์ เลยไม่เอาดีกว่า ให้พี่แหม่มซื้อไปคนเดียวละกัน

คอปเตอร์ไม้ไผ่

กลับจากน้ำตก ระหว่างทาง คนขับรถมีแวะให้เยี่ยมชมหมู่บ้านม้งด้วยประมาณ 10 นาที ตอนแรกกะว่า ไม่ลงดีกว่า แต่ก็ไหนๆมาแล้ว ลงไปซะหน่อย

พอลงจากรถเท่านั้นแหละ เด็กๆทั้งหลายอายุประมาณ 4-7 ขวบ ก็รีบร้องตะโกนกันว่า
“เร็ว เข้า office”
แล้วบรรดาเด็กๆทั้งหลาย ก็รีบเข้านั่งประจำการ เตรียมขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวกันอย่างเป็นระเบียบ


เป็นภาพที่น่ารักมากเลยอ่ะค่ะ ชอบจริงๆ เด็กๆแต่ละคนขายเรียงหน้ากระดาน ข้างหน้ามีของขายประเภท สร้อยข้อมือ
พอกลุ่มเราเดินเข้าไปถามไถ่ เด็กๆก็ร้องบอกว่า

“พี่สวย อันละ 10 พันกีบ”

เดินเที่ยวนิดหน่อย ไม่ได้ซื้อไร ขากลับขึ้นรถ พวกเด็กๆยังโบกมือ บ๊ายบายเรา แล้วก็พัก break เจ้าหน้าที่ office เด็กน้อยแตกฮือกัน

กลับมาถึงในเมือง เย็นมากแล้ว คุยกันว่าจะขึ้นพูสีวันนี้หรือเปล่า ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน แต่รู้สึกว่า แต่ละคนจะเหนื่อยกัน เลยไปเช้าพรุ่งนี้ละกัน

ไปหารถที่จะกลับเวียงจันทน์พรุ่งนี้ ลองไปสอบถามกับร้านเดิมเนี่ยแหละ ได้ความว่า ราคาคนละ 115,000 กีบ เป็นรถ VIP ซะด้วย ก็เลยตกลงให้มารับพรุ่งนี้ตอน 6 โมงเย็น

หาอาหารเย็นกินกัน ตอนแรกกะว่าจะไปร้านที่แนะนำจากใน web อยู่ร้านหนึ่ง แต่ร้านปิด ก็เลยเดินๆดูแล้วก็คุยกันว่า ไหนๆก็กินหรูมาหลายมื้อแล้ว ลองแบบโลโซซะมื้อ ลอง vegetarian buffet ละกันเห็นฝรั่งก็กินกัน

vegetarian buffet

คนละ 5000 กีบ แต่บุฟเฟต์ที่นี่ ไม่ใช่ว่าจะตักกี่ทีก็ได้ ต้องตักแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็เลยตักกันมาคนละจาน เสริมด้วยเปาะเป๊ยะสด และ เปาะเปี๊ยะทอด

กินเสร็จแล้ว ต่างคนก็ได้แต่อึ้ง คืออาหารมันเย็นอ่ะค่ะ มันก็เลยอืดๆแปลกๆ เจ้าเบียร์บอกว่า ไป JO MA โดยด่วน


ร้านนี้ดูดีมากๆเลยค่ะ แต่ละคนสั่งเครื่องดื่มกับขนม เจ้าเบียร์ล่อพิซซ่าไปชิ้นนึง ( lunar แอบชิมนิดนึง อร่อยดี)
cashier หนุ่มถาม lunar ว่าเป็นคนไทยหรือ นึกว่า ญี่ปุ่นซะอีก (อิอิ อีกแล้วเรา)

ออกจากร้าน JO MA ไปเดิน shopping กันต่อ lunar ซื้อ กางเกงเล เป็นของฝากให้น้องๆที่ office ล่อไปซะ 6 ตัว ราคา 350 บาท แล้วจะเอากลับยังไงเนี่ย

Saturday, November 03, 2007

LAO : Day 2 - หลวงพระบาง (1)

เช้านี้ lunar ตื่นแต่เช้า ดูเหมือนว่าเมื่อคืนฝนจะตกพรำๆ อากาศดีมากเลยอ่ะ อยากให้กรุงเทพเป็นแบบนี้บ้างจัง



ออกไปเดินเล่นดีกว่า โอ้โฮ บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศเลย หมอกหนามาก อากาศเย็น ว่าแต่เดินแถวๆที่พักจนหมดแล้ว อย่ากระนั้นเลย ไปเดินที่ในเมืองดีกว่า ฉายเดี่ยวซะเลย ไปดูบรรยากาศยามเช้า


เช้าที่นี่ ไม่มีใครออกมากันเลย ยังกับเมืองร้างแนะ เดินจนทั่ว ไม่มีไรก็เลยกลับดีกว่า ขากลับดันไปเจอฝรั่งคนนึง พอดีเดินผ่านบังกะโล หรือเรือนพัก สักอย่างของแก แกก็ออกมาทักทาย แต่ดูท่าทางเหมือนกับจะยังเมาค้างไงก็ไม่รู้ คุยกันได้สักพัก เหมือนกับว่า มจากอังกฤษ มาที่นี่ได้สัก 4-5 ปีแล้ว ชวนให้มาพักที่เรือนพักของแก บอกว่า สรุปว่า ทักทายเรียกลูกค้าว่างั้นเหอะ แต่ lunar ก็บอกไปว่า จะไปหลวงพระบางวันนี้แล้ว

กลับถึงที่พัก จัดแจงอาหารเช้าที่โรงแรมนั่นแหละ เช้านี้กินอาหารแบบ ชาวยุโรป คือ ไข่ดาว แฮม ขนมปังแบบฝรั่งเศสอ่ะ แต่ขนมปังอันเล็ก แล้วก็ไม่ค่อยแข็งเหมือนที่เวียงจันทน์ ลองกินกาแฟลาวอีกครั้ง อือม.. วันนี้รสชาด การแฟลาวอร่อยกว่าเมื่อวานแหะ

เสร็จสรรพ พวกเราต้องออกเดินทางกันต่อล่ะ นัดกับบริษัททัวร์ไว้ 9 โมงให้มารับ นั่งรถกระบะไปต่อรถตู้ ตอนแรกก็นึกว่ามีแต่พวกเรา แต่ที่ไหนได้ มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆอีก ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งแหะ สรุปว่า รถตู้ 13 ที่นั่ง ก็นั่งกันเต็ม


ระยะทางจากวังเวียงไปหลวงพระบาง ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง และก็ไม่ใช่ทางราบด้วย ทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว ยิ่งกว่าวันแรกอีก นั่งรถมาตลอดทาง หัวโขกกับรถตู้มาตลอด แต่พวกฝรั่งที่นั่งมาด้วยเนี่ยซิ เก่งแหะ ไม่ยักกะหลับเลย แถมนั่งก็ลำบากกว่าพวกเรา เพราะนั่งหลังสุด ตัวสูงขายาว ก็เลยต้องชันเข่ามาตลอดทาง (นับถือจริงๆ แต่เขาคงไม่รู้ว่าจะบ่นยังไงมั้ง)

วิวข้างทาง ก็สวยนะ บางช่วงมีดอกบัวตองเต็มไปหมด แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เพราะรถวิ่งเร็ว คนบางคน กดดันอยู่นั่นแหละว่าให้ถ่ายรูป ทำไมไม่ลองมาถ่ายเอง จะได้รู้ว่า รถวิ่งเร็วๆ เลี้ยวซ้ายขวาอย่างนี้ ใครจะไปชัตเตอร์ทันล่ะ

มีแวะให้กินข้าวระหว่างทางด้วยที่กิ่วกะจำ พวกเราไม่รู้ว่าจะกินไรดี เลยสั่งอาหารอินเตอร์ซะเลย ข้าวไข่เจียว ข้าวหมูทอด ข้าวผัด แหะแหะ

ร้านอาหารระหว่างทางที่กิ่วกะจำ

เห็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั่งข้างๆ ซดก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ สูดเสียงดัง ดูๆแล้วก็น่ากินแหะ เพราะที่นี่อากาศหนาวอ่ะ ตั้งแต่ลงจากรถมาแล้ว ลมพัดที หนาวเย็นยะเยือก

มาถึงหลวงพระบาง รถตู้จอดที่ท่ารถ พวกเราก็เหมารถ skylab เข้าที่พักอุดมสุข (OUDOM SOUK GUEST HOUSE) ใกล้กับไปรษณีย์ อากาศที่นี่หนาวกว่าที่วังเวียงอ่ะ ที่นี่เราเข้าพัก 3 ห้อง lunar นอนกับพี่ตุ่ม

ที่พักแถวนี้มีเยอะอ่ะค่ะ เป็นเรือนพักตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย ใครมาเที่ยว แนะนำให้มาหาห้องพักแถวนี้ก็น่าจะดี

ตอนแรกกะว่า เอาของเข้าห้องพัก แล้วจะออกมาเดินเที่ยว แต่ฝนตกพรำๆ เลยอยู่ในห้องไปก่อน
พอฝนเริ่มซา ก็เย็นแล้วอ่ะค่ะ ออกไปเดินเที่ยวกันดีกว่า

เดินเที่ยวในตลาด เจอของกินหน้าตาแบบนี้ค่ะ

สอบถามแล้วได้ชื่อว่า ข้าวจี่ เป็นข้าวเหนียวเอาไปปิ้ง เลยลองซื้อมากิน รสชาติไม่ ok อ่ะค่ะ เพราะเค็ม สรุปว่า กิน 1 อันไม่หมด

ตู้ไปรษณีย์ ดูเลอะๆอ่ะ

ไปเที่ยวเดินตลาดม้ง เป็นตลาดที่ขายผ้าซะเป็นส่วนใหญ่ เช่นผ้าพันคอ กระเป๋า เสื้อ ผ้าห่ม ผ้านวม ราคาก็ไม่แพงนัก ต่อรองได้
เดินรอบๆในตัวเมือง ส่วนใหญ่ร้านค้าจะทำไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่วนบ้านเรือนจะเป็น สไตล์คล้ายๆกัน แบบว่า ถ้าบ้านใครจะปลูกบ้าน ต้องทำตามแบบที่ทางการกำหนด ไม่งั้นเดี๋ยวอดเป็นมรดกโลก

สงสัยจังว่า ที่นี่มีโรงหนัง โรงละคร คาราโอเกะ ผับหรือเปล่า แต่ดูแล้วคงไม่มีแน่นอน
เดินต่อมาอีกหน่อย ก็เจอตลาดม้งอีกล่ะ ใหญ่กว่าเมื่อตะกี้อีก มีขายของคล้ายๆกัน แต่ตลอดแนวเลย


lunar ซื้อผ้าคลุมเตียงมา 1 ผืน เป็นผ้าไหมมอญ สวยดีอ่ะค่ะ ราคา 3000 บาท ต่อเหลือ 1500 บาท ไม่รู้ว่ายังแพงอยู่หรือเปล่า แต่เนื่องจากว่า สวยถูกใจ เห็นว่าสามารถทำเป็นผ้านวมก็ได้ ก็เลยตัดสินใจซื้อมา

ซื้อเสื้อมาอีก 2 ตัว ราคาตัวละ 60 บาท ด้านหน้าสกรีนเป็นตัวอักษรลาวตัวหนึ่ง ส่วนอีกตัว เป็นรูปฝ่ามือพระพุทธเจ้า ด้านล่างเขียนว่า หลวงพระบาง

เดินจนเหนื่อย เริ่มหิวแล้ว เย็นนี้กินหรู หลังจากเดินหามาหลายร้าน สุดท้ายตัดสินใจเข้าร้าน Tum Tum Bamboo
สั่งอาหารแบบไทยๆมากิน ประมาณ ต้มยำกุ้ง , ผัดกระเพราไก่, ผัดผักรวมมิตร, ไก่ผัดตระไคร้ ส่วนเจ้านุ่นอยากลอง ส้มตำ ก็เลยสั่งมากินกัน มาลาวได้ 2 วันแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่า อาหารลาวที่ขึ้นชื่อคือไร เห็นมีแต่อาหารไทยๆ

อิ่มหนำกันแล้ว ออกมาเดินกันต่อ ไปแวะดูทัวร์ที่จะไปกันพรุ่งนี้ เท่าที่สอบถามแล้ว ปรากฏว่า แหล่งท่องเที่ยวที่ฮิตฮอต มี 2 ที่คือน้ำตกกวางสี กับ ถ้ำติ่ง(PAK OU)

ถ้าจะไป ถ้ำติ่ง ต้องใช้เวลานั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เลยตัดสินใจกันว่า จะไปแค่น้ำตกละกัน ตกลงก็ไปซื้อทัวร์ ตกคนละ 55000 กีบ (ค่ารถ 35000 ค่าเข้า 20000)

ร้านทัวร์ร้านนี้ ตอนที่ตกลงกับเจ้าของ ดูเหมือนว่า ตอนแรกจะจ่ายแค่ค่ารถก่อนก็ได้ แล้วค่อยจ่ายค่าเข้าทีหลัง แต่พอมาจองทัวร์กับลูกสาวคนสวย ปรากฏว่า ให้จ่ายเลยทีเดียวทั้งหมด

ดูเหมือนตัวลูกสาวเนี่ยจะพูดยากกว่าคนแม่แหะ

ดึกแล้วอ่ะ ขากลับว่าจะไปซดกาแฟที่ร้าน JO MA กันซะหน่อย ปรากฏว่าร้านปิดซะแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ละกัน