ไม่ได้ update blog มานานมากอ่ะ ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา ก็ถือประเดิม สวัสดีปีกุน กับ blog ในวันนี้เลยละกัน
update ทั้งที รวบยอด activity ทั้งหลายแหล่ (ทำเหมือนจะมีเยอะ อิอิ) ตั้งแต่ปีใหม่ ปีนี้เมืองไทยฉลองปีใหม่ด้วยความกร่อยสุดขีด --> ปีใหม่พร้อมกับระเบิด 6 จุดทั่วกรุง เป็นเหตุให้ต้องงดการ count down ที่ central world กับที่สนามหลวง พร้อมกับงดกับทำบุญตักบาตรที่สนามหลวง ในวันขึ้นปีใหม่อีกต่างหาก
lunar เองหยุด 5 วัน ไป shopping ซะ 2 วัน ซื้อของให้เพื่อนๆพี่ๆน้องที่ office เป็นธรรมเนียมปีใหม่ไปซะแล้ว แต่ก็ยังดีนะที่ซื้อของทั้งหมดในวันที่ 31 พอดี ก่อนเกิดเหตุระเบิด ไม่งั้นวันที่เหลือไม่ได้ไปแน่เลย ส่วนวันที่เหลือ ช่างเป็นแม่บ้านไรอย่างนี้ จัดห้องที่รกๆทั้งหลายแหล่ จัดมา 3 วันก็ยังไม่เสร็จซะที
บรรยากาศหลังปีใหม่ ดูๆแล้ว คนยังกลัวๆระเบิดไม่หาย ไม่ค่อยอยากไปไหนกัน รถไฟฟ้าก็ดูโหรงเหรง โรงหนังก็ไม่ค่อยมีคนดู ห้างสรรพสินค้า ก็คนน้อยๆ lunar จะพาครอบครัวไปกินข้าว ก็ยังแหยงๆอยู่เลย แต่สุดท้าย ก็ไปกินกันหน่อยนะ ไม่งั้นดูเหมือน ยังไม่ผ่านพ้นปี ยังไงยังงั้น
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พี่ธเนศจะบวชที่วัดบวร สอบถาม เพื่อนๆ น้องๆแล้วว่า จะมีใครไปบ้าง หลายๆคนติดงานกันหมด (มีแต่เราอ่ะ ที่ยังไงก็ว่าง) ก็ว่าจะไปซะหน่อย เผื่อไปช่วยพี่ธเนศถ่ายรูปด้วย
แต่ก็แปลกนิดหน่อย เป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า หลายวันก่อนเพิ่งคุย msn กับเจ้ายุทธ หลังจากที่ไม่ได้คุย ไม่ได้เจอกันเกือบ 3 ปี ยังคุยกันอยู่เลยว่าน่าจะนัดกินข้าวกัน แล้วก็ได้มาเจอกันในงานบวชพี่ธเนศนี่แหละ
ตอนแรกนึกว่าจะมากันหลายคน ไปๆมาๆ ก็เหลือแต่ยุทธกะ lunar jang อือม ไม่เป็นไร
ไปวัดบวร วันนี้ที่วัดบวรมีคนมาไหว้พระกันเยอะไปหมด เห็นมีใบโบชัวร์แจก การไหว้พระ 9 วัดเทศกาลปีใหม่ โอ้ วันนี้วัดสุดท้ายแล้วนี่นา ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะไหว้พระ 9 วัด แต่ไหนๆก็มาแล้ว เข้าไปไหว้ซะหน่อยดีกว่า ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานกว่าพี่ธเนศจะทำพิธี
lunar ซื้อดอกบัว 3 ดอก (ในโบชัวร์บอกอย่างนั้น) กับธูปเทียนในราคา 30 บาท หลังจากไหว้เสร็จ ก็เห็นคนขายเดินไปหยิบบรรดาดอกบัวที่ผู้คนไหว้เสร็จ เอามาขายต่อ โอ้โฮ เล่นกันอย่างนี้เลยอ่ะ เคยแต่ได้ยิน แต่นี่เห็นจะๆ ฮึ่ม..
lunar ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาช่วยถ่ายรูป แต่ว่า...ไม่ได้เตรียมแบตเตอรี่มา ถ่ายไปได้สักพัก แบตหมด ทำให้ไม่สามารถถ่ายรูปช่วงที่พี่ธเนศอยู่ในโบสถ์ได้ ว๊าแย่จัง แต่ก็ถ่ายรูป หลักๆให้พี่เขาได้
ออกจากวัดบวร ไปไหว้พระต่ออีกสักวัดดีกว่า ไหนๆก็มาแล้ว ไปวัดชนะสงครามละกัน เดินผ่านถนนข้าวสารไปนิดเดียวก็ถึงแย้ว
ควันหลงระเบิดปีใหม่ ทำให้ช่อง 3 งดการจัดงานวันเด็กปีนี้ เฮ้อ สงสารเด็กๆ ปีหนึ่งจะมีสักครั้ง แต่ก็ยังดีที่ ภาครัฐกับเอกชนอีกหลายๆแห่ง ไม่ได้บ้าจี้ งดไปด้วย นอกจากนี้เห็นว่าจะมีการจัดแสดงรถถังให้เด็กๆดูด้วย สื่อต่างๆต้องมาประชาสัมพันธ์บอกกล่าวกับประชาชนกันก่อน เพราะกลัวคนจะเข้าใจผิดนึกว่าจะมีปฏิวัติซะแล้ว
ปีนี้แรกเริ่มเดิมทีก็อยากออกไปตะลอนๆอ่ะนะ แต่ว่าเจ้า forward mail ทั้งหลายแหล่ บอกให้ระวังตัวช่วงวันเด็กด้วย บางฉบับถึงกับบอกสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า ทำให้ lunar เกิดอาการลังเล
แต่ลังเลได้ไม่นาน แม่ก็ชวนไปดูคอนโดของ lunar อ่ะค่ะ ตั้งแต่ตัดสินใจซื้อเมื่อปลายปี 2005 ผ่อนมาปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่เคยได้ไปดูอีกเลย OK ไปก็ไป
ไปเห็นห้องที่ lunar จะมาอยู่ในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า อือม..ห้องก็เล็กกะทัดรัดดี แต่ก็มีครบทุกอย่างทั้ง 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัว(แถมชุดครัว) balcony ดูจากภายนอกเหมือนจะเสร็จแล้ว แต่ดูภายในยังไม่ได้ต่อไฟฟ้า น้ำประปา พื้นห้องอีก งานนี้ร้องเพลงรอไปถึงเดือนมิถุนาโน้นแนะ
กลางวัน เจ๊ฮวงชวนไปกิน dim sum ที่เยาวราชชื่อร้าน แคนตันเฮ้าส์ อือม อร่อยดี ราคาไม่แพง ทุกอย่างเข่งละ 15 บาท สั่งโกยซีหมี่จานแบบกิน 3 คนมีกุ้งตัวใหญ่ๆ 7 ตัว ราคา 150 บาท ก็โอเค อร่อยด้วยค่ะ ใครแวะไปเยาวราช ก็ลองไปชิมได้ (รถเมล์ป้ายที่ 2 จากวงเวียนโอเดียน)
ส่วนวันอาทิตย์ไปเดิน jj อ่ะคะ ไม่ได้จะไปซื้อไรพิเศษหรอก มีแต่คนบางคนอยากซื้อเต่าไปเลี้ยง ก็บอกให้กลับมาจากญี่ปุ่นก่อน เลี้ยงตอนนี้ แล้วใครจะดูแลตั้ง 7 สัปดาห์ แต่จนแล้วจนรอด ก็ได้เต่าญี่ปุ่น 2 ตัวพร้อมกับอุปกรณ์สร้างบ้าน ทั้งหิน สาหร่าย อิฐมอญ ส่วน lunar ได้รองเท้าเล่นกีฬามา 1 คู่ ตั้งใจว่าปีใหม่นี้ เราจะออกกำลังกาย จะได้ร่างกายแข็งแรง แล้วก็แอบหวังลึกๆเผื่อว่า น้ำหนักที่เกินมาเยอะๆเนี่ย จะได้ลงไปบ้าง
เริ่มต้นวันนี้เลยอ่ะค่ะ ไปเล่นบาสเก็ตบอล ไปกันประมาณ 6-7 คน lunar จับลูกบาสครั้งสุดท้าย สมัยเรียนมัธยมละมั้ง ชีวิตมันเศร้า เล่นไม่เป็นเลย อายน้องๆเหมือนกัน ลงไปเล่นไม่ถึง 10 นาทีก็เหนื่อยซะ แถมตะคริวกินซะอีก
แต่ไม่เป็นไร เอาดีทางบาสไม่ได้ ก็ไป fitness ละกัน อีกอย่างก็ plan ไว้ว่าเสาร์-อาทิตย์จะมาวิ่งที่สนามเด็กเล่น ใจจริงอยากมาสวนลุม แต่จากบ้านกว่าจะมาถึงสวนลุม ก็ไม่อยากออกกำลังกายซะแล้ว
อยากลดน้ำหนักซัก 6-9 กิโล จะทำได้มั๊ยน้อ
Tuesday, January 16, 2007
หมูดิน - หมูไฟ
Posted by Susan Joan at 10:18 PM 0 comments
Saturday, December 23, 2006
Online Sport Day
วันนี้ที่แผนกมีการจัดงานกีฬาสีประจำปี ชื่อว่า "Online Sport Day" ปีนี้จัดเกือบสิ้นปีแน่ะ ไปจัดกันที่ โรงเรียนนายเรือทหารอากาศ เลยสะพานใหม่ไปหน่อยนึง
งานนี้เป็นงานใหญ่ ไม่ใช่แค่แผนกหรอกอ่ะค่ะ แต่ทั้ง SAN เลย ปีนี้ดูท่าว่าจะจัดใหญ่โต เห็นว่ามีกิจกรรม ของรางวัลเยอะไปหมด รางวัลที่ 1 เป็นมอเตอร์ไซด์ฟีโน่ เลยนะ ตอนเย็นมีเลี้ยงโต๊ะจีนด้วย ปีนี้ทุ่มทุนสร้างจริงๆ
ตอนเช้างานเริ่มตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง lunar นัดไปพร้อมกับเอ๋ กับ เจ๊ตุ่ม ไปถึงก็ประมาณ 8 โมงครึ่ง ต้องไปเช้าหน่อยเพราะว่า เอ๋จะลงแข่งฟุตบอล ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู แข่งตอน 9 โมงเช้า หน่วยงานของ lunar อยู่สีเขียว เช้านี้เริ่มต้นแข่งฟุตบอลกับสีฟ้าปีนี้ทำเสื้อกีฬาสีสวยมากค่ะ พื้นเป็นสีเหลืองหมดทุกทีม ด้านหลังเขียนคำว่า ส่วนที่ต่างคือปกเสื้อ จะเป็นสีทั้งหมด 4 สีสำหรับแต่ละทีม คือ สีส้ม สีแดง สีฟ้า แล้วก็สีเขียว
พอถึงเวลาเปิดงานอย่างเป็นทางการ คุณพลพันธ์เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับตีกลอง ตบท้ายด้วยการเชิดสิงโต ปีนเสา ล่อลูกแก้ว โอ้ปีนี้ เจ๋งจริงๆ
ได้เวลาเริ่มแข่ง มองๆไปที่ประตู อ้าว ผู้ชายตัวสูงๆๆ ไม่ใช่เอ๋นี่นา มองไปข้างๆเห็นเอ๋ยิ้มแฉ่งอยู่ แหม ป๊อดนี่หว่า เห็นคุยนักว่าจะเล่นเป็น goal ถึงเวลาจริงก็...
น้องๆก็เริ่มทะยอยกันมา ตั้งแต่ เหงียน โต้ง ติกะแฟน ฝน แอนกะปิ๊ก
พิธีกร บอกว่า จะมีการประกวดกองเชียร์ สลับกับ การแจกของรางวัลไปเรื่อยๆ lunar มองๆดู กองเชียร์ของสีส้ม,แดง,ฟ้า เขาเตรียมตัวกันมา มีทั้งอุปกรณ์การเชียร์ การซ้อมร้องเพลง ลีดเดอร์ ตกแต่งอัฒจันทร์ แต่ไหง สีเขียวเรา ไม่มีไรสักอย่างที่พูดมาเลย แถมตำแหน่งที่นั่งก็ไม่ดี แดดส่องมาเต็มๆ ร้อนๆ กองเชียร์เลยหนีหายไปหมด
แต่ได้ยิน หัวหน้าทีมเชียร์สีเขียวประกาศว่า สีเขียวเราจะมี leader เหมือนกัน เด็ดมากๆ กะลังแต่งตัวอยู่ อือม..สงสัยจังจะเป็นใครน๊า
แต่ยังไม่ทันเห็น leader ทีมสีเขียว ก็เห็น leader สาวสวย 4 คน แต่งตัวเป็นสีทั้ง 4 สี เดินแวะเวียนไปแต่ละสี ก็ดูน่ารักดี เวลาไปแต่ละสี กองเชียร์ก็ร้องเชียร์กัน แต่ไหงพอมาถึงสีเขียว ไม่มีใครร้องเพลง สาวๆทั้งหลายจึงได้แต่ยืนเก้อ
ไม่ไหว ไม่ไหว ดูฟุตบอลจนจบ ปรากฏว่า สีเขียวชนะ เฮ้ เข้ารอบชิง ไปดูแข่งวอลเลย์ต่อดีกว่า
เห็นเจ๊แหม่มแข่งด้วย แต่ละคนเนี่ย เวลาเซิฟลูก แรงเยอะกันจริงๆ (สมัย lunar ลองเล่นวอลเล่ย์ เซิฟยังไงก็ไม่ข้ามเน็ท)ในเซ็ทแรกเราแพ้อ่ะค่ะ แต่มาชนะใน 2 เซ็ทหลัง โอ้หนุกหนาน มันส์จริงๆ
อาหารเที่ยงวันนี้ กินข้าวกล่องอ่ะค่ะ (ไว้รอกินโต๊ะจีนตอนเย็น) หลังอิ่มพอประมาณ ก็เลยลองแอ็คชั่นมันส์ๆ ถ่ายรูปกันหนุกหนาน โดยเฉพาะเอ๋ แต่ละท่าเนี่ยนะ ส่วน lunar เองก็ลองแอ็คชั่นเต๊ะบอลเข้าประตู ไหนๆก็มีคนที่แต่งตัวเป็นผู้รักษาประตูอยู่แล้วนี่นา
รอบบ่ายเริ่มมีแข่งขันกีฬาฮาเฮ เริ่มจากชักคะเย่อ lunar โดนเกณฑ์ให้ไปเล่นด้วยอ่ะ เอาก็เอา เดี๋ยวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือ
แข่งแบบชนะ 2 ใน 3 ครั้งแรกสีเขียวชนะค่ะ ชนะแบบว่า ด้วยความมั่นใจ แต่ผลปรากฎว่า ครั้ง2และ3 กลับแพ้ แบบว่า อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน lunar เจ็บมือมากเลยอ่ะค่ะ ขนาดใส่ถุงมือแล้วนะ
มีแข่งเหยียบลูกโป่ง เจ้าติกะเหงียนลงแข่งด้วย แต่สีเขียวก็แพ้ ,วิ่งผลัดวิบาก เจ้าน้องสองคนก็ลงแข่งเหมือนกัน แพ้อีกล่ะ แบบสะบักสะบอมด้วย, เตะปิ๊บ อันนี้เฉพาะผู้บริหาร แต่เขียวเราก็แพ้อีกล่ะ สงสัยสีเขียวเก่งเฉพาะกีฬาที่เป็นกิจลักษณะ กีฬาเฮฮาไม่ค่อยถนัด
สุดท้าย บอลรอบชิง เขียวกับส้ม และแล้วผลก็คือ เขียวชนะ 3-1 เฮ้ ดีใจจัง ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ตะโกนเชียร์เต็มที่
หมดการแข่งกีฬา มีจัดเลี้ยงโต๊ะจีน น้องๆรีบไปจองโต๊ะใกล้เวทีที่สุด โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ใกล้กับของรางวัลที่สุด คือเขานำเอาของรางวัลใหญ่ๆทั้งหมดมาตั้งโชว์ เห็นเจ้า fino แล้วน่ารักดีจัง ถ้าได้ก็ดีซินะ แม้จะขี่มอไซด์ไม่เป็นก็เถอะ
มือนี้ก็อร่อยดีนะ กินซะอิ่ม สลับกับลุ้นของรางวัลไปเรื่อยๆ ของรางวัลมีตั้งเยอะ แต่ไหง ไม่เห็นมีชื่อของหน่วยงานเราเลยอ่ะ รอจนถึงรางวัล handy drive 512M ปรากฎว่าเป็นเจ้าติ ที่บังเอิญไม่อยู่ในงานซะด้วยซิ แต่ก็ยังดีที่รับแทนกันได้ อือม..อย่างนี้ต้องแบ่งกันใช้บ้างนะน้อง อิอิ
สรุปแล้ว หน่วยงานของ lunar ก็มีแค่ 2 คนที่ได้รางวัล ไม่รวมพี่เทพที่ได้เต้นท์แต่ต้องสละสิทธิ์เพราะเป็น AD ปิดท้ายงานด้วยการเล่นคอนเสริต์ของวงดนตรี (อิอิ จำชื่อไม่ได้ ก็พูดซะเร็วขนาดนั้น) ก็โอเคนะ ร้องเพลงมันส์ๆ คนออกไปเต้นกันหนุกหนาน น้องๆก็ไปร่วมด้วยเกือบหมด แต่ lunar ได้แต่นั่งมอง แบบว่า ท้องอืดๆ เอิ๊ก นั่งฟังเพลงอย่างเดียว ดนตรีเสียงดังมาก คิดว่าในผับ ก็คงเป็นแบบนี้มั้ง
จบงาน 2 ทุ่ม วันนี้ เหนื่อยจัง
Posted by Susan Joan at 11:48 PM 0 comments
Labels: true life
Saturday, December 16, 2006
รู้เสียง ไม่รู้หน้า
อิอิ เปล่าหรอก lunar ไม่ได้ไปรู้จักใครจาก web chat หรอกอ่ะค่ะ แต่ที่จะเขียนวันนี้เกี่ยวกับ web แห่งหนึ่งที่เปิดให้ผู้เป็นสมาชิกทำการโหลดไฟล์ VDO ไปไว้บนเว็ป ไว้ให้คนทั่วไปโหลดมาดูกันได้ ส่วนใหญ่ไฟล์ที่โหลด ก็เป็นพวกเพลง MTV หรือเป็นของสมาชิกร้องเพลง เล่นดนตรี แล้ว upload ขึ้นไปวาง ใช่ค่ะ lunar กะลังพูดถึง youtube.com
จริงๆ web นี้ดังมานานแล้ว แต่ lunar เชยอ่ะค่ะ เพิ่งมารู้จักไม่นานมานี้เอง เมื่อวันศุกร์ มีคนลองเปิดไปดู " ไอ้นิดซำบายดีบ่ " เป็น มิวสิควีดีโอล้อเลียน บี้เดอะสตาร์ที่ไปออกสาระแน แสดงโดยเปิ้ล นาคร โอ้ ดูแล้วตลกมากๆๆๆ ขำจริงๆ คิดได้ไงเนี่ย แต่ละมุขเนี่ย
หลังจากที่เห็นแล้วว่า มีมิวสิควีดีโอ เยอะแยะเต็มไปหมด lunar ก็เลยลองเปิดๆดู เน้นเพลงสากลที่ชอบ สาเหตุหนึ่งก็คือว่าอยากเห็นหน้านักร้องอ่ะค่ะ
ไม่ใช่ว่า lunar จะไม่รู้จักหน้า แดนบีม พีชเมคเกอร์ เอ็นโดรฟิน พลพล พันช์ ฯลฯ ทั้งหลายแหล่ แต่ที่ไม่รู้จักหน้า ก็คือ Daniel Powter, Bette Midler, Craig David, Lighthouse Family, Will Young etc. คือว่า ไม่ใช่ว่า lunar จะไฮโซ ฟังแต่เพลงหรั่งหรอกนะคะ เรื่องนี้มีที่มาที่ไป
lunar เป็นคนชอบฟังเพลงมากอ่ะค่ะ เติบโตมากับเพลงไทย ช่วงที่วัยรุ่น(แหะ แหะ)เป็นช่วงที่เพลงไทยเริ่มฮิตกันในบ้านเรา ก็ฟังแต่เพลงไทยมาตลอดอ่ะค่ะ ไม่เคยฟังเพลงสากลเลย ไม่รู้จักซักกะเพลง ตื่นเช้ามาก็เปิดวิทยุ จะปิดก็ก่อนนอน ฟังมาแทบทุกเพลง เพลงของศิลปินที่ดัง ไม่ดัง รู้จักหมด
ประมาณปี 2002 ตอนนั้นซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แต่สงสัยเจ้าเครื่องนี้จะไม่ชอบฟังเพลงไทย เพราะพอ lunar เปิดเครื่องคอมเครื่องนี้ คลื่นก็รบกวนสถานี fm106.5 green wave ที่ lunar ชอบฟังอยู่ ก็เลยลองเปลี่ยนคลื่นขยับลงไปนิดนึง พอดีไปตรงช่อง 105.5 EazyFM ก็ฟังได้ชัดเจน เป็นเพลงสากลเพราะ (แต่จำไม่ได้ว่าเพลงอะไร) ก็เลยลองฟังๆไป
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เปิดเครื่องคอม lunar จะไม่สามารถฟัง 106.5 ได้ก็เลยต้องเปิดคลื่น 105.5 ตลอด คราวนี้พอฟังไปฟังมา ก็เลยเริ่มติดอ่ะค่ะ แล้วก็ฟังเรื่อยมา ไม่ได้กลับไปฟังเพลงไทยอีกเลย
ถ้าใครมาถามเพลงไทยใหม่ๆ lunar จะไม่รู้จักเลย กลายเป็นว่า ถ้าเป็นเพลงเก่า จะรู้จักเพลงไทย แต่ถ้าเป็นเพลงใหม่ จะรู้จักแต่เพลงสากลแทน (อ้าว เป็นงั้นไป)
หลังจากเห็นหน้านักร้องแล้ว บางคนก็ห่างไกลจากที่คิดอ่ะนะ อย่าง Craig David เนี่ย ฟังน้ำเสียงแล้วแบบว่า ฝรั่งผิวขาว หน้าตาหล่อแน่เลย ตัวจริงเป็นนักร้องผิวเข้ม แต่ก็โอเคแบบผิวเข้ม
หลายๆ music video เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ดูแล้วเหมือนได้ดูหนังอีกครั้งอย่าง "My Heart will go on-Titanic","How do I live - Conair","Reflection - Mulan","Because You Loved Me"
อย่างนี้ต้องใน My Favorites ต้องมี youtube.com อยู่ด้วยซะแล้ว
Posted by Susan Joan at 9:51 PM 0 comments
Saturday, December 09, 2006
เรทติ้งทีวีไทย
หลายวันมาเนี่ย (ตั้งแต่วันที่ 1/12/06 เป็นต้นมา) เวลาเปิดดูทีวี ก่อนจะเข้ารายการต่างๆจะมีสัญลักษณ์ rating บอกประเภทของรายการ เพื่อให้ผู้ปกครอง ได้เลือกรายการที่เหมาะสมกับลูกหลานของตัวเองได้
ไอ้เจ้าสัญลักษณ์ที่มีเนี่ย ก็มีหลายแบบ ฟังๆไม่ค่อยทัน หลังจากนั่งดูมาได้สักพัก ก็เลยไปหาๆมาว่า ตกลงมันมีกี่แบบ อะไรบ้าง แล้ววิธีการกำหนดให้แต่ละรายการ มีหลักเกณฑ์ยังไง
หลังจากที่ลองๆหาดู ก็ปรากฏว่า วิธีการกำหนดว่ารายการใด ควรได้เรทติ้งใด ขึ้นกับสถานีแต่ละช่องเอง อ้าว งั้นถ้าเราเป็นเจ้าของสถานี เราก็ใส่เรทติ้งให้ผู้ชมทั่วไป ดูได้นะซิ
ว่าแล้วก็เอามาให้ดู ให้อ่านกัน เผื่อใครยังงงว่า แต่ละสัญลักษณ์มันคือไรกันแน่
"ด" รายการสำหรับเด็ก อายุ 2-12 ปี ใช้รูปจิ๊กซอว์พื้นสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ แทนการพัฒนาการของเด็กเมื่อดูรายการประเภทนี้แล้ว เด็กต้องได้เสริมพัฒนาการพร้อมกับสาระ ความสนุกต่างๆ ในรายการนั้นๆ
"ก" รายการสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 2-6 ปี ใช้รูปเด็กยิ้มสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ แทนสาระความสนุกที่เด็กควรจะได้รับตามวัยที่เหมาะสม
"ท" รายการทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย ใช้รูปบ้านสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่าของครอบครัว หมายถึงรายการที่ทุกคนในบ้านสามารถชมได้
"น" แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
รายการที่ผู้ใหญ่ควรแนะนำ ใช้รูปเครื่องหมายถูก-ผิดสีส้มเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่ารายการประเภทนี้มีทั้งสองด้าน ดี-ไม่ดี ถูก-ผิด ควรแนะนำรายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชม อายุน้อยกว่า 13 ปี ใช้รูปเครื่องหมายถูก-ผิดสีส้มเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่ารายการประเภทนี้มีทั้งสองด้าน ดี-ไม่ดี ถูก-ผิด ควรแนะนำ
รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชม อายุน้อยกว่า 18 ปี ใช้รูปเครื่องหมายถูก-ผิดสีส้มเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่า รายการประเภทนี้มีทั้งสองด้าน ดี-ไม่ดี ถูก-ผิด ควรแนะนำ
"ฉ" รายการเฉพาะ ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน ใช้รูปเครื่องหมายฟ้าผ่าสีแดงเป็นสัญลักษณ์ แทนการสื่อความหมายว่า รายการประเภทนี้อันตรายไม่ควรให้เด็กและเยาวชนชม
แต่หลังจากที่ lunar ลองค้นหาข้อมูล ปรากฏว่าในเว๊ปพันทิพ มีหลายๆกระทู้ที่เหล่าสมาชิกช่วยกันเสริมสัญลักษณ์อีกหลายๆอย่าง lunar อ่านแล้วก็สนุกดี ตลกดี ช่างคิดช่างสร้างสรรค์กันจัง ลองดูนะคะ ก็หวังว่าหลังจากมีการจัดเรตติ้งแล้ว คนดูจะได้ประโยชน์มากขึ้นเน้อ
ขอบคุณรูปต่างๆจากพันทิปค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4949908/A4949908.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4955115/A4955115.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4951492/A4951492.html
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4949981/A4949981.html
Posted by Susan Joan at 2:23 PM 0 comments
Saturday, December 02, 2006
พระนารายณ์ราชนิเวศน์ – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
เช้าวันนี้ lunar จะได้ไปเที่ยวพระนารายณ์ราชนิเวศน์,ทุ่งดอกทานตะวัน,เขื่อนป่าสัก ที่ลพบุรี เป็นโครงการ ไปวันเดียวเที่ยวด้วยกัน กับที่บริษัท อันที่จริงแล้ว โครงการนี้มีมาหลายครั้งแล้ว มีทั้งไปเมืองกาญจน์ ตลาดโรงเกลือ แล้วก็อีกหลายๆแห่ง แต่ lunar ยังไม่เคยได้ไปสักครั้ง
คราวนี้สบโอกาสได้ไปล่ะ แต่ก็เกือบจะไม่ได้ไปเหมือนกัน เพราะกว่าจะนึกได้ กว่าจะจอง ที่นั่งก็เต็มไปแล้ว จนวันเกือบสุดท้าย ได้ยินว่า เหลือที่นั่งอีก 3 ที่ สุดท้ายก็ทำให้ได้ไป
รถออก 6.30 น. หน้าตึก true แต่ lunar ไปแต่เช้าก่อน 6 โมงเสียอีก ไปถึงก็รีบขึ้นตึก ไปเอามือถือที่ลืมทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานทั้ง 2 เครื่องก่อน
เมื่อวานรีบไปหน่อย กลับบ้านทิ้งมือถือไว้ที่โต๊ะ ให้เอ๋ช่วยโทรบอกเหงียนให้ช่วยเก็บไว้ด้วย เช้านี้จะไปเอามือถือ แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด
เห็นกุญแจโต๊ะถูกซ่อนหลบๆไว้ใต้ฐานแก้วน้ำ อือม.. ลองเปิดโต๊ะดู ไม่เจอแหะ ลองหาให้ละเอียดอีกครั้ง ก็ไม่เจอ
แต่มองเห็นกุญแจอีกดอก วางอยู่ อ้อ! สงสัยเหงียนจะเก็บไว้ที่อีกโต๊ะ เอาไปไขโต๊ะเหงียน ก็ไม่ใช่ ลองอีกที โต๊ะเจ้าติ อ้อใช่แหะ
หาแล้วหาอีก ค้นจนหมด ไหงไม่เจออ่ะ ลองโทรเข้ามือถือของตัวเอง ก็ไม่ติด แสดงว่าปิดเครื่องไปแน่ๆ เอ..เหงียนเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนนะ หรือว่าเข้าใจผิด เอากลับบ้านไป
เริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ หาให้ละเอียดอีกที ก็ไม่เจอ โทรไปหาเอ๋ว่า เมื่อคืนคุยกันว่ายังไง เอ๋บอกว่า ก็ให้เก็บหลบๆไว้ก็เท่านั้นเอง
ลองมาดูที่โต๊ะเจ้าติอีกที สายตาก็มองไปเห็นกุญแจอีกดอก อ้อ.. เป็นอย่างนี้นี่เอง ลองไปไขโต๊ะของเหงียน และแล้ว ก็ใช่จริงๆด้วย มือถือของ lunar ทั้ง 2 เครื่อง นอนแอ่งแม้งอยู่
ไอ้ที่หงุดหงิดตอนแรก ก็เลยนึกขำๆขึ้นมา น้องนะน้อง เล่นซ่อนซะ 3 ชั้นอย่างนี้ นี่ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะอย่าง lunar เนี่ย ไขปริศนาไม่ออกนะเนี่ย (อิอิ)
กลับมาเรื่องวันนี้ดีกว่า กว่าจะเริ่มเดินทางได้ก็ 7 โมงแล้วอ่ะ รอสมาชิกครบ เฮ้อ ขาดคนเดียว แต่ lunar ก็เฉยๆอ่ะค่ะ เดียวนี้ใจเย็นขึ้นเยอะแล้วนะ เขาคงติดธุระเร่งด่วน แต่ไงก็ได้ไปแล้วววว..
วันนี้ส่วนใหญ่แล้วที่ไปเที่ยวเนี่ย ผู้หญิงทั้งน้านนน.. ทั้งคันรถมีผู้ชายไม่กี่คน บางคนก็ไปกับครอบครัว ใกล้วันพ่อ ดูอบอุ่นดีนะ
ใช้บริการรถของซาฟารีเวิลด์ มีไกด์ด้วยอ่ะค่ะ ชื่อต้น คุณไกด์บอกว่าเมื่อคืนเพิ่งกลับจากงานราชพฤกษ์ที่เชียงใหม่ตอนตี 3 โอ้โฮ อึดจริงๆ
คุณไกด์คนนี้ เก่งจริงๆเลยอ่ะค่ะ เรื่องราวประวัติศาสตร์ยุคไหนๆ แกเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ชื่อสมัยราชวงศ์ ชื่อคนสำคัญๆ อะไรหลายๆอย่าง แกเล่าไม่มีติดขัด มีการเล่นเกม แจกรางวัลกันในรถด้วย แต่คำถามเนี่ย ก็เป็นคำถามเกี่ยวกับเมืองไทย ประวัติศาสตร์ต่างๆ โอ้ใครจะตอบได้เนี่ย
มีอยู่ข้อหนึ่ง ให้โทรศัพท์เข้ามือถือคุณไกด์เอง โดยเบอร์โทรศัพท์แต่ละหลัก คุณต้นจะถามคำถามแล้วให้หาคำตอบ คำตอบจะเป็นตัวเลขแล้วก็กดตอบไปเรื่อยๆ มีตั้งหลายข้ออ่ะค่ะ คำถามก็เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เหมือนเคย lunar ตอบไม่ถูกทุกข้อ ผลก็คือสุดท้ายลองโทรเข้าไป คนที่รับไม่ใช่ไกด์แต่กลับเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เลยต้องขอโทษเขาบอกว่าโทรผิด อิอิ ไม่รู้ว่าโทรไปปลุกเขาหรือเปล่าเนี่ย
บนรถ มีเปิดโปงลางซะออน เดอะโชว์มัสโกออน แต่ lunar ไม่ค่อยได้ดู ง่วงนอนก็เลยขอบายไป
และแล้วก็มาถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ไกด์ต้นบอกว่า พวกเราจะใช้เวลากับที่นี่ ชั่วโมงกว่าๆ จะเที่ยวแบบเจาะลึก ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้ว อือม.. lunar คิดว่าเวลาแค่นั้นจะพอเหรอ
อย่างที่บอกอ่ะค่ะ ไกด์ต้นเนี่ย ดูท่าจะเป็นนักประวัติศาสตร์ตัวยง ไปถึงตึก พระที่นั่ง ตรงไหนก็อธิบายเรื่อยไป แต่... lunar ไม่ได้ฟังเลยอ่ะค่ะ เพราะมัวแต่ถ่ายรูป ก็ที่นี่ยังไม่เคยมาอ่ะค่ะ สวยดีนะ อีกอย่าง นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยเยอะ มีเด็กๆมาทัศนศึกษากันซะมากกว่า
บริเวณรอบกำแพงของวังจะมีการเจาะเป็นช่อง ตอนกลางคืนจะมีการจุดเทียนตรงช่องไฟเหล่านี้ นึกถึงภาพเมื่อ 400 ปีก่อนคงสวยงามมาก
เป็นที่เสด็จรับคณะราชฑูตต่างประเทศ พอดีได้ยินไกด์ต้นเล่าให้ฟังว่า ราชฑูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาเข้าเฝ้าที่แห่งนี้ พร้อมกับนำราชสาสน์มามอบให้ แต่ใช้กุศโลบาย ไม่ยื่นให้ถึงพระหัตถ์ของพระองค์ เพื่อให้พระองค์น้อมองค์ลงมารับพระราชสาสน์ เป็นการถวายความเคารพกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ออกจากที่นี่ก็ 11 โมงกว่าแล้วค่ะ สถานที่ต่อไปคือศาลพระกาฬ ไปนมัสการเจ้าพ่อพระกาฬ ลิงเยอะแยะไปหมด ไกด์ต้นบอกว่า ลิงฝั่งนี้จะดุน้อยกว่าลิงฝั่งพระปรางค์สามยอด ทริปวันนี้พวกเราจะไม่ไปพระปรางค์สามยอด ถ้าจะถ่ายรูปให้ถ่ายจากฝั่งศาลพระกาฬ สาเหตุที่ลิงฝั่งนี้ดุน้อยกว่า น่าจะเป็นเพราะ ลิงฝั่งนี้มีอาหารมากกว่า เวลาที่มีการเลี้ยงโต๊ะจีนก็เลี้ยงกันที่ฝั่งนี้ ไกด์ต้นบอกว่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเอากระเป๋าลงไป เพราะลิงจะเข้าใจว่ามีของกินในกระเป๋า เดี๋ยวโดนลิงวิ่งราวกระเป๋านะ
เที่ยงกว่าแล้ว ออกจากศาลพระกาฬ ก็ไปดูดอกทานตะวันกัน ดอกที่นี่ดอกค่อนข้างเล็กอ่ะค่ะ คอเริ่มตก ทุ่งที่พวกเราไปเที่ยว วันนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว หรือว่าช่วงวันหยุดยาว คนไปเที่ยวกันที่อื่น พวกเราอยู่ที่นี่ประมาณ 15 นาที ระดมถ่ายรูปกันใหญ่
บ่ายโมงแล้ว หลายคนหิวข้าว ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่ ครัวป่าสัก ก่อนไปเที่ยวเขื่อน อาหารมื้อนี้ไม่ได้รวมอยู่ในรายการ ไปกินกะเอ๋ 2 คนสั่งอาหารมา 2 อย่าง ไกด์แนะนำว่าลพบุรีมีปลาเยอะ น่าจะสั่งอาหารปลา ก็เลยสั่งปลาทับทิมทอด กับ ต้มยำปลาคัง แต่ไหงราคาค่อนข้างแพง จานละ 150 บาท lunar ว่าแพงกว่ากรุงเทพอีกอ่ะ ทั้งๆที่มาถึงถิ่นแล้วนะ แต่ก็นะ ไม่ได้กินบ่อยๆ ที่นี่ก็คงขายได้แต่นักท่องเที่ยวเท่านั้น
ปลาทอดก็ถือว่าโอเค (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวด้วยอ่ะเปล่า) แต่ต้มยำปลาคังเนี่ยแปลกๆ สรุปว่า ไม่ค่อย work แหะ กินข้าวเสร็จ ร้านนี้มีของแถมให้ด้วยค่ะ เป็นสินค้า OTOP ก้อนกลมๆ 5 ก้อน สงสัยว่าคือไร มันคือ ไม้ไล่หนู เอาไปวางไว้ตามจุดต่างๆเพื่อไล่หนู ไม่รู้ว่าทำด้วยอะไร (กลัวหนูจะแทะกินล่ะไม่ว่า)
ออกเดินทางไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เห็นมีร้านอาหารอีกเยอะแยะ (เอ..ทำไมไม่พาพวกเรามากินแถวนี้นะ สงสัย) ที่เขื่อนป่าสักเนี่ย lunar เคยมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เดินทางมาด้วยรถไฟ ก็จะได้บรรยากาศตอนที่รถไฟวิ่งไปบนเหนือเขื่อน คราวนี้แม้จะไม่ได้บรรยากาศแบบนั้น แต่วันนี้ lunar ก็ได้นั่งรถวิ่งไปบนสันเขื่อน ค่าตั๋วคนละ 20 บาท มา 2 ครั้งยังไม่ได้มานั่งเลย
ก็ได้บรรยากาศลมเย็นๆ (แม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อนมากๆ) ชมบรรยากาศเหนือเขื่อน รถวิ่งไปจนสุดสันเขื่อนแล้วก็วิ่งกลับ ก่อนไปมีคนมาถ่ายรูปพวกเราด้วยอ่ะ แบบว่าไปอัดลงกรอบรูป, จาน แต่ไม่ใช่มีเจ้าเดียวนะ วันนี้เห็นมีตั้ง 3-4 เจ้าแน่ะ lunar ก็ให้ถ่าย อยากถ่ายก็ถ่ายไป
กลับมาถึง ก็เห็นรูปตัวเอง อยู่ในกรอบ ราคา 99 บาท ตัดสินใจอยู่เหมือนกัน แต่แบบว่า รูปที่ถ่ายมา ดูอ้วนๆไงก็ไม่รู้ เลยไม่ได้ซื้ออ่ะค่ะ ไอ้วิธีการถ่ายรูปแล้วอัดขายแบบนี้ มันมีมานานมาก จำได้ตั้งแต่ไปเที่ยวภูเก็ต 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนแรกคิดว่า จะมีใครซื้อเหรอ แต่ตอนที่ lunar ไปดูรูปตัวเอง ก็นะ อือม.. ถ้าไม่อ้วนละก็ ก็น่าซื้อเหมือนกัน อิอิ
จากเขื่อนป่าสัก ไปเที่ยวน้ำตกมวกเหล็กกันต่อ ไม่ได้เข้าไปลึกกันมากหรอกค่ะ ยังไม่ได้แตะน้ำเลย เหมือนแค่แวะถ่ายรูปกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง
ส่วนสถานที่สุดท้ายก็ไปแวะ shopping ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ lunar ซื้อข้าวเกรียบกับกะหรี่พั๊ฟ มาที่มวกเหล็กก็ต้องซื้อ กะหรี่พั๊ฟ 10 ลูก 50 บาท แถม 3 ลูก lunar เอาไส้แปลกๆ เผือก, องุ่น, สตรอเบอร์รี่, แคนตาลูป แต่ไหงกลับมาบ้าน มีแต่ ไส้สัปปะรด, เผือก, หมูหยอง ง่ะ
Posted by Susan Joan at 9:40 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวทั่วไทย
Tuesday, November 28, 2006
ท่าดีทีเหลวซะแล้ว
วันนี้ lunar ไปสัมภาษณ์... อ๊าอ้า ไม่ได้สัมภาษณ์งานหรอกนะ ไปสัมภาษณ์ชิงทุน ASBR ของ AOTS เป็นทุนรัฐบาลของญี่ปุ่น ไปศึกษาเกี่ยวกับ IT ที่เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 7 สัปดาห์ ช่วงเดือนกุมภา,มีนา ปีหน้า
จริงๆก็เพิ่งรู้ข่าวเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว แล้วก็ต้องรีบส่งใบสมัครไปภายในวันพฤหัส ซึ่งต้องกรอกเอกสารหลายแผ่น รวมทั้งเขียน essay 1 แผ่น แต่นั้นก็ไม่เท่าไร ที่สำคัญคือใบรับรองแพทย์ ซึ่งก็ต้องตรวจหลายอย่างด้วยกัน ดูๆแล้วก็น่าจะหลายตังค์ เมื่อวันเสาร์ก็เลยลองโทรไปถามที่โรงพยาบาลพญาไท1 ได้ความว่า ค่าใช้จ่ายประมาณ 3000 บาท โอ๊ะโอ แพงจัง lunar ก็เลยตัดสินใจว่า ยังไม่ตรวจละกัน ไปสัมภาษณ์ก่อน เผื่อไม่ได้ไป ก็เสียตังค์ฟรีนะซิ
จริงๆแล้ว ก่อนหน้านี้ ก็ลองแยบๆกับหมอที่ประจำอยู่ทีตึก TRUE ว่าจะให้ช่วยเซ็นต์ใบรับรองแพทย์ให้ได้หรือไม่ โดย lunar เอาผลการตรวจร่างกายประจำปีที่เพิ่งตรวจไปเมื่อเดือนกันยายนไปให้คุณหมอดูด้วย แต่คุณหมอก็ไม่ยอมเซ็นต์ เพราะมีอีกหลายรายการที่ยังไม่ได้ตรวจ คงไม่อยากเซ็นต์ให้สุ่มสี่สุ่มห้า คุณหมอให้เหตุผลอีกอย่างก็คือว่า ผลตรวจส่วนใหญ่จะใช้ได้ภายใน 1 เดือน ถ้าเกินกว่านั้น จะไม่ยอมรับ
เมื่อวันเสาร์ ก็ลองโทรไปถามที่ศูนย์การแพทย์อินเตอร์เมด ที่ที่ตรวจร่างกายประจำปี ว่าถ้าอยากให้ช่วยเซ็นต์ใบรับรองจะได้หรือไม่ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ให้ติดต่อไปอีกทีวันจันทร์ ส่วนวันอาทิตย์ ที่ศูนย์ปิดทำการ ก็เลยทำให้ตัดสินใจว่า งั้นยังไม่ไปตรวจละกัน
ผลปรากฏว่า วันนี้ไปถึงเนคเทค 9 โมงตรง มีคนมารอสัมภาษณ์อยู่แล้ว 6 คน (นึกว่ามาเป็นคนแรกซะอีก) นั่งรอสักพัก เจ้าหน้าที่เดินมาแจ้งว่า ถ้าใครยังไม่มีผลตรวจร่างกาย จะไม่ให้สอบสัมภาษณ์ โอ้..อะไรกันเนี่ย
ยังโชคดีที่ใกล้ๆกับเนคเทค มีโรงพยาบาลพญาไท1 ก็ลองไปสอบถามดู ปรากฏว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 1500 บาท ใช้เวลาตรวจไม่นาน แต่ต้องใช้เวลารอผลด้วย ก็เลยบอกเจ้าหน้าที่ว่า ต้องการด่วน กำลังจะเอาไปสัมภาษณ์ ทางเจ้าบอกว่า งั้นจะตรวจแล้วให้คุณหมอกรอกข้อมูลที่ตรวจได้ก่อน แล้วเอาสำเนาไปสัมภาษณ์ บ่ายๆค่อยมารับเอกสารจริง
ค่าใช้จ่าย 1500 บาท ก็ถือว่า OK อ่ะ ถ้าเป็น 3000 บาท คงต้องคิดหนัก เพราะหากไม่ตรวจ ทุกอย่างที่นั่งทำมา ก็เป็นศูนย์นะซิ คิดดังนั้น ก็เลยทำให้ตัดสินใจได้
ปรากฏว่า เนื่องจากเป็นผู้สมัครที่เอกสารไม่พร้อม ทำให้คิวสัมภาษณ์ถูกเลื่อนไปอยู่ท้ายๆเลยอ่ะค่ะ กว่าจะได้สัมภาษณ์ก็เกือบเที่ยงละ โดดงานมาครึ่งวันแล้วนะเนี่ย
ผลปรากฏว่า อือ อือ ทางคณะกรรมการ เขาให้แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษสัก 2 นาที lunar พูดไม่ค่อยออกเลยค่ะ พูดไม่รู้เรื่อง รู้ตัวเลย อือ อือ เศร้าจัง พูดแนะนำยังไม่จบ คณะกรรมการคงทนไม่ไหว ก็เลยบอกให้พูดไทยละกัน (โอ้ คงคะแนนตกไปเยอะ ทำไม ท่าท่าดีทีเหลว อย่างนี้)
ใช้เวลาอีกไม่นาน เพราะเฉลี่ยแล้วแต่ละคนสัมภาษณ์แค่ 10 นาที หลังสัมภาษณ์เสร็จ สงสัยจะเสียตังค์ฟรีแล้วเรา ไม่เหมือนเอ๋อ่ะ รายนั้น ฟุดฟิดฟอไฟ (แหม ก็ได้พูดอยู่ทุกวัน) เอาเถอะ ถือว่า ให้โอกาสตัวเองลองดูแล้วกัน ได้ไม่ได้เป็นอีกเรื่อง อีกอย่าง ถ้าได้ไปเนี่ย หัวหน้าจะให้ไปหรือเปล่าเนี่ย งานสุมหัวอย่างนี้
ก็แค่คำปลอบใจ คนอกหัก อิอิ
Posted by Susan Joan at 10:02 PM 0 comments
Sunday, November 26, 2006
กว่าจะมาเป็น ตลาดดวงแก้ว
อีกไม่กี่วัน หมู่บ้านของ lunar ก็จะมีตลาดเป็นของตัวเองแล้ว
อาจจะนึกแปลกใจ ก็อีแค่ตลาดสด ก็แหม นับจากวันที่มาอยู่ที่บ้านดวงแก้ว จนวันนี้ก็ 10 ปีกว่าแล้วอ่ะค่ะ ด้วยความที่ย้ายบ้านจากในเมือง มาเป็นคนชนบทกะเขา ห่างไกลจากความเจริญมาโขทีเดียว
แรกๆตอนมาอยู่ ใช้เวลานานมากอ่ะค่ะ กว่าจะปรับตัวได้ ก็เมื่อก่อน เดินออกจากบ้านไปประมาณ 100 กว่าเมตร ก็ถึงตลาดสดแล้ว สะดวกสบายเสียนี่กระไร แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ ตลาดสดที่ใกล้ที่สุด ก็ต้องขับรถไปประมาณ 5-6 กิโล
แรกๆ ตอนที่ยังไม่มีตลาดสด ตลาดนัด ก็มีรถกระบะขายของเข้ามาที่หมู่บ้านเรื่อยเลยอ่ะค่ะ ก็นับว่ายังดี เพราะบางครั้งจะได้ซื้อกับข้าว ของสดเล็กๆน้อยๆโดยไม่ต้องไปตลาด
แต่อย่างว่า รถกระบะบางคันก็มาเช้ามากๆๆ มาวันไหนไม่มา มาวันเสาร์ อาทิตย์ก็มี ทำให้วันเสาร์ อาทิตย์แทนที่จะได้นอนตื่นสายซะหน่อย ก็ไม่สามารถทำได้ ถ้า lunar นอนๆอยู่ประมาณ 6 โมงเช้าจะมีเสียงประมาณนี้
รถคันที่ 1 : ข้าวสาร จ๊ะ ข้าวสาร
รถคันที่ 2 : กับข้าว จ้า กับข้าว
รถคันที่ 3 : หมูสด ปลาสด ของสดๆทั้งนั้นจ้า
รถคันที่ 4 : ของหวาน ผลไม้ เงาะ ทุเรียน ก็มีนะจ๊ะ ออกมาดูมาชมก่อนจ๊ะ
รถคันที่ 5 : หอยลาย จ๊ะ หอยลายตัวโตๆๆ อ้วนๆ 3 โล...
:
สลับกับแม่ค้าหาบปลาทูมาขาย
แม่ค้า : ปลาทูนึ่ง จ้า ปลาทูจากแม่กลองจ้า
อะไรประมาณนี้ เฮ้อ.. คนจะนอน
ผ่านไปสักประมาณ 1 ปี ก็เริ่มมีตลาดนัด มีทุกวันพุธ ยังจำกันได้มั๊ยอ่ะ ตอนช่วงหนึ่ง กรุงเทพ จะห้ามขายของทุกวันพุธ แต่ที่นี่กลับมีตลาดนัดวันพุธเสียนี่
ผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง ก็เริ่มเพิ่มวันอีกวัน คือวันเสาร์ แล้วต่อๆมา ก็กลายเป็นมีตลาดนัดทุกวัน
หมู่บ้านของ lunar เป็นหมู่บ้านเดียวในละแวกนี้ที่มีตลาดนัด อันนี้ข้อมูลจากแท็กซี่อ่ะค่ะ แหมฟังแล้วน่าภูมิใจอยู่นะ 555
และแล้ว วันนี้ ก็จะมีตลาดสดแล้ว ไม่แน่ใจว่า ผู้ใดมาลงทุน ปรับเปลี่ยนสถานที่ใหม่หมด ก่อสร้างอาคาร มีร้านค้าเยอะแยะ มีศูนย์อาหาร ที่จอดรถ จะเปิดยิ่งใหญ่วันที่ 1-5 ธันวา นี้ ฉลองตลาดใหม่ด้วยการแสดง ร้องเพลง ในตอนกลางคืน พร้อมกับมีการจับฉลากของรางวัล เป็นตู้เย็น โทรทัศน์ ด้วยอ่ะ
หมู่บ้านเราพัดทะนาแย้ววว....
Posted by Susan Joan at 10:50 PM 0 comments
Saturday, November 25, 2006
Cleaning Day
หลังจากการตะลอนเมื่อวาน วันนี้ก็ปวารณาตัวเองอยู่บ้านละกัน เปิด notebook ขึ้นมาดู TV (กิจกรรมปรกติ) ระบบก็ฟ้องว่า "Low Space"
อันที่จริงมันก็ฟ้องมาตั้งนานแล้วอ่ะ แต่ก็ปล่อยๆมันไปก่อน เอาล่ะ ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้ไปไหนแล้ว จัดการเคลียร์ไฟล์ต่างๆที่ไม่ได้ใช้ดีกว่า
ค่อยๆนั่งไล่ไปทีละ folder โอ้มากมายเสียจริง เนื้อที่ตั้ง 40 GB ก็ค่อยๆลบไปเรื่อยๆ ไอ้ที่เมื่อก่อนเก็บนักเก็บหนา เก็บไม่เป็นระเบียบเนี่ย วันนี้ถึงได้รู้แล้วอ่ะ
หลังจากทำการเคลียร์ drive C เสร็จบวกกับการทำ compress ไฟล์ทั้ง drive ก็ได้เนื้อที่คืนมาได้จำนวนหนึ่ง อย่ากระนั้นเลย ทำ defragment ด้วยดีกว่า
อือม ตั้งแต่การ format คราวที่แล้วถึงได้รู้ว่า ไม่เคยทำ defrag เลยละมั้ง หลังจากการ analyze ถึงได้ขึ้นแถบแดงทั้งนั้น (แถบแดง คือ ไฟล์ที่เกิด defrag) ก็ OK งั้น จัดการเลยละกัน
ช่วงระหว่างตั้งแต่ทำ compress จนถึง defrag นั้น ใช้เวลานานมากเลยอ่ะค่ะ lunar ไม่รู้จะทำไรดี ก็เลยจัดแจงจัดข้าวของต่างๆที่รกแสนรก อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน, ตู้โชว์
ผลปรากฏว่า วันนี้ทิ้งของไปตั้งเยอะ ทั้งสลิปบัตรเครดิตเอย ทั้งๆที่เก็บมาตลอด ทุกใบ (ไม่รู้ว่าจะเก็บทำไม), เศษกระดาษต่างๆ ข้าวของที่ไม่ได้ใช้ นอกจากทิ้งของไปเยอะแล้ว ยังได้เจอของต่างๆที่คิดว่าหายไปแล้ว เช่นตุ้มหู หรือสร้อยต่างๆที่ลืมไปนานแล้วว่าเคยมีกะเค้าด้วย
ส่วนตู้โชว์ก็ไม่มีของประดับสวยๆโชว์หรอกค่ะ ส่วนใหญ่เป็นที่เก็บพวกของชำร่วยงานแต่งงาน ของที่ระลึกเวลาไปเที่ยวที่ต่างๆซะมากกว่า ค้นๆพวกที่ไม่อยากเก็บแล้ว เผื่อไปบริจาคในวันเด็กดีกว่า
หลังจากจัดการกับข้าวของไปได้สักพัก เริ่มมึนอ่ะค่ะ กลับมาที่ notebook ต่อดีกว่า ก็จัดการกับอีก drive เสร็จ ก็คิดว่าจะย้ายรูปต่างๆไปไว้ที่เครื่อง desktop ดีกว่า จะได้ทำการ write ลง CD ไปทีเดียว
แต่เมื่อเริ่มจะทำปฏิบัติการดังกล่าว ก็พบปัญหาเดียวกับเครื่อง notebook นั่นคือเรื่องของ diskspace ไม่พอ ดังนั้น อย่างแรกที่ต้องทำ ก็คือสะสางซะก่อน (ส. แรกในบรรดา 5 ส.เลยนะเนี่ย)
ค่อยๆไล่ไปทีละ folder ไฟล์ไหนเก่าแก่เหลือเกิน ก็ลบๆๆๆ ย้ายไปๆมาๆ จัดเป็นกลุ่มๆ กลุ่ม MP3, รูป, Ebook, หนัง etc. แต่ถึงแม้ว่า จะลบไปเยอะ แต่เนื้อที่ก็ลดลงไปไม่มากเท่าไร
Compress ไฟล์แล้วก็ defrag อีกครั้ง ก็พอจะได้เนื้อที่คืนมาจำนวนหนึ่ง นี่ยังไม่ได้เอารูปจาก notebook ถ่ายมาใส่ desktop เลย ก็หมดเวลาไปวันนึงซะแล้ว พร้อมกับความมึนตึบ
ผลจากการจัดการไฟล์ในวันนี้ ทำใหlunar ไปค้นเจอ forward mail น่ารักๆฉบับหนึ่ง ที่ lunar ชอบ เลยเอามาฝากกัน









Posted by Susan Joan at 10:48 PM 0 comments