กำลังจะผ่านพ้นไปอีกเดือน ตอนแรกนึกว่าเดือนนี้จะเป็นเดือนแรกที่ไม่ได้บันทึกอะไรไว้เลย แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังมีเรื่องมาให้เขียนอีกจนได้
วันนี้ไปดูคอนเสริต์เฉลียงมาค่ะ ชื่อคอนเสริต์ครั้งนี้ชื่อว่า
“งานดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์
เหตุเกิดที่ เฉลียง”
ในชีวิตแทบจะไม่เคยไปดูคอนเสริต์มาเลย นี่นับว่าเป็นปรากฎการณ์เลยทีเดียว แหะ แหะ
ไม่คิดว่า เฉลียง จะกลับมาเล่นคอนเสริต์อีกครั้ง เหมือนกับว่า ครั้งล่าสุดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว พี่ดี้ ประกาศว่าจะเป็นการเล่นคอนเสริต์ครั้งสุดท้าย แต่กลับมาเล่นอีกทีก็ดีอ่ะค่ะ ครั้งนี้ต้องไปดูซะหน่อย
ด้วยความไฮโซของเรา จะซื้อบัตรดูคอนเสริต์ทั้งทีก็ต้องให้หรูเข้าไว้ นี่เลย 600 บาท อิอิ ราคาสูงสุด เอ้ย ไม่ใช่ ราคาต่ำสุด แหม คนมันอยากนั่งบนที่สูงอ่ะ 555
Lunar ไปดูรอบบ่ายโมง บริเวณรอบๆงาน มีขายของที่ระลึกของเฉลียง อย่าง CD รวมเพลงทั้งหมดของเฉลียง, เสื้อ, หนังสือ etc. แล้วก็มีการประมูลของที่ระลึก อย่างเช่น กีตาร์ของพี่เจี๊ยบพร้อมลายเซ็น, รูปสมัยเด็กๆของพี่ๆทั้งวงพร้อมลายเซ็น, รูปงานคอนเสริต์ โปสการ์ดขนาดใหญ่, ต้นฉบับ ตั้งชื่อวง เห็นราคาประมูลเริ่มต้น 2000 บาท ยังไม่ค่อยมีคนประมูลเท่าไหร่ คาดว่า รอบทุ่มน่าจะมีการประมูลมากกว่านี้
Lunar กับ เอ๋ ซื้อเสื้อยืดสีขาวมาตัวหนึ่ง ด้านหน้าเป็นโน้ตดนตรีเพลง “ไม่รักแต่คิดถึง” ราคา 250 บาท ถือว่าเป็นที่ระลึกในการมาดูคอนเสริต์ครั้งนี้ละกัน
กว่าจะเปิดให้เข้าไปดูก็เกือบบ่ายละ เข้าไปใน impact arena อือม ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ
อันที่จริง บ้านก็อยู่ใกล้ๆเมืองทอง แต่ แหะ แหะ ไม่เคยเข้ามาใน impact arena บนอัฒจรรย์เลยอ่ะค่ะ แถมมานั่งบนๆซะด้วย ดูแล้วชักหวาดเสียว
ตอนแรกนึกว่าคนจะไม่เยอะ คาดว่าจะไปเยอะรอบทุ่มซะมากกว่า แต่ผิดคาด คนเยอะมากๆ แม้ว่าจะไม่เต็มทุกที่นั่งก็ตาม ก็น่าจะประมาณ 85% ได้อ่ะค่ะ
งานคอนเสริต์คราวนี้ เหมือนกับว่าจัดเพื่อหารายได้เข้าสมาคมนิสิตเก่า สถาปัตยฯ จุฬา พี่ๆเฉลียงเนี่ย ใจดีจัง
แต่กว่า พี่ๆเขาจะเริ่มเล่นคอนเสริต์ได้ก็ บ่าย 40 แล้ว รอๆๆๆ นานจัง
เมื่อเริ่มเล่น โอ้ พี่ๆเขาออกมาบนเวที lunar มองไม่ค่อยเห็นเลยอ่ะค่ะ ดูไกลๆก็แบบว่า เดาว่าแต่ละคนคือใคร เห็นบางคนรูปร่างอ้วนๆก็พยายามเดาอยู่ว่าเป็นใคร แต่เดาอยู่ไม่นานก็เฉลยอ่ะค่ะ
จริงๆแล้ว จะมี projector อยู่ 2 ตัว เอาไว้ถ่ายทอดด้วย สุดท้ายก็รู้ว่า บนเวทีที่เห็นตอนนี้ มีพี่ๆเฉลียงแค่ 3 คน อีก 2 คนคือ ดู๋ สัญญา กับ ซูโม่กิ๊ก เป็นพิธีกรของงานนั่นเอง
คอนเสริต์เริ่มต้นด้วยฉาย slide เล่าถึงงานคอนเสริต์เมื่อ 14 กับ 7 ปีที่แล้วคร่าวๆ จบ slide ด้วยคำประกาศของพี่ดี้ว่าจะไม่มีคอนเสริต์เฉลียงอีกแล้ว การกล่าวเปิดงานในวันนี้ ก็เลยดูประหนึ่งว่า เป็นการอธิบายกลายๆว่า ทำไมถึงมีการจัดอีกครั้ง
พี่ดี้วันนี้เหมือนประหนึ่งเป็นจำเลยก็ไม่ปาน เดี๋ยวโดนพี่แต๋ง โดยเฉพาะพี่เจี๊ยบเนี่ย แขวะตลอด พี่ดี้ให้การว่า อือม.. น้องๆอยากให้จัดช่วยหารายได้เข้าสมาคม แต่คิดว่ายังไงซะ แฟนๆเฉลียงก็ไม่ติดใจไรหรอกค่ะ เพราะอยากดูพี่ๆเล่นคอนเสริต์อยู่แล้ว
วันนี้มี surprise ด้วย พี่ๆเขาเอาลูกๆขึ้นเวทีกันด้วย งานนี้ขาดแต่พี่จุ้ย ยังไม่มีซักกะหน่อกับเขา งานนี้ลูกพี่เกี๊ยงได้รับคะแนนไปเต็มๆ ก็น้องแก้ม อายุ 2 ขวบเศษๆ น่ารักมากกกกก เลยค่ะ น่าตาเหมือนกับเด็กญี่ปุ่นเลย
พี่ๆเขาให้ theme ช่วงนี้ว่า ช่วยกันทำมาหากิน ลูกคนเล็กของพี่แต๋งโชว์แซกโซโฟนด้วย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลย
ส่วนน้องแก้มก็ร้องเพลงร่วมกับคุณพ่อ อ่ะ lunar ไม่รู้ชื่อเพลงอ่ะค่ะ เป็นเพลงเกี่ยวกับพ่อลูก น้องแก้มงานนี้ได้ใจคนดูไปเต็มๆ
ก่อนน้องๆจะลงจากเวที มีคนดูเอาดอกไม้ ตุ๊กตามาให้เหล่าบรรดาลูกๆๆ น้องแก้มดูเหมือนจะได้มากสุด พี่เจี๊ยบยังไม่วายแซวพี่เกี๊ยงว่า
“ได้ดอกไม้เยอะตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก ที่พูดเนี่ยไม่ได้อิจฉาเลยนะเกี๊ยง”
เล่นเอาคนดูฮาตรึม
งานนี้ จะมีแขกรับเชิญของแต่ละคนมาด้วย เริ่มจาก
พี่ดี้ – น้องโรส (จะบอกว่า lunar ไม่รู้จักอ่ะ) มาร้องเพลงนายไข่เจียวกับพี่ดี้ แล้วก็ ก้อนหินก้อนนั้น แล้วก็อีกเพลงของเฉลียง (จำไม่ได้แล้ว)
พี่เกี๊ยง – ตุ๊ก วิยะดา มาร้องเพลง ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน
พี่แต๋ง – พาลูกชายคนโต น้องต้นน้ำ มาเปิดตัว พร้อมกับเพื่อนๆอีก 2 คน มากันเป็นวง
พี่จุ้ย – ป้าง นครินทร์ มาร้องเพลง กับ นก ฉัตรชัย สมาชิกอีกคนของเฉลียง (อิอิ ตอนแรกที่ประกาศ lunar นึกว่า นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช ซะอีก 555)
ตอนพี่ป้างออกมาเนี่ย ดูเหมือนทั้ง hall จะครึกครื้นขึ้นมา มีการตบมือเข้าจังหวะ พี่จุ้ยก็แซวว่า อือม ดูเหมือนเป็นคอนเสริต์หน่อย ไม่เหมือนพวกนั้น ร้องเพลงหงุงหงิงๆ 5555
ดูเหมือน พี่เจี๊ยบจะไม่ได้พาใครมาเป็น guest ซะงั้น แต่เท่านี้ lunar ว่าก็เยอะแล้วนะ เพราะจริงๆแล้ว คนดูอยากดูเฉลียงมากกว่า จริงมั๊ย
แต่งานนี้ ไหนๆก็ถาปัดแล้ว พิธีกรทั้ง 2 ก็ไม่เว้น ต้องร้องเพลงของเฉลียงด้วย ทั้งคู่ร้องเพลง อยากมีหมอน แต่เป็นแนวเพลงเร็ว แบบหางเครื่อง มีสาวๆหางเครื่องสีชมพูสดใสด้วย ก็ ok ฟังแล้วก็ได้อารมณ์อีกแบบ
พอหมดบรรดา guest กับ พิธีกรแล้ว ก็เป็นคราวของเฉลียงทั้งวง ทั้ง 6 คนเลยรวมพี่นกเข้าไปด้วย มีร้องอีก เพลง , 2 เพลง แล้วก็มาถึงเพลง นิทานหิ่งห้อย
เพลงนี้เดิมพี่จุ้ยเป็นคนร้อง มาคราวนี้ พี่เจี๊ยบแกจะเล่านิทานสดๆกัน ตอนแรกทำเป็นว่า อ้างจากความเดิมตอนที่แล้ว (โห 7 ปีก่อน ใครจะไปจำได้) แต่แล้วก็เล่านิทานเรื่องใหม่ เป็นเรื่องกบเลือกเจ้านาย (อิอิ กลายเป็นเรื่องการเมืองซะงั้น) มีการดำเนินเรื่องโดยใช้ชื่อคล้ายนามแฝง เช่น คะมะชะ, พจมาน สว่างวงศ์, กบจำศีล 5 ปี, แมว เติมไม้โท ไรทำนองเนี้ย ที่เด็ดกว่านั้น ในขณะที่พี่เจี๊ยบเลี่ยงๆชื่อจริง, พี่จุ้ยกลับชกตรงๆ เช่น คมช (แต่แอบเล่นมุข ว่า ย่อมาจาก คนมหาชัย ซะงั้น) ,ทหารแน่นักเหรอ จนพี่ดี้บอกว่า เออพอเหอะ
ท้ายๆการแสดง พอพี่ๆเล่นจบแล้วเดินเข้าหลังเวทีไป ดูเหมือนคนดูจะรู้ว่า ยังไม่จบหรอก มันดูห้วนๆชอบกล พอคนดูปรบมือเท่านั้น พี่ๆก็เดินออกมาอีก
พี่ดี้บอกว่า ต้องรีบออกมา ไม่งั้นจะไม่เหลือคนดูจริงๆ (555 หยอดมุขจนนาทีสุดท้ายเลยพี่แกเนี่ย)
ก็ออกมาล่ำลาพร้อมกับร้องเพลงสุดท้าย พี่จุ้ยถามว่า
พี่จุ้ย : ว่าไงพี่ดี้ จะกล่าวปิดท้าย ไรอีกหรือเปล่า หรือว่าเราจะมาเล่นคอนเสริต์กันทุกๆ 7 ปีมั๊ย
พี่เจี๊ยบ : ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล
พี่ดี้ : ไม่พูดไร ไม่สัญญาไรล่ะ ยังไงซะ ผมก็ขอยืนยันว่า คอนเสริต์คราวที่แล้วเป็นคอนเสริต์ครั้งสุดท้าย คราวนี้เป็นภาคผนวก
สุดท้ายพี่ดี้ก็ปิดท้ายคอนเสริต์ในแบบเฉลียงอยู่ดี
Saturday, June 30, 2007
เหตุเกิดที่ เฉลียง
Posted by Susan Joan at 10:26 PM 0 comments
Tuesday, May 29, 2007
ชอบมั๊ย ไร้เอว
ห่างหายจากการ up blog ไปซะนาน ช่วงนี้มันยุ่งๆ ประกอบกับหมดมุข เลยไม่มีเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟัง
1 เดือนที่ผ่านมา คงไม่มีเรื่องใดน่าตื่นเต้น ยกเว้นเรื่อง เอ๋จะลาออก อือม..หายไปอีกคนละ นับไปนับมา มีคนที่เข้างานก่อน lunar แค่ 4 คนเท่านั้นเอง
ก็นะ เป็นเรื่องปรกติ ไม่จากกันวันนี้ ยังไงซะวันหนึ่งก็ต้องจากกัน ก็เพียงแต่ อีกหน่อยคงไม่มีใครให้ lunar ระบายอารมณ์
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เลยนัดกับน้องๆในทีม ไปเลี้ยงส่งเอ๋ละกัน วันนั้นไปที่กุ้งเต้น ตรงเกษตรนวมินทร์ ตรงข้ามกับ the pool ที่คราวก่อนไปแล้วฝนตกหนัก วันนี้กะว่าจะไป KaraOK เอาแบบเป็นห้องเลยละกัน จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องฝนตก
แต่ปรากฎว่า ฝนไม่ตกหรอกค่ะ แค่ไฟดับ พวกเราก็นึกว่า ไฟดับไม่นาน ที่ไหนได้ 3 ชั่วโมงกว่า นั่งกินข้าวท่ามกลางแสงเทียน และความร้อนอบอ้าว
มีใครบางคนแซวว่า พวกเราเนี่ย ต้องมีใครมีองค์แหงเลย จะว่าไปก็ไม่ค่อยได้รวมตัวกันบ่อยนัก แต่ไหงรวมตัวกันทีไร ต้องมีเหตุให้วามบันเทิงเริงใจไม่ประสบผลสำเร็จซักกะที
นอกเหนือจากนี้แล้ว ชีวิตช่วงนี้ของ lunar ก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ได้ไปตะลอนเที่ยวไหน มีแต่ทำ job นอก คืออยู่ๆงานก็วิ่งมาชน แต่เป็น job เล็กๆใช้เวลาประมาณเดือนกว่าๆ ช่วงนี้เสาร์ อาทิตย์ เลยไม่ค่อยได้ไปไหน กะว่าจะรีบปั่นงานให้เสร็จ
อะ แต่จะว่าไปแล้ว ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดูดีขึ้น อิอิ ก็หลังจากความพยายามในการไป fitness ช่วงเย็นๆมาเป็นระยะเวลาเกือบๆ 4 เดือนแล้ว ประกอบกับควบคุมอาหาร ก็ทำให้น้ำหนักลดลงไป 4.5 กิโลแล้วอ่ะค่ะ เสื้อผ้าเริ่มหลวมๆ มีแต่คนทักว่าผอมลง อดปลี้มไม่ได้
แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการเลยค่ะ นี่เพิ่งจะผ่าน step 1 เท่านั้นเอง มีทั้งหมด 4 step ยังไงก็จะพยายามให้ถึงจุดหมายที่ตั้งใจ แต่ก็ต้องอดทนด้วยอ่ะค่ะ
สำหรับหัวข้อของวันนี้ที่ว่า ชอบมั๊ย ไร้เอว นั้นจริงๆมาจาก เกมส์อัจฉริยะข้ามคืน 3 สัปดาห์ก่อน แต่คือว่าเป็นรหัสลับแรกที่ lunar ตีปริศนาได้ ประกอบกับช่วงนี้กำลังจะมีเอวของตัวเอง อิอิ เลยขอยืมมาใช้ตั้งหัวข้อซะหน่อย
สรุปว่า lunar ไม่ชอบหรอก ไร้เอวอ่ะ แหมใครๆก็อยากมีเอวทั้งนั้น จริงม่ะ
Posted by Susan Joan at 10:28 PM 0 comments
Saturday, April 28, 2007
100 ปี ตลาดสามชุก:บึงฉวาก
วันนี้มี trip เล็กๆไปเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพ หลังจากที่พี่แหม่มนำเสนอ 100 ปี ตลาดสามชุก ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ว่าอันที่จริง ก็ยังไม่เคยไปเที่ยวสุพรรณ ถิ่นบรรหาร แจ่มใส ซักกะที ทั้งๆที่ ไม่ไกลจากกรุงเทพ คราวนี้ได้โอกาสซักกะที
ทริปนี้ ไปกัน 6 คน มี lunar,Aey,Biere,P'Tum,P'Mam,Tong ขับรถไปกัน 2 คัน วันนี้ท้องฟ้าดูหม่นๆ หลายวันนี้พายุเข้า บางทีอาจยังมีควันหลงจากเมื่อวาน
จุดแรกที่ตั้งใจว่าจะไป คือตัวเมืองชลบุรี ว่าจะไปหอคอยบรรหาร แต่ดูๆแล้ว อันเนื่องจากพวกเราเริ่มเดินทางกันเกือบ 10 โมงแล้ว ก็เลยว่าจะไปตลาดสามชุกกันก่อนเลย
ถึงตลาดสามชุกก็เกือบเที่ยงละ ยังเดินไม่เท่าไร ก็แวะกินข้าวห่อใบบัวก่อนเลย
ส่วนใหญ่สมาชิกจะสั่งข้าวห่อใบบัวกัน ลักษณะคล้ายบะจ่างเลยอ่ะค่ะ ต่างกันที่ใช้ข้าวเจ้า ไม่ใช่ข้าวเหนียว แล้วก็ห่อด้วยใบบัว แต่เครื่องต่างๆ เช่น หมู กุนเชียง เห็ดหอม กุ้งแห้ง จะเหมือนๆกัน
แต่ lunar สั่ง ก๋วยเตี๋ยวยำบก แต่จะไม่ได้ห่อเป็นคำๆ ใส่เครื่องเคียงคล้ายๆสลัด ยำ ก็ OK นะ ลองกินหลายๆอย่าง
ตลาดที่นี่เป็นชุมชนค่อนข้างใหญ่อ่ะค่ะ แต่ก็ขอชมนะคะว่า คนที่นี่ก็พยายามอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้เอาไว้ ทำให้พวกเราได้เห็น ชุมชนเมื่อร้อยปีก่อน
คนที่นี่น่ารักค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปได้ตามสบาย แม้แต่ร้านถ่ายรูปที่มีบริการถ่ายรูปด้วยกล้องแบบโบราณ (ร้านศิลป์ธรรมชาติ) ก็สามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ เจ้าของร้าน ยังแนะนำอีกด้วยว่า ต้องถ่ายขาตั้งกล้องให้เห็นลายด้วยถึงจะสวย ทั้งหมดนี้ไม่คิดค่าบริการเลยสักบาทเดียว อีกอย่างดูเหมือนคนที่นี่จะอารมณ์ดี ทริปของเราพูดคุยตลกโปกฮา ชาวบ้านที่นั่นขำกันใหญ่
ภายในโรงแรมอุดมโชค ยังคงสภาพเดิมไว้เหมือนเมื่อก่อน ดูๆมันเงียบๆ วังเวง น่ากลัวชอบกล คืออาจเป็นเพราะเขาจัดให้คงสภาพเดิมด้วยมั้ง ไม่ได้จัดแต่งอะไรใหม่
วันนี้มีเด็กๆนักเรียน มาเที่ยวที่นี่ด้วย มากัน 3 คันรถบัส ทำให้ไปที่ไหน เจอแต่กลุ่มนักเรียนทั้งนั้น เลยทำให้การถ่ายรูปไม่ค่อยสะดวกแหะ
บ่าย 2 ครึ่งแล้ว ได้เวลาต้องไปกันต่อ สถานที่ต่อไปที่พวกเราจะไปคือ บึงฉวาก
เคยเห็นในทีวี เป็นแหล่งแสดงปลาน้ำจืด เคยไปดูมาหลายที่ แต่ส่วนใหญ่เป็นปลาทะเล ทั้งที่ Siam Ocean World, ที่บางแสน หรือที่สิงคโปร์ เห็นว่าที่นี่มีอุโมงค์ปลาด้วย
พวกเรารีบเดินทาง แต่ก็ยังไม่ทันกลุ่มเด็กนักเรียน ที่ล่วงหน้าไปก่อน ค่าเข้าชมที่นี่ 30 บาทค่ะ
ปลาที่นี่ก็หลากหลาย ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่อุโมงค์ปลาเนี่ยซิ มีแค่นิดเดียวเองอ่ะ คือว่าเคยไปดูหลายที่ อุโมงค์จะยาวมาก มีที่นี่แหละค่ะ อุโมงค์สั้นนิดเดียว เอ๋บอกจะเอาไรมาก 30 บาทเนี่ย อือม..รวมๆก็ถือว่า OK คุ้มค่ากับค่าบัตร
แต่ที่อุโมงค์ปลาเนี่ยค่ะ แม้จะสั้นนิดเดียว แต่ก็มี option เสริม คือมีการแสดงให้อาหารปลา ปลามา มะรุมมะตุ้ม สาวน้อยน่ารักที่ให้อาหารปลา ไม่ว่าเธอคนนั้นจะว่ายน้ำไปทางไหน ปลาก็ว่ายตามติดไป อือม..ก็ดูเพลินๆดีอ่ะค่ะ
ที่นี่นอกจากมีปลาให้ชมกันแล้ว ก็ยังมีสวนสัตว์อีกค่ะ เดินไปดูจระเข้ได้นิดเดียวก็เดินกลับ เพราะเพิ่งเอียนกับฟาร์มจระเข้ที่เพิ่งไปดูมาเมื่อช่วงสงกรานต์
เย็นๆแล้ว ว่าจะกลับเข้าเมือง ไปดูหอคอยบรรหารกันสักหน่อย ไหนๆมาถึงถิ่นแล้วนี่ หอคอยที่นี่ดูอลังการเหมือนกันนะ ค่าเข้าชม 40 บาท
ขึ้นลิฟท์ไป มีทั้งหมด 4 ชั้น เดินดูรอบๆหอคอย เหมือนได้ดูรอบๆเมือง มีบริการกล้องส่องทางไกล แต่ต้องหยอดเงิน 10 บาท พวกเราไม่มีใครใช้บริการสักคน
เดินดูได้ 2 รอบ ก็กลับลงมาชั้น 3 มีของที่ระลึกขาย lunar ซื้อ postcard มา 1 ใบ เอ๋กะโต้งซื้อใบไผ่นกหวีด เป่าแล้วเหมือนเสียงนกร้อง
ออกจากหอคอย ก็ประมาณ 6 โมงเย็น หาร้านอาหารกินกันดีกว่า หลังจากสอบถาม bug แนะนำร้าน บัวเงิน,นพรัตน์ แล้วก็ลองถามกับคุณลุงเฝ้าสวนแนะนำร้าน กุ๊กโอชา แล้วก็ออกเดินทาง
กว่าจะหาร้านอาหารได้ แบบว่าไม่ค่อยแน่ใจเส้นทางที่ไปนัก เหมือนกับว่าเป็นเส้นทางที่ออกนอกเมืองยังไงยังงั้น สุดท้ายก็มาเจอร้านบัวเงิน ลงจากสะพานไผ่ขวาง ตามที่คนแถวนั้นแนะนำ
ลังเลใจอยู่ แบบว่า ไม่เห็นมีลูกค้ามาใช้บริการเลย ดูมันร้างๆชอบกล หรือว่ายังไม่ค่ำ คนยังน้อยอยู่ แต่ก็อ่ะนะ แต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว ก็ต้องลองดู
ให้พนักงานแนะนำอาหาร สรุปรวมๆหลายๆอย่างก็ถือว่า OK ค่ะ ไม่ผิดหวัง ราคาไม่แพงด้วย เสียอย่างเดียว ยุงชุมไปหน่อย
กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบๆ 4 ทุ่ม ทริปวันเดียวคราวนี้ ให้ 4 ดาวครึ่งค่ะ
Posted by Susan Joan at 11:07 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวทั่วไทย
Monday, April 16, 2007
ขอบคุณถ้าเทพเจ้าแห่งการท่องเที่ยวจะเป็นใจ
หยุดสงกรานต์หลายวัน เพิ่งไปเที่ยวมาแค่วันเดียว อย่าดีกว่า วันนี้วันหยุดวันสุดท้ายแล้ว ออกไปเดินเที่ยวดีกว่า
แต่ดูเหมือนวันนี้ โชคแห่งการท่องเที่ยวจะไม่ได้อยู่ที่ lunar ซะแล้ว เหตุการณ์มันเริ่มจาก...
นั่งรอรถจะไปอนุสาวรีย์ แต่ไหงวันนี้ ป้ายรถเมล์ถึงเหม็นซะขนาดนี้ ที่แท้ก็มีหมาตายอยู่ตัวหนึ่ง ส่งกลิ่นซะ อย่าให้บรรยายเลย
ถึงอนุสาวรีย์แล้ว ตัดสินใจว่า วันนี้จะไปเที่ยวแถว ชุมชนกุฎีจีน ย่านฝั่งธน แต่แหะ แหะ lunar ไปไม่เป็นอ่ะค่ะ ลองสอบถามกับ bug แล้ว ก็ยังไม่ได้ความ แย่จัง น่าจะหาข้อมูลมาให้ได้มากกว่านี้ ไปๆมาๆ หลังจากนั่งรถ 2-3 ต่อ ก็แล้ว สุดท้าย เปลี่ยนแผน ไปแถวๆ สามแพร่งดีกว่า
แต่มาวันนี้ ชุมชมสามแพร่ง ดูเหงาๆ ก็เพราะร้านค้าต่างๆ ปิดซะเกือบหมด ก็วันนี้ยังเป็นวันหยุดนี่นา เดินเที่ยวแบบเหงาๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไรเลย
แวะหาไรกินแถวนี้ดีกว่า ก็เพราะได้ยินมาว่า แถวนี้ของกินอร่อย แต่ไหงตัดสินใจผิด ดันไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูที่ไม่อร่อยเอาซะเลย
งั้นเดินลัดเลาะไปร้านมนต์นมสดดีกว่า หากาแฟกิน
ปรากฏว่า ร้านปิด เฮ้อ ลืมอีกละเรา ทำไงดี ลองเสี่ยงดวง ไปชุมชนกุฎีจีนอีกทีดีกว่า เพราะลองสอบถามข้อมูลแล้วว่า น่าจะมีรถจากบริเวณนี้ไปได้
แต่ไหงพอขึ้นรถ กระเป๋ารถเมล์กลับบอกว่า อีกไกลเลยนะ พอรถวิ่งไปถึงพาต้าปิ่นเกล้า lunar ไม่แน่ใจก็เลยตัดสินใจลงดีกว่า ไว้หาข้อมูลให้พอก่อน (ป๊อดอ่ะค่ะ)
นั่งรถกลับมาแถวสนามหลวง วันนี้งานสงกรานต์สนามหลวง หมดไปแล้ว เลยไปเดินเที่ยวแถวท่าพระจันทร์ละกัน
เดินไปถึงท่าน้ำ อือม lunar เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ดูๆแล้วก็ตัดสินใจว่า จะลงเรือข้ามไปฝั่งนู้น ก็จะมีวัดระฆังให้ไปเที่ยวได้ แต่รู้สึกว่า จะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่
เฮ้อ ชักเริ่มเหนื่อยแล้วซิ อือม..งั้นไปแวะกินโรตี มะตะบะที่ท่าพระอาทิตย์ละกัน
ปรากฎว่า ร้านปิดอีกแล้วครับท่าน ว๊า แย่จัง
ตกลงว่าวันนี้ไปเที่ยวไหนก็ไม่สำเร็จ สงสัยท่านเทพแห่งการท่องเที่ยว จะลาพักร้อนเที่ยวสงกรานต์ด้วยละมั้ง
Posted by Susan Joan at 10:18 PM 0 comments
Friday, April 13, 2007
กินเที่ยวสบายๆ@ระเบียงทะเล
วันหยุดสงกรานต์ 4 วันสบายๆปีนี้ไม่ได้มี plan ไปไหนไกล ไปหาอะไรกินอร่อยๆแถวบางปูละกัน
หลังจากตกลงกันอย่างพอเป็นพิธีว่า วันนี้จะไปกินอาหารทะเลแถวบางปู เจ้าถิ่น(น้องแอน)ก็เสนอร้าน ระเบียงทะเล ดูจาก web แล้วเป็นร้านที่ดูดีทีเดียว แต่ถ้าไปตอนเย็นๆบรรยากาศน่าจะดีกว่า แต่เอาน่า ไปกินตอนเที่ยงน่าจะสะดวกกว่า
หลังจากนัดแนะกันที่ร้านตอนเที่ยงเลยละกัน แต่ไหงไปๆมาๆ ดูท่าเหงียนจะไปช้าซักกะหน่อย ขนาดพวกเรา start ออกเดินทางไปถึงที่แวะกลางทางแล้ว เหงียนยังไม่ตื่นเลย พวกเราก็เลยเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวฟาร์มจระเข้กันก่อนดีกว่า
วันนี้ อากาศค่อนข้างร้อน ขนาดหลายวันมาเนี่ย ฝนตกตลอดแล้วนะ แต่ก็ไหนๆมาแล้ว เข้าไปเที่ยวดีกว่า ราคาค่าบัตร 60 บาท มากันทั้งหมด 8 คน
ไม่ได้มานานมากแล้ว ฟาร์มจระเข้เนี่ย เหมือนเคยมาตอนเด็กๆ พวกเรามาถึง ก็มาดูจระเข้กันก่อนเลย ดูตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก (เหมือนตุ๊กแก) จนตัวใหญ่เบ้อเริ่ม
จระเข้ที่นี่ เยอะมากๆ (ก็เป็นฟาร์มนี่นา) แต่ละตัว ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น นอนก่ายกันเต็มไปหมด มีนักท่องเที่ยวหลายๆคนให้อาหาร (จำพวกซี่โครงไก่)กับจระเข้ ดูตอนที่พวกมันแย่งกันกินแล้ว...
highlight ของที่นี่ก็คงจะเป็นการเดินไปบนสะพานไม้ ข้างล่างมีจระเข้เต็มไปหมด มี certificated ด้วยว่า ที่นี่มีจระเข้ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ด้วย
พวกเราอยู่ที่นี่ได้สักพัก ไม่ได้ดูการแสดงอย่างอื่นอีก ทั้งๆที่มีอีกหลายอย่าง เพราะแต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว หลังจากที่เจอแอนรออยู่ข้างนอก พวกเราก็ไปยังจุดมุ่งหมายของวันนี้ --> ระเบียงทะเล
ร้านนี้อยู่ตรง ไปถึงก็เจอเหงียนกับติรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้พวกเราทั้งหมด 14 ชีวิตนั่งโต๊ะยาวอยู่ชั้น 2 ใกล้ระเบียงกันเลยทีเดียว
อาหารร้านนี้ lunar ว่าก็ธรรมดานะ ไม่ได้อร่อยมาก ราคาค่อนข้างแพง แต่แต่งร้านดูค่อนข้างหรู ห้องน้ำก็ใหญ่โต คือแต่ละห้องมีพื้นที่บริเวณกว้าง เข้าไปนั่งนอนได้เลย ก็ถือว่ามากินเอาบรรยากาศละกัน
ทริปต่อไปของพวกเรา ก็เพิ่งจะมาโหวตว่าจะไปไหนกันดี สรุปว่า ไปเมืองโบราณละกัน น้องๆหลายคนยังไม่เคยมา แต่สำหรับ lunar ไปมาแล้ว 2 รอบ
วันนี้มาเที่ยว ก็จะได้บรรยากาศสงกรานต์ สาดน้ำกันซะสนุกสนาน ที่เมืองโบราณนี่ต้องมาเที่ยว 1 วันเต็มๆถึงจะครบถ้วน แต่วันนี้ที่ไป คงได้แวะไม่กี่ที่ เน้นเอา highlight ก็มีตลาดโบราณ คุ้มขุนแผน พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท แล้วก็ตลาดน้ำ
ที่สุดท้าย ว่าจะไปบางปูดูนกซะหน่อย ไหนๆก็มาแล้ว วันนี้ บางปูคนแน่น รถเยอะมาก ไม่มีที่จอดรถ ต้องวนไป 1 รอบ สุดท้ายก็ต้องมาจอดข้างนอกอยู่ แต่ก็ยังดีที่นกนางแอ่นเยอะ
lunar ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปนกอ่ะค่ะ ถ่ายมาหลายครั้ง ก็ไม่ค่อยได้เห็นตัวนก เจ้าเบียร์ยืมกล้องไปถ่าย ก็เอาไปเลย เต็มที่เลยน้อง
หนุ่มๆแอบหนีไปเต๊ะตระกร้อกัน ท่าทางจะสนุก ไม่ยอมกลับแหะ เกือบทุ่มแล้ว นึกว่าจะกลับ ที่ไหนได้ ไปต่อข้าวต้มมื้อเย็น ได้ยินหลายๆคนบอกว่าไม่หิว
ข้าวต้มร้านสมพงษ์ อือม เห็นสั่งกันมาซะ นี่ขนาดไม่หิวนะเนี่ย อือม.. วันนี้ lunar กินเกินโควต้าซะแล้ว พรุ่งนี้ก็จะไปกินกับครอบครัวอีก หยุดหลายวันก็จะน้ำหนักขึ้นทุกที แล้วแผนการณ์ลดความอ้วนเนี่ยจะสำเร็จมั๊ยน้อ
Posted by Susan Joan at 3:19 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวทั่วไทย
Thursday, April 12, 2007
สงกรานต์@true tower : หนาวสั่น
วันนี้ทำงานวันสุดท้ายก่อนหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 4 วัน
เมื่อวาน มีการรดน้ำดำหัวคุณประสงค์ ปีนี้กลับมาจัดที่ชั้น 22 ทุกปีก็จะไม่มีไรมาก หลังจากรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่แล้ว ต่างคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำงาน
แต่ปีนี้นะซิ เจ้าปิ๋วกับนุช ท่าทางอยากกลับเป็นเด็กอีกครั้ง 2 คนนี้เป็นคนเริ่มเปิดศึก เที่ยวได้ไปสาดน้ำชาวบ้านไปทั่ว ทุกคนโดนกันทั่วถ้วนหน้า lunar เองก็โดนไปเยอะ ยิ่งตอนช่วงเย็นๆด้วยแล้ว เหมือนแต่ละคนเริ่มไม่ไว้ใจกัน ระวังหลังกันทั่วถ้วนหน้า
เจ้าเอ๋เองก็เอาแต่ทำงาน ไม่ยอมมาเล่น lunar ก็เลยสาดมันไปสักที สองที สรุปว่า ตอนเย็นกลับบ้านด้วยความหนาวสั่น ยิ่งอยู่ในห้องแอร์ด้วยแล้ว แถมปีนี้เนี่ย ฝนตกเกือบทุกวัน
แต่พอมาวันนี้ เช้ามา เอ๋มาพร้อมกับเสื้อลายดอก บอกว่าวันนี้พร้อมจะเล่นสงกรานต์แล้ว แต่ช่วงเช้าเนี่ยซิ surprise สุดๆ น้องๆนำทีมโดยแอน เอาน้ำใส่ขันโรยด้วยดอกมะลิ มารดน้ำดำหัวให้ lunar ทำเอาเรารู้สึกแก่ไปอีก 20 ปีทีเดียว
พอตอนบ่าย จริงๆเริ่มตั้งแต่กินข้าวเที่ยงกันแล้ว ก็เริ่มเล่นน้ำพอเป็นพิธี แต่ตอนก่อนกลับเนี่ยซิ เหมือนจะมีสงครามเกิดขึ้นอีกระลอก
เหมือนกับว่า พอคนหนึ่งเริ่ม คนที่เหลือก็ตามเป็นทิวแถว ตอนแรกก็เหมือนกับจะมีพวกเราไม่ทำร้ายกัน แต่ตอนหลังเนี่ยซิ แม้แต่พวกเดียวกันเอง ก็เริ่มระแวะละ
เจ้าเอ๋เนี่ยซิ น่าเกลียดสุดๆ ไปกอด notebook คุณนพพร บอกว่า "อย่าเข้ามานะ เรามีตัวประกัน" ในขณะที่ตัวมันเอง ก็เที่ยวฉีดน้ำคนอื่นไปทั่ว สุดท้ายก็เจอพวกเราแทคทีม จัดการมันซะ เปียกไปทั้งตัว
lunar เองก็โดน เหมือนกับว่า พอมีใครสักคนพูดว่า จัดการคนนั้นกัน แต่ละคนก็จะกรูกันเข้าไปจัดการซะงั้น
หนุกหนานกันใหญ่ สงสารก็แต่ป้าเนี่ยแหละ 2-3 วันนี้คงต้องเช็ดพื้น ถูพื้นวันละหลายรอบ
สงกรานต์ปีนี้ เหมือนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง
Posted by Susan Joan at 7:04 PM 0 comments
Labels: true life
Saturday, April 07, 2007
สวนสราญรมย์ : ขอบคุณถ้าฟ้าฝนจะเป็นใจ
หยุดหลายวัน ตั้งแต่วันพฤหัส ไปเชงเม้งที่สระบุรี เมื่อวานวันจักรี วันนี้ก็เบื่อๆ ออกไปเดินเที่ยวดีกว่า
ตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะไปเที่ยวสวนสราญรมย์ ดีหรือเปล่า เพราะได้ยินประชาสัมพันธ์มาได้ช่วงหนึ่งแล้วว่า ที่นี่จะมีการจัดงานแบบ วัฒนธรรมไทย 4 ภาค จะจัดไปจนถึงช่วงสงกรานต์ สุดท้ายก็ตัดสินใจไป
เดินทางไปจนถึงอนุสาวรีย์ ฝนก็ทำท่าว่าจะตกซะแล้ว นั่งรถไปหาข้าวกินแถวมาบุญครองละกัน
ไปถึงมาบุญครอง ฝนตกหนัก โอ้.. lunar เปียกไปทั้งตัว
หลังจากจัดการกับ อิจิบังราเมน กับ เซเวนเซ่น 69 Mango แล้วก็ไปยัง สวนสราญรมย์
แต่เนื่องจาก lunar ยังไม่รู้จักว่าอยู่ตรงไหน ทำให้ต้องเดินเกือบรอบพระบรมมหาราชวัง อือม..ที่แท้ตรงนี้นี่เองที่เรียกสวนสราญรมย์ (เลยสนามหลวงไป ข้างๆพระบรมมหาราชวัง)
วันนี้ก็มีการจัดแสดงงานอย่างที่ประชาสัมพันธ์กัน แต่คนยังน้อยๆอยู่ คาดว่าคนจะทยอยมากันตอนเย็นๆ จะมีจัดเป็นซุ้มๆ สาธิตศิลปะต่างๆ อย่าง การทำขนม, วาดภาพ แล้วก็มีการแสดงดนตรีไทยๆ
lunar ถ่ายรูปบ้านทรงไทย 5 ภูมิภาค น่าจะเป็น highlight ของงานนี้
วันนี้เหงาๆ อาจจะด้วยบรรยากาศมันอึมครึม lunar ใช้เวลาที่นี่ไม่นานนัก
ขากลับ เหมือนแข่งกับฝนตก ว่า lunar จะกลับถึงบ้านก่อนหรือไม่ ปรากฏว่าเฉียดฉิว เปียกเล็กน้อย ก่อนเข้าบ้าน ก็ยังถือว่าฟ้าฝนยังเห็นใจอ่ะค่ะ
ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง
Posted by Susan Joan at 10:14 PM 0 comments
Labels: Unseen BKK
Wednesday, April 04, 2007
เต่าน้อยคอยรัก
เจ้าเต่าน้อยตัวนี้มาอยู่ที่บ้าน lunar ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ อีกไม่กี่วัน มันจะได้กลับบ้านแล้วอ่ะ
lunar ไม่ใช่เจ้าของเจ้าเต่าตัวนี้หรอก เต่าตัวนี้เป็นของเอ๋ มาฝากเลี้ยงไว้ก่อนไปญี่ปุ่น ตอนไปซื้อที่ jj ด้วยกันก็บอกแล้วนะ ว่าไว้กลับจากญี่ปุ่นค่อยซื้อไม่ดีกว่าเหรอ แต่เจ้าตัวอยากเลี้ยงนักเลี้ยงหนา ก่อนไปก็เอามาไว้ที่ office กะให้น้องๆเพื่อนๆช่วยกันเลี้ยง
ตอนซื้อมาก็มี 2 ตัว พวกเราช่วยกันตั้งชื่อว่า เจ้ารักเร่ กับ ยากูซ่า ดูจากลักษณะท่าทางของแต่ละตัว เจ้ารักเร่เนี่ย ขี้อาย ดูเงียบๆ ส่วนเจ้ายากูซ่าเนี่ย ก็ซ่าสุดๆ เดินไปเดินมา
แต่ไม่รู้ว่าเจ้ารักเร่จะเกิดอาการน้อยใจไรหรือเปล่า ที่เจ้านายดอดไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เลยชิงบ๊ายบายลาโลกไปซะก่อน เรื่องนี้มีคนสันนิษฐานไปต่างๆนานา อาทิเช่น เลี้ยงในห้องแอร์ (น้ำเย็นมากๆๆ เหมือนน้ำในตู้เย็น) , เปลี่ยนน้ำบ่อยเกินไป etc.
lunar สงสารเจ้ายากูซ่า กลัวว่าจะตามเจ้ารักเร่ไป ก็เลยเอากลับมาเลี้ยงที่บ้านดีกว่า มีเนื้อที่เยอะๆหน่อย มีคนดูแล ไม่งั้นเสาร์ อาทิตย์ลำบากแย่ ต้องอดอาหารอยู่บ่อยๆ
แรกๆมาอยู่ก็ เหนียมอาย ไม่ค่อยซ่า คงยังใหม่อยู่ ให้อาหารเต่าไป เม็ด สองเม็ด ก็ไม่ค่อยยอมกิน ต้องปล่อยให้อาหารยุ่ย น้ำเสียไปซะอีกเนี่ย
แต่พอเริ่มปรับสภาพได้ คราวนี้ละก็ กินๆๆๆ อึๆๆๆๆๆ lunar นอกจากให้อาหารเม็ดแล้ว ก็ยังให้ผักบุ้งเป็นอาหารเสริม ใบบัวไว้เผื่อเคี้ยวเล่นๆ
แต่ดูเหมือนเจ้ายากูซ่าจะ enjoy eating เดี๋ยวนี้มื้อหนึ่งๆ ให้ไป 4-5 เม็ดก็ไม่พอ ใส่อาหารไปปุ๊บ กินอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนมันจะไม่เคี้ยวเลยด้วยซ้ำ กลืนอย่างเดียว
ผลจากการมาอยู่เกือบ 2 เดือน ปรากฎว่า จากเต่าน้อยสีเขียว ร่างกายมันก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ตัวอ้วนจัง สีก็ออกเขียวเหลือง แถมกินเก่ง เจออาหารรีบวิ่งเข้าใส่
นอกจากนี้มันชอบเล่นซ่อนแอบ เวลาไม่มีคนมา มันก็มักออกมายืนรับลม บนเศษอิฐ เวลามีคนเดินมา มันก็รีบกระโดดตุ๋มลงน้ำหลบอยู่ใต้ใบบัวทันที
อ่ะนะ เจ้ายากูซ่า summer ของเจ้ากำลังหมดแล้ว เตรียมกลับไปหาพ่อได้แล้ว เดี๋ยวจะบอกพ่อของเจ้าให้หาเพื่อนให้แทนเจ้ารักเร่ จะได้ไม่เหงา
Posted by Susan Joan at 10:11 PM 0 comments
Sunday, April 01, 2007
3 years : Telecomasia --> True
วันนี้นอกจากจะเป็นวัน April Fool Day (เมษาหน้าโง่) แล้ว วันนี้ยังเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการเปลี่ยนชื่อจาก Telecomasia เป็น true
ครั้งแรกที่ได้ยินว่า บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น true ก็ยังงงว่า คิดชื่อได้ไง ส่วนใหญ่แล้วชื่อบริษัทมักจะเป็นคำนาม บ่งบอกลักษณะธุรกิจ หรือไม่ก็เป็นชื่อเจ้าของบริษัท แต่นี่คำนี้เป็น adj. ไม่น่าจะนำมาตั้งชื่อบริษัทได้
แต่ก็มารู้ภายหลังว่า ด้วยความที่เป็น adj. เนี่ยแหละ จึงสามารถนำไปผสมกับคำอื่นให้มีความหมายที่ดีได้
ที่เห็นๆเลยก็คือการเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือหลายบริษัทหรือการตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ๆ ก็จะมีคำว่า true นำหน้าเช่น
Orange --> True Move
UBC --> True Vision
True Money
True Touch
True Coffee
ก็ต้องรอดูกันต่อไป อนาคตของ true (ส่วนหนึ่งอนาคตของเรา) จะขยับขยายเคลื่อนต่อไปอย่างไร
Posted by Susan Joan at 9:27 AM 0 comments
Labels: true life
Sunday, March 25, 2007
หัวหิน : พระปฐมเจดีย์
เช้านี้ตื่น 6 โมงเช้าหน่อยๆ ที่ตื่นเพราะรู้สึกว่าหนาวแหะ พัดลม 2 ตัวกำลังพัดโบกด้วยกำลังแรงสูง ห้องที่นอนห้องนี้ ลมโกรกทั้ง 2 ด้าน มองดูคนอื่นๆเขามีผ้าห่มทุกคน ยกเว้น lunar คนเดียวง่ะ
พระอาทิตย์กำลังสวยได้ที่ ไปเดินถ่ายรูปที่ริมชายทะเลดีกว่า
ไปถึง เจอพี่แหม่ม เจ๊ตุ่มกับคุณเหนี่ยว ออกมาชมวิวอยู่ก่อนแล้ว เห็นเจ้าเบียร์ ตูน1 กำลัง post ท่าถ่ายรูปอยู่ ขอไปแจมบ้างแล้วกัน เอาแบบแนวเล่นกับพระอาทิตย์บ้างดีกว่า
ยังเช้าอยู่ ไปเดินเล่นดีกว่า เมื่อวานยังไม่ได้ไปชายฝั่งทางขวา ดูๆแล้วจะเป็น resort ซะส่วนใหญ่
เช้าๆแบบนี้ วันนี้เห็นมีคนมาใส่บาตรด้วย อือม.. เป็นครั้งแรก ที่เห็นการใส่บาตรบนผืนทราย เดินไปเรื่อยๆปล่อยความคิดไปไกลๆ เดินจนเดินต่อไม่ได้ล่ะ
กลับบ้านพัก จัดแจงอาหารเช้าด้วย ขนมปังกับกาแฟ ยังไม่เห็นเจ้า 3 หนุ่มเลย คนอื่นๆเขาตื่นกันหมดล่ะ ไปแวะดูสักหน่อย
เข้าไปห้องพัก เจ้าติกับเหงียนยังหลับอยู่ แต่โต้งตื่นแล้ว ดูเหมือน 2 หนุ่มนั่นยังไม่ยอมลุกจากเตียงง่ายๆ ก็เลยกลับก่อนดีกว่า
เช้านี้ไม่ได้มีโปรแกรมอะไร แต่ละคนก็ยังโอ้เอ้อยู่ คาดว่าจะออกจากที่นีสัก 10 หรือ 11 โมง ตกลงว่าขากลับก็แวะที่พระปฐมเจดีย์ที่เดียวกับซื้อของฝากเท่านั้นเอง
นั่งๆรอน้องๆ ยังไม่มีวี่แวว 2 หนุ่ม ก็เลยไปแวะดูอีกที คราวนี้ตื่นแล้ว แต่ยังไม่ยอมลุกจากเตียงนอน ได้ยินเจ้าติเล่าเรื่องทำนองว่า เมื่อคืนเหมือนเห็นใครคนหนึ่งมาเข้าห้องน้ำ นึกว่าเป็นเหงียน แต่หันมามองเตียงนอน เห็นเหงียนนอนอยู่ อ้าว..เอาอีกแล้ว เจ้าติชอบเจออะไรแปลกๆ เมื่อคืนก็เพิ่งเล่าเรื่องเจออะไรทำนองเนี้ย ทำเอาฝนถึงกับต้องเปิดไฟนอนมาแล้ว
ออกจากบ้านพัก ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่ราชบุรี มื้อนี้กินรวม โต๊ะยาวมาก อร่อยแหะ มีต้มยำทะเล,หอยทอด, ไก่ทอด, ปลาทอด,ยำถั่วพู ราคาต่อหัวประมาณ 100 เศษๆ เสร็จสรรพ แวะซื้อของฝากกัน
ที่สุดท้าย ไปพระปฐมเจดีย์ ที่นี่ว่ากันตามจริง lunar ก็ยังไม่เคยเข้ามานมัสการสักที เคยแต่ผ่านๆ องค์พระปฐมเจดีย์ใหญ่โตมากจริงๆ วันนี้คงไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ ได้แต่เดินรอบๆ แวะถ่ายรูป ตีระฆังรอบโบสถ์กัน
ขากลับแต่ละคน คงเพลีย หลับกันเกือบทั้งคันรถ ท่าสวยๆแบบนี้ก็เสร็จเรานะซิ lunar กับเจ้าเบียร์ ก็เลยต้องถ่ายรูปเป็นหลักฐานซะหน่อย
กลับถึงตึก true 6 โมงกว่าๆ ปีหน้าจะไปไหนน๊ะ
Posted by Susan Joan at 10:15 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวทั่วไทย
Saturday, March 24, 2007
หัวหิน : พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
วันนี้ที่แผนกได้ไปเที่ยวกันซะที กว่าจะลงตัวในเรื่องเวลา แต่สุดท้ายก็เป็นวันนี้
นัดกันที่หน้า office 7:30 น.ล้อหมุน กว่าจะรวบรวมสมาชิกได้เกือบหมดก็ 8:00 น.แล้ว คนที่พลาดคราวนี้ก็เป็นเซี้ยตามเคย (พลาดแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง)
ทริปคราวนี้ คนไปกันเยอะมาก 30 กว่าชีวิตเต็มคันรถ ไม่มีที่เหลือเลยอ่ะค่ะ กิจกรรมบนรถ ก็ไม่ค่อยมีไรมาก หลายๆคนยังง่วงอยู่ ก็หลับกันไป ส่วนที่เหลือก็พยายามเอา kara ok มาร้อง แต่งานนี้บนรถไม่มีไมค์ ต่างคนก็เลยต่างร้องกันเอง
ไปถึงจุดหมายแรก พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วันนี้อากาศร้อนมากๆ lunar เคยมาครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว วันนี้คนเยอะ มีนักเรียนหลายโรงเรียนมาทัศนศึกษา
เดี๋ยวนี้เก็บค่าเข้าชมด้วย คนละ 30 บาท และไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แย่จัง คราวก่อนที่มา สามารถถ่ายรูปได้สบาย คนก็น้อย วันนี้ก็เลยรู้สึกเซ็งๆ
lunar มัวแต่ถ่ายรูปอยู่ในบริเวณข้างล่างของพระราชนิเวศน์ พลาดไม่ได้ไปถ่ายช่วงระเบียงใกล้ทะเล อ่ะนะ คราวนี้ไปก็เลยเหมือนไม่เต็มที่ ไม่คุ้ม ยังไงยังงั้น
ทำให้ได้ข้อคิดว่า เมื่อมีโอกาสทำอะไร ควรทำ และทำให้ดีที่สุด อย่างคราวที่แล้ว ได้มีโอกาสมาเที่ยวและถ่ายรูปสวยๆ เพราะเราไม่มีทางคาดคิดว่า ในอนาคตเราจะมีโอกาสได้ทำอย่างนี้อีกหรือไม่
ออกจากที่นี่ ก็ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่ตัวเมือง มื้อนี้ต่างคนต่างจ่าย พวกเราไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน ราคาที่นี่เทียบกับกรุงเทพแล้ว ดูเหมือนจะแพงกว่าอีก เดี๋ยวนี้หัวหินเนี่ย เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวต่างชาติเยอะ ราคาอาหารต่างๆก็เลยแพงตาม
ออกจากที่นี่ ก็เข้าบ้านพักกันเลย บ้านพักเป็นบ้านหลังใหญ่ 2 หลัง แต่ละหลังอยู่ได้ 10 กว่าคน มีห้องประมาณ 4 ห้อง สภาพบ้านพอพักได้ ที่ดีคือใกล้ชายทะเลมาก
ฝ่ายการท่องเที่ยวของเรา (เบียร์ เปิ้ล ฝน พี่แหม่ม) ก็จัดแจงไปซื้ออาหารทะเล ประเภท กุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น etc ไว้มาปิ้งย่างกันตอนเย็น กิจกรรมตอนนี้ของพวกเรา ก็แบบว่า ใครใคร่ทำไรก็ทำ จะเริ่มเมา, จะร้องรำทำเพลง หรือจะออกไปสูดอากาศชายทะเลกัน ก็ตามสบาย
lunar ทำทั้งสามอย่างเลยอ่ะค่ะ ตอนแรกก็นั่งกินเติมแรงก่อน (แต่ไม่มี alcohol นะ ยังไม่ถึงเวลา อิอิ) สักพัก เจ้าตูน1 ก็เอาคีย์บอร์ด ออกมาเล่นพร้อมกับเจ้าตูน2เอากีตาร์มาเล่น lunar นั่งเล่นสักพัก ก็ไปเดินเล่นชายทะเลดีกว่า
แม้อากาศจะยังร้อนอยู่ แต่ก็พอเดินได้ ลมเย็นดี ที่นี่มีม้าให้เช่าขี่ด้วย ชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ สักพัก ก็เริ่มการแข่งขัน ฟุตบอลชายหาด พวกหนุ่มๆก็ลงไปเล่นกัน แบ่งกัน 2 ทีม ผลเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ lunar ไม่ได้ดูจนจบซะด้วย เพราะอาหารสดมาแล้ว ต้องไปช่วยทำอ่ะค่ะ
ไม่ได้ทำกับข้าวไรหรอกค่ะ แค่ช่วยปิ้งกุ้ง ลูกชิ้น ปลาหมึก ปลาเผา อาหารค่อนข้างเยอะ ต้องใช้ 2 เตา ปิ้งได้สักพัก หนุ่มๆก็เริ่มกลับมากันละ
เย็นนั้น พวกเราก็ใช้เวลากันหลายชั่วโมง อยู่กันบริเวณนั้นอ่ะค่ะ เพราะหลังอาหารเย็น ก็ต่อด้วย กับแกล้มกับแอลกอฮอล์ lunar กิน ไวน์ไปแค่ครึ่งแก้วเอง
ค่ำๆ เจ้าถิ่นชวนไป ไนท์บาร์ซาร์ แต่ไม่ได้เอารถบัสไปหรอกค่ะ เช่ารถ 2 แถวขนาดเล็ก (แต่ไหงดันเขียนป้ายว่า taxi)1 คัน ไปกัน ปรากฏว่า ไปกันทั้งหมดเกือบๆ 20 คน แล้วแต่ละคน ก็ไม่ใช่สาวบางร่างน้อย โอ้โฮ
เหมือนกับที่เคยดูหนังตลกอ่ะคะ ประเภท มีรถคันเล็กๆ แล้วคนก็เข้าไปเรื่อยๆไม่จบสักที แต่คราวนี้เป็นของจริง ทำได้ไงก็ไม่รู้
ไนท์บาร์ซาร์ที่หัวหิน คล้ายๆสวนลุมไนท์บาร์ซาร์ แต่ของกินเยอะแยะ เจ้าถิ่นพยายามชักชวนให้กินหลายอย่าง ทั้งโรตี ไอศครีม เห็นแล้วหลายอย่างน่ากิน แต่อิ่มแล้วอ่ะคะ ลองแค่โรตีอย่างเดียว (กลับไปกรุงเทพเนี่ย ต้องวิ่งสักกี่รอบนะ กว่าน้ำหนักรอบนี้จะลงมาได้)
หัวหินพัฒนาไปมาก มีร้านค้าดังๆเปิดกันเต็มไปหมด พวกเราอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็กลับบ้านพัก
กลุ่มที่ไม่ไป ก็ยังนั่งกินอยู่ที่เดิม ยังไม่ไปไหน ดึกๆลงไปเดินเที่ยวเล่นชายทะเลดีกว่า
เอาเสื่อมาปูนอน แต่ไม่ยักกะมีลม ทำให้ตัวเหนียวอีกครั้ง ทั้งๆที่เพิ่งอาบน้ำมานะเนี่ย นอนดูทะเล สักพักเห็นเรือชาวประมง กำลังทำอะไรสักอย่าง เหมือนกับเอาท่อนไม้กระทุ้งน้ำไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่
นั่งดูสักพัก เจ้าติบอกว่า คงทำประมง เพราะเห็นเหมือนปรากระโดดขึ้นมาทุกครั้งที่มีการกระทุ้งน้ำ นั่งดูสักพัก ก็พอสรุปได้ว่า กำลังวางอวนอยู่ ตามเส้นทางที่เรือวิ่งไป เพราะเห็นเรือวนมาอีกรอบพร้อมกับลากอวนขึ้นมา พร้อมกับปลาที่ติดตามอวน อือม มาคราวนี้ทำให้ได้เห็นวิธีการวางอวนในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
กว่าจะนอนก็เกือบตี 1 ล่ะ คนอื่นนอนกันไปหมดแล้ว ที่ห้องสาวๆอีก 5 คนนอนเรียงราย lunar เข้านอนบ้างดีกว่า อากาศคืนนี้ไหงอบอ้าวแหะ
Posted by Susan Joan at 10:14 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวทั่วไทย
Monday, March 19, 2007
หลบไปโลกของตัวหนังสือ
ความขี้เกียจเนี่ยไม่เข้าใครออกใครซะจริง แต่อันที่จริงก็ไม่เชิงอ่ะนะ เพียงแต่หมู่นี้ ใช้เวลากลับไปทำสิ่งที่เคยทำ ชอบทำเป็นประจำในอดีตซะมากกว่า เลยไม่ได้ up blog เลย
ก็ หลังจากที่อ่าน A Darkness More Than Night เสร็จ ก็อ่าน หัวขโมยแห่งบารามอส ภาค ดาบแห่งกษัตริย์ ต่อด้วย Digital Fortress แล้วก็เรื่องล่าสุด Gone For Good ยังไม่จบดี ก็กลายเป็นว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ หลบจากชีวิตประจำวันชั่วคราว ไปสู่โลกของตัวหนังสือ โลกแห่งความฝัน สักพัก แล้วจะกลับมาใหม่
รู้สึกสนุกนะ หนังสือในหมวด Unputdowable Mystery ทั้งนั้น แม้ว่าชุดหลังๆนี้ ความสนุกไม่เท่ากับชุดแรกๆ แต่ก็อาศัยหยิบยืมจากห้องสมุดเนี่ยแหละ ไม่ต้องซื้อ เพราะไม่มีที่เก็บหนังสือแล้ว
ก็เป็นการผ่อนคลายแบบหนึ่งของ lunar ดีกว่าไปเที่ยวดึกๆแถวซอย 4 หรือเอาแต่นั่งเล่นเกมส์ทั้งวัน ว่าถ้าไว้มีเวลามากกว่านี้ จะลองอ่าน สามก๊ก ดูบ้าง แต่ต้องอ่านแบบรวดเดียวจบ จะลองอ่านสัก 3 รอบ (จะมีใครคบหรือเปล่าน๊า)
Posted by Susan Joan at 11:07 PM 0 comments
Wednesday, March 07, 2007
ขอบคุณงานที่มากกว่าเวลาที่มีให้
อันที่จริง lunar เองก็เคยว่าจะเปลี่ยนไป update ที่นั่นเหมือนกัน แต่ว่า... หลังจากพยายามเปลี่ยนวันที่ที่ทำการ post ไปแล้วทุกวิธี ก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้ต้องยังคง update ที่นี่เหมือนเดิม ส่วนที่ space ก็เอาไว้ลองเล่น สนุกๆละกัน
เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา รวมวันจันทร์ด้วย เป็นวันหยุดยาว 3 วัน อือม... ไม่ได้ไปไหนเลยน๊า อยู่บ้านเป็นหนอนหนังสือ อ่าน Digital Fortress กับ หัวขโมยแห่งบารามอส ภาคดาบแห่งกษัตริย์ แต่ยังไม่จบดี เหลืออีกนิดหน่อย อ่านแล้วก็อินไปกับบท เจ้าชายคาโล แบบว่านิสัยเย็นเยียบอย่างกับน้ำแข็งอ่ะนะ อ่านแล้วก็ให้ความรู้สึกบรรยากาศเก่าๆกลับมา ครั้งที่เคยอ่านตั้งแต่เล่มแรกเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนโน้น
ใจจริงก็อยากออกจากบ้านไปเดินเที่ยวสวนสราญรมย์ซักกะหน่อย แต่เห็นอากาศร้อน โรคขี้เกียจก็กำเริบซะแล้ว อาทิตย์นี้ไม่ได้ไปวาดรูประบายสี เพราะหยุดเนื่องในวันมาฆบูชา แต่ว่า lunar ว่าอาจจะไม่ไปแล้วอ่ะน๊า ไม่ใช่ว่าขึ้เกียจนะ แต่แบบว่า เหมือนอาจารย์ไม่ค่อยได้สอนไรเลย ไม่สอนเทคนิค วิธีการ แบบว่า อะ ตรงนี้ท้องฟ้า ลงสีฟ้า เทา น้ำทะเล ลงสี น้ำเงิน ต้นไม้ ลงสีเขียว ว๊าอย่างนี้ lunar เองก็รู้อ่ะ อยากให้สอนวิธีการต่างๆมากกว่า
หลายวันมานี้ เหนื่อยใจอ่ะนะ เป็นหัวหน้าทีม ก็ยิ่งเหนื่อยเข้าไปอีก เรื่องงานก็ยังพอทำเนา เรื่องดูแลสารทุกข์สุขดิบของน้องในทีมเนี่ย มันน่าเหนื่อยยิ่งกว่า ตั้งแต่บริษัทประกาศเรื่อง performance pay ว่าได้เท่ากันหมด มันก็ทำให้หลายๆคนหมดกำลังใจทำงาน อันนี้ก็รวมทั้งตัว lunar เองด้วยล่ะ แต่ทำไงได้ ไม่เห็นด้วยยังไง เราก็เปลี่ยนแปลงไรไม่ได้ แถมต้องให้คำอธิบาย คำปลอบใจกับน้องๆอีกต่างหาก ทั้งๆที่ตัวเองก็ค้านในใจอยู่ปาวๆ
มันก็น่าเหนื่อยอยู่ไม่ใช่น้อย ทำงานหัวปักหัวปำ งานสารพัด เบ๊เมเนเจอร์ดีๆนี่เอง งานเยอะ เยอะมากกว่าเวลาที่มีในแต่ละวัน
ฟัง spot โฆษณาเรื่องรถ รู้สึกชอบใจใน slogan ขอยืมมาใช้บ้างละกัน
Posted by Susan Joan at 10:44 PM 0 comments
Thursday, February 15, 2007
Happy Birth Day To Me
วันนี้ตอนบ่ายๆที่ office เขาช่วย happy birth day ให้กับ lunar กับ ตูน2
เดี๋ยวนี้เขามีกินเค้กกันทุกเดือน ที่จริงวันนี้ยังไม่ถึงวันเกิดของ lunar หรอก อีกหลายวัน แต่อาศัยวันเวลาที่สะดวก
เค้กวันนี้ พิเศษซะด้วย ฝีมือเจ้านุ้ย เดี๋ยวนี้ นุ้ยเขาเก่งนะ ทำเค้กส่งขายได้แล้ว วันนี้เป็นเค้กเนื้อนุ่มแต่งหน้าด้วยสตอร์เบอร์รี่กับกีวี
อร่อยด้วยนะ เนื้อเค้กไม่หวานด้วย เหมือนนุ้ยจะรู้ใจ ทำเอาเซี้ยถึงกับสั่งซื้อเค้กอีกปอนด์ต่างหาก
thanks you ทุกๆคนนะคะ
Posted by Susan Joan at 10:12 PM 0 comments
Labels: true life
Thursday, February 08, 2007
หนุ่มเอ๋อ
ว่าจะเขียนเรื่องหนุ่มเอ๋อมานานละ รอเก็บข้อมูลให้ครบก่อน
หนุ่มเอ๋อ ที่ว่าเนี่ย ไม่ใช่ใครหรอก เจ้าสันติ น้องในทีมของ lunar เอง
เจ้าติเนี่ย เพิ่งเข้ามาทำงานได้ประมาณครึ่งปี มาวันแรกเนี่ย ดูมาดนิ่งๆขรึมๆ แต่อยู่สักพักที่ไหนได้
เขาเป็นชายหนุ่ม มาดเข้ม มองทางซ้าย ละม้ายคล้าย จาพนม มองทางขวา เหมือน โทนี่จา มองข้างหน้า ยิ่งเหมือน ต้มยำกุ้ง
สรุปก็คือเหมือน จาพนม นั่นแหละ อิอิ
คุณสมบัติข้อแรกก็เริ่มฮือฮา คุณสมบัติข้อสองคือ ความสามารถในการบริโภค ไม่เป็นที่สองรองใคร อันนี้รับรอง
แต่อย่างว่าอะนะ เด็กกำลังกินกำลังโต
คุณสมบัติข้อสาม เขาเป็นผู้ชื่มชมสุภาพสตรี ถ้าผู้หญิงที่เดินผ่านหน้า มีอายุระหว่าง 15-30 ปี ไม่ว่าจะสูง ต่ำ ดำ ขาว อย่างไร เขาจะมองเห็นในความงามของสาวเหล่านั้นทุกคน
แต่มีคุณสมบัติอีกข้อที่ lunar เห็นว่าดีมากๆๆๆๆก็คือ เขาเขียนโปรแกรมเก่ง อันนี้ก็ต้องยอมรับ ทำให้งานของ lunar เบาลงได้เยอะ
ตอนแรก นึกว่าจะหมดเท่านี้ แต่ไม่ใช่ lunar เพิ่งจะค้นพบ คุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่าง ช่างตรงข้ามกับการเขียนโปรแกรมเสียยิ่งกระไร
นอกจากการเขียนโปรแกรมแล้ว เขาจะเอ๋อ เกือบทุกเรื่อง accept meeting ไม่เป็น,reply mail ไม่เป็น, หาห้องประชุมไม่เจอ (ทั้งๆที่อยู่ชั้นที่ทำงานมาหลายเดือน),ชั่งน้ำหนักไม่เป็น, หาถังน้ำดื่มไม่เจอ, หาถ้วยกระดาษไม่เจอ ทั้งๆที่อยู่หลังถังน้ำดื่ม etc.
แต่ยังไงถึงจะเป็นหนุ่มเอ๋อ ก็สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงาน , หัวหน้าได้ ก็ OK แล้วอ่ะค่ะ
Posted by Susan Joan at 12:29 PM 0 comments
Labels: true life
Saturday, February 03, 2007
เมื่อเทคโนโลยีพบกับศิลปะ
เช้านี้กว่าจะตื่นขึ้นได้ช่างยากเย็นจัง ก็อากาศยามนี้ค่อนข้างเย็น หนาวมาหลายวันแล้ว ไม่น่าเชื่อ เมืองไทย ณ วันนี้ ช่วงเดือนนี้ อากาศกลับมาหนาว ทั้งๆที่กลางเดือนที่แล้ว ร้อนแดดเปรี้ยง
ตัดสินใจ แล้วว่าวันนี้จะไปสมัครเรียน หลักสูตร ศิลปะเครื่องปั้นจากดินหอม แต่อันที่จริง ไม่ได้จะไปเรียนปั้นไรหรอก อยากเรียน การวาดรูป ระบายสี มากกว่า จากเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ไปเมียงๆมองๆ เห็นคนนั่งระบายสี รูปวิว ทิวทัศน์ อือม..น่าสน พอดีอาจารย์คนที่สอนด้านนี้เป็นคนเดียวกับที่สอนปั้นดินหอม ก็เลยต้องลงเรียนหลักสูตรนี้
ไปถึงเกือบ 10 โมงแล้ว (อิอิ วันแรกก็สายซะแล้ว) สมัครเรียนตามที่ต้องการ ไม่เสียค่าเรียนเลยนะ เสียแค่ค่าซองใส่บัตร 10 บาท แต่ต้องซื้ออุปกรณ์เอง
อาจารย์ก็ให้ไปซื้อ กระดาษปอนด์เอาแบบ 100 ปอนด์, พู่กันเบอร์ 1,3,6 สีอะครีลิก, ดินสอ ,ยางลบ ที่ที่ใกล้ที่สุดกับประตูน้ำเซ็นเตอร์ ก็ B2S Central World เสร็จสรรพ เมื่ออุปกรณ์พร้อม กว่าจะเริ่มได้ก็ 11 โมงกว่าแย้ว
ไปถึงก็ยังเอ๋อ เอ๋อ อยู่ มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเรียนอยู่ก่อนแล้ว กำลังระบายสีรูปช้าง 2 ตัวในป่าใหญ่, ส่วนพี่ผู้ชายก็ระบายสี รูปคล้ายๆพระพิฆเนตร แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า สวยดีนะ ก็เลยถามอาจารย์ว่า จะเริ่มต้นยังไง เพราะ lunar ไม่เคยมีพื้นมาก่อนเลย
อาจารย์ก็เปิดหนังสือ ข้างในเป็นรูปต่างๆ วรรณคดี จิตรกรรมสวยๆ แล้วอาจารย์ก็เปิดหน้าที่เป็นรูปคล้ายนางเมขลา อย่างสวยเลยอ่ะ
อาจารย์ : รูปนี้เลยละกัน ทำได้มั๊ย
lunar : ??????
lunar : เริ่มต้นขอรูปง่ายๆก่อนละกันนะคะ
โห สงสัยอาจารย์อยากทดสอบมั้ง แต่หลังจากเห็นใบหน้าอันกระอักกระอ่วนใจของ lunar แล้ว ก็เปลี่ยนใจ ไปเอากระดาษลอกลาย ที่มีลายเรียบร้อยแล้ว เป็นรูปท้องทะเล มีปลา สาหร่าย หิน ฯลฯ แล้วให้ lunar ลอกแบบลงในกระดาษปอนด์ที่ซื้อมา
หลังจากเสร็จแล้ว ก็ให้ตีกรอบล้อบรอบ อาจารย์บอกว่า ต้องให้ยากกว่าเด็ก (เข้าใจว่า นี่คงเป็นบทเรียนแรกของทุกคนแหง๋) แล้วก็เริ่มต้นระบายสี
lunar ระบายไปได้ 2 สีเอง ยังไม่เสร็จทั้งชิ้นงาน เพราะต้องใส่สีน้ำทะเลไปตามจุดต่างๆของสาหร่าย ใช้เวลาค่อนข้างมากเลยค่ะ ส่วนอีกสีหนึ่ง ค่อนข้างเข้ม อาจารย์เลยให้ใช้สีขาวระบายทับให้อ่อนลง
ส่วนที่เหลือทั้งหมด ยังไม่สามารถระบายได้ อันเนื่องมาจากหมดเวลาซะก่อน ที่นี่ประมาณ บ่าย 3 โมง ก็จะเริ่มเก็บโต๊ะกันละ ต้องช่วยกันเก็บโต๊ะ กวาดทำความสะอาดกันด้วย ก็ถือว่า ok อ่ะ กทม.ส่งเสริมให้เรียนฟรีแล้ว ช่วยๆกันนิดหน่อย
เป็นอันว่า วันนี้กลับบ้านพร้อมกับผลงานชิ้นแรกที่ยังไม่สมบูรณ์ ไว้ต่ออาทิตย์หน้าละกัน
Posted by Susan Joan at 11:29 PM 0 comments
Friday, February 02, 2007
เดี้ยง
สัปดาห์นี้ฟิตจัดอ่ะค่ะ ไปวิ่งติดกัน 3 วัน พุธ พฤหัส ศุกร์ ส่วนวันอังคาร ไปกิน Oishi Express กันมา แบบว่านานๆที ได้ยินว่า มา 4 คน ฟรี 1 คน ก็เลยยกโขยงไปกินกะซะ
แต่ปรากฏว่า ฟังไม่ดีกันเอง มา 4 คนได้อาหารชุดพิเศษ seafood ฟรี 1 ชุด อือม..ก็เลยใช้บัตร true priviledge ลด 10%
แต่ถึงแม้ลด 10% แต่ไหงเช็คบิลออกมาราคาก็ยังแพงอยู่ดีอ่ะ ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคนละ 300 บาทนะ แต่นี่คิดมาแล้วคนละ 370 บาท ลดแล้วก็ประมาณ 340 บาท
จากการที่ไปกินโออิชิ ทำให้ต้องกลับมาวิ่งเอาเจ้าที่กินเข้าไปออกมานะซิ lunar พัฒนาการวิ่งขึ้นไปอีกแล้วอ่ะนะ จากวันแรกวิ่งได้ 2 รอบ ก็เหนื่อยสุดๆ วันนี้วิ่งได้ 6 รอบล่ะ
แต่อาจเป็นเพราะว่า ใช้อุปกรณ์ลดต้นขา น่องเยอะไปหน่อยละมั้ง วันนี้ถึงได้ปวดๆ วิ่งไม่ได้เต็มที่ วันนี้ก็ปั่นจักรยาน แล้วก็ยังใช้เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี่อีก
ผลคือ กลับบ้านด้วยความปวดขา ปวดน่อง เหมือนไปเดินภูกระดึงมา (เว่อร์ไปปล่าว) แต่ก็ปวดจริงๆ เดี้ยงซะแล้ว
อิอิ แต่ยังไงก็ไม่เข็ด อาทิตย์หน้าต้องวิ่งอีก เริ่มแล้วหยุดไม่ได้ ถ้าหยุด ไอ้ที่ทำมาทั้งหมด ก็เป็นศูนย์นะซิ
อีก 2 เดือนจะมาลองชั่งน้ำหนัก แต่ตอนนี้ไม่กล้าชั่ง กลัวไม่ลดลง หรือลดนิดเดียว แล้วจะหมดกำลังใจ
ยังไง คนเราก็ยังต้องการกำลังใจอยู่ดี ถ้าไม่มีใครให้ ก็ต้องสร้างด้วยตัวเอง
Posted by Susan Joan at 12:53 PM 0 comments
Thursday, February 01, 2007
ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
ปีนี้เริ่มต้นปีก็มีแววว่า จะ update blog น้อยลงแน่เลย ก็เดือนที่แล้ว เขียนไปแค่วันเดียวเอง
อือม.. แป๊บเดียวหมดไปเดือนละ เวลาเหมือนมันผ่านไป แบบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างยังดูจะเหมือนเดิม (หรือเปล่า)
ช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงเวลาที่สับสนมาก กับเรื่องเพื่อน เป็นอย่างนี้มาหลายครั้ง แต่ทว่า..ดูเหมือนครั้งนี้จะหนักหนากว่าทุกครั้ง
ช่วงระยะเวลา 2 อาทิตย์นี้ได้ทำอะไรหลายอย่าง เป็นต้นว่า
- สัปดาห์ที่แล้ว ได้ไปเรียน flash สนุกดีหลังจากที่อยากเรียนมานานแสนนาน คราวนี้ได้เรียนฟรี อือม.. อาจารย์สอนดีอ่ะค่ะ เป็นอาจารย์จริงๆที่สอนด้วยความตั้งใจ lunar หนุกหนานมาก ไว้ต้องกลับมาฝึกบ่อยๆซะแล้ว
อือม.. เรียนไรก็หนุก เรียน network, graphic ก็หนุก ยกเว้น เขียนโปรแกรม น่าปวดหัวแหะ
- เดือนกุมภาเนี่ย ตั้งใจจะไปเรียนร้อยลูกปัด หลังจากที่อยากเรียนมาเกือบปีละ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ที่ผ่านมา ก็ไปประตูน้ำเซ็นเตอร์ กะว่าจะไปสมัครเรียนซะหน่อย แต่ปรากฏว่า ที่นี่ไม่มีเรียนร้อยลูกปัด ต้องไปเรียนที่บ่อนไก่ lunar เดินดู course ต่างๆก็มี จัดดอกไม้ ทำเทียนหอม อาหารจิ๋ว นวดไทย มีการวาดรูปที่ดูน่าสนใจ ทั้งๆที่สมัยเรียน ทักษะด้านนี้ จะห่วยมากก็ตาม
- ลองหัดเล่นหมากโก๊ะ (หมากล้อม) หลังจากที่อยากลองเล่นมานาน แต่แหม ตอนสมัยอยู่ 7-11 ไม่ยักจะอยากเล่น ก็ตอนนั้นแบบว่า ไม่อยากทำอะไรที่ดูเหมือนถูกบังคับ ก็หัวหน้าแบบว่า ทุกคนต้องไปเล่นนะ (คือ สมาคมหมากล้อมแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 7-11)
แต่วันนี้ กลับอยากลองหัดเล่น ก็ลองๆเล่นกับ comp อ่ะค่ะ ไม่ได้ฝึกกับกระดานจริงหรอกค่ะ เล่นแบบเบื้องต้น ก็โดนกินซะเรียบแล้ว
- ได้ออกกำลังอย่างที่ตั้งใจ เดี๋ยวนี้ วิ่งสัปดาห์ละ 2-3 วัน วิ่งบนเครื่องวิ่งอ่ะค่ะ วันแรกเหนื่อยมาก วิ่งแค่ 2 รอบ ก็หมดแรงซะแล้วแต่วันนี้ วิ่งได้ 6 รอบแล้ว ค่อยๆเขยิบมาเรื่อยๆ เหนื่อยดี แต่ก็ ok ไม่รู้ว่าน้ำหนักจะลดบ้างหรือเปล่า ไม่กล้าชั่ง เพราะกลัวหมดกำลังใจซะก่อน
- สุดท้าย ไปดูมาแล้วอ่ะค่ะ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ตอนองค์ประกันหงสา ก็สนุกดีนะคะ ดูได้เรื่อยๆเพลินๆดี เนื้อหาไม่ซับซ้อนมาก ไม่เหมือนตอนดูพระสุริโยไท ยังไงก็จะดูให้ครบ 3 ภาค
วันที่ 5 เอ๋จะไปญี่ปุ่นแล้ว อือม..กว่าจะกลับก็อีก 2 เดือน เสียดายบ้างเล็กๆ คนที่น่าจะไปเนี่ย น่าจะเป็น lunar ซะมากกว่า อือม.. ไม่เป็นไร วันพระไม่ได้มีหนเดียว โอกาสหน้ายังมี กะว่าจะลองสมัครขอทุนอีกครั้งตอนเดือนสิงหา เผื่อคณะกรรมการจะเห็นใจ
Posted by Susan Joan at 10:40 PM 0 comments
Tuesday, January 16, 2007
หมูดิน - หมูไฟ
ไม่ได้ update blog มานานมากอ่ะ ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา ก็ถือประเดิม สวัสดีปีกุน กับ blog ในวันนี้เลยละกัน
update ทั้งที รวบยอด activity ทั้งหลายแหล่ (ทำเหมือนจะมีเยอะ อิอิ) ตั้งแต่ปีใหม่ ปีนี้เมืองไทยฉลองปีใหม่ด้วยความกร่อยสุดขีด --> ปีใหม่พร้อมกับระเบิด 6 จุดทั่วกรุง เป็นเหตุให้ต้องงดการ count down ที่ central world กับที่สนามหลวง พร้อมกับงดกับทำบุญตักบาตรที่สนามหลวง ในวันขึ้นปีใหม่อีกต่างหาก
lunar เองหยุด 5 วัน ไป shopping ซะ 2 วัน ซื้อของให้เพื่อนๆพี่ๆน้องที่ office เป็นธรรมเนียมปีใหม่ไปซะแล้ว แต่ก็ยังดีนะที่ซื้อของทั้งหมดในวันที่ 31 พอดี ก่อนเกิดเหตุระเบิด ไม่งั้นวันที่เหลือไม่ได้ไปแน่เลย ส่วนวันที่เหลือ ช่างเป็นแม่บ้านไรอย่างนี้ จัดห้องที่รกๆทั้งหลายแหล่ จัดมา 3 วันก็ยังไม่เสร็จซะที
บรรยากาศหลังปีใหม่ ดูๆแล้ว คนยังกลัวๆระเบิดไม่หาย ไม่ค่อยอยากไปไหนกัน รถไฟฟ้าก็ดูโหรงเหรง โรงหนังก็ไม่ค่อยมีคนดู ห้างสรรพสินค้า ก็คนน้อยๆ lunar จะพาครอบครัวไปกินข้าว ก็ยังแหยงๆอยู่เลย แต่สุดท้าย ก็ไปกินกันหน่อยนะ ไม่งั้นดูเหมือน ยังไม่ผ่านพ้นปี ยังไงยังงั้น
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พี่ธเนศจะบวชที่วัดบวร สอบถาม เพื่อนๆ น้องๆแล้วว่า จะมีใครไปบ้าง หลายๆคนติดงานกันหมด (มีแต่เราอ่ะ ที่ยังไงก็ว่าง) ก็ว่าจะไปซะหน่อย เผื่อไปช่วยพี่ธเนศถ่ายรูปด้วย
แต่ก็แปลกนิดหน่อย เป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า หลายวันก่อนเพิ่งคุย msn กับเจ้ายุทธ หลังจากที่ไม่ได้คุย ไม่ได้เจอกันเกือบ 3 ปี ยังคุยกันอยู่เลยว่าน่าจะนัดกินข้าวกัน แล้วก็ได้มาเจอกันในงานบวชพี่ธเนศนี่แหละ
ตอนแรกนึกว่าจะมากันหลายคน ไปๆมาๆ ก็เหลือแต่ยุทธกะ lunar jang อือม ไม่เป็นไร
ไปวัดบวร วันนี้ที่วัดบวรมีคนมาไหว้พระกันเยอะไปหมด เห็นมีใบโบชัวร์แจก การไหว้พระ 9 วัดเทศกาลปีใหม่ โอ้ วันนี้วัดสุดท้ายแล้วนี่นา ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะไหว้พระ 9 วัด แต่ไหนๆก็มาแล้ว เข้าไปไหว้ซะหน่อยดีกว่า ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานกว่าพี่ธเนศจะทำพิธี
lunar ซื้อดอกบัว 3 ดอก (ในโบชัวร์บอกอย่างนั้น) กับธูปเทียนในราคา 30 บาท หลังจากไหว้เสร็จ ก็เห็นคนขายเดินไปหยิบบรรดาดอกบัวที่ผู้คนไหว้เสร็จ เอามาขายต่อ โอ้โฮ เล่นกันอย่างนี้เลยอ่ะ เคยแต่ได้ยิน แต่นี่เห็นจะๆ ฮึ่ม..
lunar ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาช่วยถ่ายรูป แต่ว่า...ไม่ได้เตรียมแบตเตอรี่มา ถ่ายไปได้สักพัก แบตหมด ทำให้ไม่สามารถถ่ายรูปช่วงที่พี่ธเนศอยู่ในโบสถ์ได้ ว๊าแย่จัง แต่ก็ถ่ายรูป หลักๆให้พี่เขาได้
ออกจากวัดบวร ไปไหว้พระต่ออีกสักวัดดีกว่า ไหนๆก็มาแล้ว ไปวัดชนะสงครามละกัน เดินผ่านถนนข้าวสารไปนิดเดียวก็ถึงแย้ว
ควันหลงระเบิดปีใหม่ ทำให้ช่อง 3 งดการจัดงานวันเด็กปีนี้ เฮ้อ สงสารเด็กๆ ปีหนึ่งจะมีสักครั้ง แต่ก็ยังดีที่ ภาครัฐกับเอกชนอีกหลายๆแห่ง ไม่ได้บ้าจี้ งดไปด้วย นอกจากนี้เห็นว่าจะมีการจัดแสดงรถถังให้เด็กๆดูด้วย สื่อต่างๆต้องมาประชาสัมพันธ์บอกกล่าวกับประชาชนกันก่อน เพราะกลัวคนจะเข้าใจผิดนึกว่าจะมีปฏิวัติซะแล้ว
ปีนี้แรกเริ่มเดิมทีก็อยากออกไปตะลอนๆอ่ะนะ แต่ว่าเจ้า forward mail ทั้งหลายแหล่ บอกให้ระวังตัวช่วงวันเด็กด้วย บางฉบับถึงกับบอกสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า ทำให้ lunar เกิดอาการลังเล
แต่ลังเลได้ไม่นาน แม่ก็ชวนไปดูคอนโดของ lunar อ่ะค่ะ ตั้งแต่ตัดสินใจซื้อเมื่อปลายปี 2005 ผ่อนมาปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่เคยได้ไปดูอีกเลย OK ไปก็ไป
ไปเห็นห้องที่ lunar จะมาอยู่ในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า อือม..ห้องก็เล็กกะทัดรัดดี แต่ก็มีครบทุกอย่างทั้ง 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัว(แถมชุดครัว) balcony ดูจากภายนอกเหมือนจะเสร็จแล้ว แต่ดูภายในยังไม่ได้ต่อไฟฟ้า น้ำประปา พื้นห้องอีก งานนี้ร้องเพลงรอไปถึงเดือนมิถุนาโน้นแนะ
กลางวัน เจ๊ฮวงชวนไปกิน dim sum ที่เยาวราชชื่อร้าน แคนตันเฮ้าส์ อือม อร่อยดี ราคาไม่แพง ทุกอย่างเข่งละ 15 บาท สั่งโกยซีหมี่จานแบบกิน 3 คนมีกุ้งตัวใหญ่ๆ 7 ตัว ราคา 150 บาท ก็โอเค อร่อยด้วยค่ะ ใครแวะไปเยาวราช ก็ลองไปชิมได้ (รถเมล์ป้ายที่ 2 จากวงเวียนโอเดียน)
ส่วนวันอาทิตย์ไปเดิน jj อ่ะคะ ไม่ได้จะไปซื้อไรพิเศษหรอก มีแต่คนบางคนอยากซื้อเต่าไปเลี้ยง ก็บอกให้กลับมาจากญี่ปุ่นก่อน เลี้ยงตอนนี้ แล้วใครจะดูแลตั้ง 7 สัปดาห์ แต่จนแล้วจนรอด ก็ได้เต่าญี่ปุ่น 2 ตัวพร้อมกับอุปกรณ์สร้างบ้าน ทั้งหิน สาหร่าย อิฐมอญ ส่วน lunar ได้รองเท้าเล่นกีฬามา 1 คู่ ตั้งใจว่าปีใหม่นี้ เราจะออกกำลังกาย จะได้ร่างกายแข็งแรง แล้วก็แอบหวังลึกๆเผื่อว่า น้ำหนักที่เกินมาเยอะๆเนี่ย จะได้ลงไปบ้าง
เริ่มต้นวันนี้เลยอ่ะค่ะ ไปเล่นบาสเก็ตบอล ไปกันประมาณ 6-7 คน lunar จับลูกบาสครั้งสุดท้าย สมัยเรียนมัธยมละมั้ง ชีวิตมันเศร้า เล่นไม่เป็นเลย อายน้องๆเหมือนกัน ลงไปเล่นไม่ถึง 10 นาทีก็เหนื่อยซะ แถมตะคริวกินซะอีก
แต่ไม่เป็นไร เอาดีทางบาสไม่ได้ ก็ไป fitness ละกัน อีกอย่างก็ plan ไว้ว่าเสาร์-อาทิตย์จะมาวิ่งที่สนามเด็กเล่น ใจจริงอยากมาสวนลุม แต่จากบ้านกว่าจะมาถึงสวนลุม ก็ไม่อยากออกกำลังกายซะแล้ว
อยากลดน้ำหนักซัก 6-9 กิโล จะทำได้มั๊ยน้อ
Posted by Susan Joan at 10:18 PM 0 comments
Saturday, December 23, 2006
Online Sport Day
วันนี้ที่แผนกมีการจัดงานกีฬาสีประจำปี ชื่อว่า "Online Sport Day" ปีนี้จัดเกือบสิ้นปีแน่ะ ไปจัดกันที่ โรงเรียนนายเรือทหารอากาศ เลยสะพานใหม่ไปหน่อยนึง
งานนี้เป็นงานใหญ่ ไม่ใช่แค่แผนกหรอกอ่ะค่ะ แต่ทั้ง SAN เลย ปีนี้ดูท่าว่าจะจัดใหญ่โต เห็นว่ามีกิจกรรม ของรางวัลเยอะไปหมด รางวัลที่ 1 เป็นมอเตอร์ไซด์ฟีโน่ เลยนะ ตอนเย็นมีเลี้ยงโต๊ะจีนด้วย ปีนี้ทุ่มทุนสร้างจริงๆ
ตอนเช้างานเริ่มตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง lunar นัดไปพร้อมกับเอ๋ กับ เจ๊ตุ่ม ไปถึงก็ประมาณ 8 โมงครึ่ง ต้องไปเช้าหน่อยเพราะว่า เอ๋จะลงแข่งฟุตบอล ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู แข่งตอน 9 โมงเช้า หน่วยงานของ lunar อยู่สีเขียว เช้านี้เริ่มต้นแข่งฟุตบอลกับสีฟ้าปีนี้ทำเสื้อกีฬาสีสวยมากค่ะ พื้นเป็นสีเหลืองหมดทุกทีม ด้านหลังเขียนคำว่า ส่วนที่ต่างคือปกเสื้อ จะเป็นสีทั้งหมด 4 สีสำหรับแต่ละทีม คือ สีส้ม สีแดง สีฟ้า แล้วก็สีเขียว
พอถึงเวลาเปิดงานอย่างเป็นทางการ คุณพลพันธ์เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับตีกลอง ตบท้ายด้วยการเชิดสิงโต ปีนเสา ล่อลูกแก้ว โอ้ปีนี้ เจ๋งจริงๆ
ได้เวลาเริ่มแข่ง มองๆไปที่ประตู อ้าว ผู้ชายตัวสูงๆๆ ไม่ใช่เอ๋นี่นา มองไปข้างๆเห็นเอ๋ยิ้มแฉ่งอยู่ แหม ป๊อดนี่หว่า เห็นคุยนักว่าจะเล่นเป็น goal ถึงเวลาจริงก็...
น้องๆก็เริ่มทะยอยกันมา ตั้งแต่ เหงียน โต้ง ติกะแฟน ฝน แอนกะปิ๊ก
พิธีกร บอกว่า จะมีการประกวดกองเชียร์ สลับกับ การแจกของรางวัลไปเรื่อยๆ lunar มองๆดู กองเชียร์ของสีส้ม,แดง,ฟ้า เขาเตรียมตัวกันมา มีทั้งอุปกรณ์การเชียร์ การซ้อมร้องเพลง ลีดเดอร์ ตกแต่งอัฒจันทร์ แต่ไหง สีเขียวเรา ไม่มีไรสักอย่างที่พูดมาเลย แถมตำแหน่งที่นั่งก็ไม่ดี แดดส่องมาเต็มๆ ร้อนๆ กองเชียร์เลยหนีหายไปหมด
แต่ได้ยิน หัวหน้าทีมเชียร์สีเขียวประกาศว่า สีเขียวเราจะมี leader เหมือนกัน เด็ดมากๆ กะลังแต่งตัวอยู่ อือม..สงสัยจังจะเป็นใครน๊า
แต่ยังไม่ทันเห็น leader ทีมสีเขียว ก็เห็น leader สาวสวย 4 คน แต่งตัวเป็นสีทั้ง 4 สี เดินแวะเวียนไปแต่ละสี ก็ดูน่ารักดี เวลาไปแต่ละสี กองเชียร์ก็ร้องเชียร์กัน แต่ไหงพอมาถึงสีเขียว ไม่มีใครร้องเพลง สาวๆทั้งหลายจึงได้แต่ยืนเก้อ
ไม่ไหว ไม่ไหว ดูฟุตบอลจนจบ ปรากฏว่า สีเขียวชนะ เฮ้ เข้ารอบชิง ไปดูแข่งวอลเลย์ต่อดีกว่า
เห็นเจ๊แหม่มแข่งด้วย แต่ละคนเนี่ย เวลาเซิฟลูก แรงเยอะกันจริงๆ (สมัย lunar ลองเล่นวอลเล่ย์ เซิฟยังไงก็ไม่ข้ามเน็ท)ในเซ็ทแรกเราแพ้อ่ะค่ะ แต่มาชนะใน 2 เซ็ทหลัง โอ้หนุกหนาน มันส์จริงๆ
อาหารเที่ยงวันนี้ กินข้าวกล่องอ่ะค่ะ (ไว้รอกินโต๊ะจีนตอนเย็น) หลังอิ่มพอประมาณ ก็เลยลองแอ็คชั่นมันส์ๆ ถ่ายรูปกันหนุกหนาน โดยเฉพาะเอ๋ แต่ละท่าเนี่ยนะ ส่วน lunar เองก็ลองแอ็คชั่นเต๊ะบอลเข้าประตู ไหนๆก็มีคนที่แต่งตัวเป็นผู้รักษาประตูอยู่แล้วนี่นา
รอบบ่ายเริ่มมีแข่งขันกีฬาฮาเฮ เริ่มจากชักคะเย่อ lunar โดนเกณฑ์ให้ไปเล่นด้วยอ่ะ เอาก็เอา เดี๋ยวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือ
แข่งแบบชนะ 2 ใน 3 ครั้งแรกสีเขียวชนะค่ะ ชนะแบบว่า ด้วยความมั่นใจ แต่ผลปรากฎว่า ครั้ง2และ3 กลับแพ้ แบบว่า อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน lunar เจ็บมือมากเลยอ่ะค่ะ ขนาดใส่ถุงมือแล้วนะ
มีแข่งเหยียบลูกโป่ง เจ้าติกะเหงียนลงแข่งด้วย แต่สีเขียวก็แพ้ ,วิ่งผลัดวิบาก เจ้าน้องสองคนก็ลงแข่งเหมือนกัน แพ้อีกล่ะ แบบสะบักสะบอมด้วย, เตะปิ๊บ อันนี้เฉพาะผู้บริหาร แต่เขียวเราก็แพ้อีกล่ะ สงสัยสีเขียวเก่งเฉพาะกีฬาที่เป็นกิจลักษณะ กีฬาเฮฮาไม่ค่อยถนัด
สุดท้าย บอลรอบชิง เขียวกับส้ม และแล้วผลก็คือ เขียวชนะ 3-1 เฮ้ ดีใจจัง ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ตะโกนเชียร์เต็มที่
หมดการแข่งกีฬา มีจัดเลี้ยงโต๊ะจีน น้องๆรีบไปจองโต๊ะใกล้เวทีที่สุด โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ใกล้กับของรางวัลที่สุด คือเขานำเอาของรางวัลใหญ่ๆทั้งหมดมาตั้งโชว์ เห็นเจ้า fino แล้วน่ารักดีจัง ถ้าได้ก็ดีซินะ แม้จะขี่มอไซด์ไม่เป็นก็เถอะ
มือนี้ก็อร่อยดีนะ กินซะอิ่ม สลับกับลุ้นของรางวัลไปเรื่อยๆ ของรางวัลมีตั้งเยอะ แต่ไหง ไม่เห็นมีชื่อของหน่วยงานเราเลยอ่ะ รอจนถึงรางวัล handy drive 512M ปรากฎว่าเป็นเจ้าติ ที่บังเอิญไม่อยู่ในงานซะด้วยซิ แต่ก็ยังดีที่รับแทนกันได้ อือม..อย่างนี้ต้องแบ่งกันใช้บ้างนะน้อง อิอิ
สรุปแล้ว หน่วยงานของ lunar ก็มีแค่ 2 คนที่ได้รางวัล ไม่รวมพี่เทพที่ได้เต้นท์แต่ต้องสละสิทธิ์เพราะเป็น AD ปิดท้ายงานด้วยการเล่นคอนเสริต์ของวงดนตรี (อิอิ จำชื่อไม่ได้ ก็พูดซะเร็วขนาดนั้น) ก็โอเคนะ ร้องเพลงมันส์ๆ คนออกไปเต้นกันหนุกหนาน น้องๆก็ไปร่วมด้วยเกือบหมด แต่ lunar ได้แต่นั่งมอง แบบว่า ท้องอืดๆ เอิ๊ก นั่งฟังเพลงอย่างเดียว ดนตรีเสียงดังมาก คิดว่าในผับ ก็คงเป็นแบบนี้มั้ง
จบงาน 2 ทุ่ม วันนี้ เหนื่อยจัง
Posted by Susan Joan at 11:48 PM 0 comments
Labels: true life