เมื่อคืนนัดกับเบียร์และนุ่นว่า เช้านี้จะออกไปเดินดูชาวบ้าน ตักบาตรข้าวเหนียวกัน ส่วนกลุ่มพวกเรากะว่าจะตักบาตรพรุ่งนี้ดีกว่า เนื่องจากพรุ่งนี้ไม่ได้มี plan ไปไหนไกล
แต่ว่า ฝนตกอีกแล้ว กว่าจะหยุดตกก็เกือบ 7 โมง
ออกไปเดินเล่นตลาดกัน 4 คน lunar ก็เลยไปถามชาวบ้านแถวนั้น ว่าตักบาตรกันกี่โมง ที่ไหน คุณป้าบอกว่า แถวหน้าวัดตรงที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ได้ ตักบาตรเวลา 5.30 ถึง 6.00
สภาพตลาดเช้าที่นี่ ดูคึกคักจัง ขายของสดกันเยอะมากๆ
ซื้อของกินเล่นมา 2-3 อย่าง เป็นข้าวเหนียวดำ กับ ขนมคล้ายๆข้าวเกรียบปากหม้อบ้านเรา แต่อันใหญ่กว่า
เดินแวะมากินกาแฟร้านดัง ประชานิยม ใกล้กับที่พัก ร้านนี้ขึ้นชื่อใน net ด้วยอ่ะค่ะ
เพิ่งรู้ว่า ปาท่องโก๋ ภาษาอังกฤษเรียกว่า bananafritter นั่งสั่งกาแฟลาวมากิน ได้รสชาดและบรรยากาศดีจัง
เห็นเจ้านุ่นสั่ง เฝอ ร้านข้างๆมากิน ลองชิมน้ำซุปแล้วอร่อยดี เห็นชามใหญ่ เลยสั่งมากินคนละครึ่งกับพี่ตุ่มโปรแกรมทัวร์ของเราเช้านี้จะเดินเล่นรอบเมือง ชมวัดวาอาราม บ่ายไปเที่ยวน้ำตก

เดินกันจนเหนื่อยละ อาหารเที่ยง พอดีเดินผ่านเลียบแม่น้ำคาน เห็นมีร้านนี้น่านั่งจัง ชื่อร้าน Chang Café ก็เลยว่าร้านนี้ละกัน มื้อนี้ได้กินข้าวติดแม่น้ำ สั่งกันเป็นจานๆ lunar สั่ง ข้าวผัดสัปปะรดกับน้ำกล้วยหอมปั่นมากิน
ตกบ่าย ไปเจอกันที่ร้านทัวร์ เตรียมตัวไปน้ำตก แต่ปรากฏว่า พี่แหม่มลืมกล้องถ่ายรูปไว้ที่พัก ตอนแรกกะว่า เบียร์จะวิ่งกลับไปเอา หรือไม่ก็จ้าง sky lab ไป ก็เลยบอกลูกสาวเจ้าของทัวร์ว่า รอสักพัก ไปเอากล้องถ่ายรูปก่อน
แต่ว่า น้องหน้าสวยแต่ดุ (ตั้งชื่อให้ซะงั้น) กลับบ่นกระปอดกระแปด ว่าลูกทัวร์ทั้งหมดพร้อมแล้ว จะออกเดินทาง พวกเราก็ลังเลกันอยู่ว่าจะเอาไง สุดท้ายคนขับรถเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ว่า อือม…เป็นทางผ่านอยู่แล้ว เดี๋ยวจะแวะให้ละกัน ดูเหมือน คนขับรถจะเข้าใจลูกค้ามากกว่ายัยน้องหน้าสวยแต่ดุซะอีก
หลังจากรอพี่แหม่ม ได้สักพัก สุดท้ายก็หาไม่เจอแหะ ได้แต่หวังว่า คงตกอยู่ที่ไหนสักแห่ง คงไม่หายหรอกน่า
นั่งรถตู้ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็ไปถึงน้ำตกกวางสี ให้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2 ชั่วโมง
น้ำตกที่นี่สวยมาก น้ำเป็นสีเขียวใส น้ำตกค่อนข้างสูง มีทางให้เดินไปข้างบน ก็เลยเดินขึ้นไปกัน
แต่ต้องปีนป่าย ลุยๆน้ำกันด้วย เดินไปถึงจุดสูงสุดที่เขายอมให้นักท่องเที่ยวเดินแล้วมองลงมา โอ้โฮ สูงน่ากลัวเหมือนกันแหะ
ต้องค่อยๆปีน เกาะขอบไม้ไปเรื่อยๆ อยู่ได้แป๊บเท่านั้น ก็ลงมาแล้ว
ไม่ค่อยมีคนท้องถิ่นมาเที่ยวเลยแหะ มีแต่นักท่องเที่ยว แล้วก็ไม่เห็นมีใครลงเล่นน้ำกันเลย
เดินลัดเลาะไปด้านล่างของน้ำตก เห็นมีฝรั่งเล่นน้ำกัน 2-3 คน โหนเชือกเล่นน้ำ ดูท่าทางน่าสนุกดี
ถัดจากน้ำตกมานิดนึง เห็นกรงเสือ กับ กรงหมี แต่ดูท่าทางเสือกับหมีมันจะหงอยๆเหงาๆ
เห็นมี คอปเตอร์ไม้ไผ่ วางขายอยู่ ตอนแรกกะว่าจะซื้อมาฝากน้องๆ แต่กลัวว่าจะโดนหาว่า ซื้อไรไม่สร้างสรรค์ เลยไม่เอาดีกว่า ให้พี่แหม่มซื้อไปคนเดียวละกัน
กลับจากน้ำตก ระหว่างทาง คนขับรถมีแวะให้เยี่ยมชมหมู่บ้านม้งด้วยประมาณ 10 นาที ตอนแรกกะว่า ไม่ลงดีกว่า แต่ก็ไหนๆมาแล้ว ลงไปซะหน่อย
พอลงจากรถเท่านั้นแหละ เด็กๆทั้งหลายอายุประมาณ 4-7 ขวบ ก็รีบร้องตะโกนกันว่า
“เร็ว เข้า office”
แล้วบรรดาเด็กๆทั้งหลาย ก็รีบเข้านั่งประจำการ เตรียมขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวกันอย่างเป็นระเบียบเป็นภาพที่น่ารักมากเลยอ่ะค่ะ ชอบจริงๆ เด็กๆแต่ละคนขายเรียงหน้ากระดาน ข้างหน้ามีของขายประเภท สร้อยข้อมือ
พอกลุ่มเราเดินเข้าไปถามไถ่ เด็กๆก็ร้องบอกว่า
“พี่สวย อันละ 10 พันกีบ”
เดินเที่ยวนิดหน่อย ไม่ได้ซื้อไร ขากลับขึ้นรถ พวกเด็กๆยังโบกมือ บ๊ายบายเรา แล้วก็พัก break เจ้าหน้าที่ office เด็กน้อยแตกฮือกัน
กลับมาถึงในเมือง เย็นมากแล้ว คุยกันว่าจะขึ้นพูสีวันนี้หรือเปล่า ไปดูพระอาทิตย์ตกดิน แต่รู้สึกว่า แต่ละคนจะเหนื่อยกัน เลยไปเช้าพรุ่งนี้ละกัน
ไปหารถที่จะกลับเวียงจันทน์พรุ่งนี้ ลองไปสอบถามกับร้านเดิมเนี่ยแหละ ได้ความว่า ราคาคนละ 115,000 กีบ เป็นรถ VIP ซะด้วย ก็เลยตกลงให้มารับพรุ่งนี้ตอน 6 โมงเย็น
หาอาหารเย็นกินกัน ตอนแรกกะว่าจะไปร้านที่แนะนำจากใน web อยู่ร้านหนึ่ง แต่ร้านปิด ก็เลยเดินๆดูแล้วก็คุยกันว่า ไหนๆก็กินหรูมาหลายมื้อแล้ว ลองแบบโลโซซะมื้อ ลอง vegetarian buffet ละกันเห็นฝรั่งก็กินกัน
คนละ 5000 กีบ แต่บุฟเฟต์ที่นี่ ไม่ใช่ว่าจะตักกี่ทีก็ได้ ต้องตักแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็เลยตักกันมาคนละจาน เสริมด้วยเปาะเป๊ยะสด และ เปาะเปี๊ยะทอดกินเสร็จแล้ว ต่างคนก็ได้แต่อึ้ง คืออาหารมันเย็นอ่ะค่ะ มันก็เลยอืดๆแปลกๆ เจ้าเบียร์บอกว่า ไป JO MA โดยด่วน

ร้านนี้ดูดีมากๆเลยค่ะ แต่ละคนสั่งเครื่องดื่มกับขนม เจ้าเบียร์ล่อพิซซ่าไปชิ้นนึง ( lunar แอบชิมนิดนึง อร่อยดี)
cashier หนุ่มถาม lunar ว่าเป็นคนไทยหรือ นึกว่า ญี่ปุ่นซะอีก (อิอิ อีกแล้วเรา)
ออกจากร้าน JO MA ไปเดิน shopping กันต่อ lunar ซื้อ กางเกงเล เป็นของฝากให้น้องๆที่ office ล่อไปซะ 6 ตัว ราคา 350 บาท แล้วจะเอากลับยังไงเนี่ย
Sunday, November 04, 2007
LAO : Day 3 - หลวงพระบาง (2) - น้ำตกกวางสี
Posted by Susan Joan at 8:12 AM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวต่างประเทศ
Saturday, November 03, 2007
LAO : Day 2 - หลวงพระบาง (1)
เช้านี้ lunar ตื่นแต่เช้า ดูเหมือนว่าเมื่อคืนฝนจะตกพรำๆ อากาศดีมากเลยอ่ะ อยากให้กรุงเทพเป็นแบบนี้บ้างจังออกไปเดินเล่นดีกว่า โอ้โฮ บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศเลย หมอกหนามาก อากาศเย็น ว่าแต่เดินแถวๆที่พักจนหมดแล้ว อย่ากระนั้นเลย ไปเดินที่ในเมืองดีกว่า ฉายเดี่ยวซะเลย ไปดูบรรยากาศยามเช้า
เช้าที่นี่ ไม่มีใครออกมากันเลย ยังกับเมืองร้างแนะ เดินจนทั่ว ไม่มีไรก็เลยกลับดีกว่า ขากลับดันไปเจอฝรั่งคนนึง พอดีเดินผ่านบังกะโล หรือเรือนพัก สักอย่างของแก แกก็ออกมาทักทาย แต่ดูท่าทางเหมือนกับจะยังเมาค้างไงก็ไม่รู้ คุยกันได้สักพัก เหมือนกับว่า มจากอังกฤษ มาที่นี่ได้สัก 4-5 ปีแล้ว ชวนให้มาพักที่เรือนพักของแก บอกว่า สรุปว่า ทักทายเรียกลูกค้าว่างั้นเหอะ แต่ lunar ก็บอกไปว่า จะไปหลวงพระบางวันนี้แล้ว
กลับถึงที่พัก จัดแจงอาหารเช้าที่โรงแรมนั่นแหละ เช้านี้กินอาหารแบบ ชาวยุโรป คือ ไข่ดาว แฮม ขนมปังแบบฝรั่งเศสอ่ะ แต่ขนมปังอันเล็ก แล้วก็ไม่ค่อยแข็งเหมือนที่เวียงจันทน์ ลองกินกาแฟลาวอีกครั้ง อือม.. วันนี้รสชาด การแฟลาวอร่อยกว่าเมื่อวานแหะเสร็จสรรพ พวกเราต้องออกเดินทางกันต่อล่ะ นัดกับบริษัททัวร์ไว้ 9 โมงให้มารับ นั่งรถกระบะไปต่อรถตู้ ตอนแรกก็นึกว่ามีแต่พวกเรา แต่ที่ไหนได้ มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆอีก ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งแหะ สรุปว่า รถตู้ 13 ที่นั่ง ก็นั่งกันเต็ม
ระยะทางจากวังเวียงไปหลวงพระบาง ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง และก็ไม่ใช่ทางราบด้วย ทางเลี้ยวลดคดเคี้ยว ยิ่งกว่าวันแรกอีก นั่งรถมาตลอดทาง หัวโขกกับรถตู้มาตลอด แต่พวกฝรั่งที่นั่งมาด้วยเนี่ยซิ เก่งแหะ ไม่ยักกะหลับเลย แถมนั่งก็ลำบากกว่าพวกเรา เพราะนั่งหลังสุด ตัวสูงขายาว ก็เลยต้องชันเข่ามาตลอดทาง (นับถือจริงๆ แต่เขาคงไม่รู้ว่าจะบ่นยังไงมั้ง)
วิวข้างทาง ก็สวยนะ บางช่วงมีดอกบัวตองเต็มไปหมด แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เพราะรถวิ่งเร็ว คนบางคน กดดันอยู่นั่นแหละว่าให้ถ่ายรูป ทำไมไม่ลองมาถ่ายเอง จะได้รู้ว่า รถวิ่งเร็วๆ เลี้ยวซ้ายขวาอย่างนี้ ใครจะไปชัตเตอร์ทันล่ะ
มีแวะให้กินข้าวระหว่างทางด้วยที่กิ่วกะจำ พวกเราไม่รู้ว่าจะกินไรดี เลยสั่งอาหารอินเตอร์ซะเลย ข้าวไข่เจียว ข้าวหมูทอด ข้าวผัด แหะแหะ
เห็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั่งข้างๆ ซดก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ สูดเสียงดัง ดูๆแล้วก็น่ากินแหะ เพราะที่นี่อากาศหนาวอ่ะ ตั้งแต่ลงจากรถมาแล้ว ลมพัดที หนาวเย็นยะเยือก
มาถึงหลวงพระบาง รถตู้จอดที่ท่ารถ พวกเราก็เหมารถ skylab เข้าที่พักอุดมสุข (OUDOM SOUK GUEST HOUSE) ใกล้กับไปรษณีย์ อากาศที่นี่หนาวกว่าที่วังเวียงอ่ะ ที่นี่เราเข้าพัก 3 ห้อง lunar นอนกับพี่ตุ่มที่พักแถวนี้มีเยอะอ่ะค่ะ เป็นเรือนพักตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย ใครมาเที่ยว แนะนำให้มาหาห้องพักแถวนี้ก็น่าจะดี
ตอนแรกกะว่า เอาของเข้าห้องพัก แล้วจะออกมาเดินเที่ยว แต่ฝนตกพรำๆ เลยอยู่ในห้องไปก่อน
พอฝนเริ่มซา ก็เย็นแล้วอ่ะค่ะ ออกไปเดินเที่ยวกันดีกว่า
เดินเที่ยวในตลาด เจอของกินหน้าตาแบบนี้ค่ะสอบถามแล้วได้ชื่อว่า ข้าวจี่ เป็นข้าวเหนียวเอาไปปิ้ง เลยลองซื้อมากิน รสชาติไม่ ok อ่ะค่ะ เพราะเค็ม สรุปว่า กิน 1 อันไม่หมด
ไปเที่ยวเดินตลาดม้ง เป็นตลาดที่ขายผ้าซะเป็นส่วนใหญ่ เช่นผ้าพันคอ กระเป๋า เสื้อ ผ้าห่ม ผ้านวม ราคาก็ไม่แพงนัก ต่อรองได้
เดินรอบๆในตัวเมือง ส่วนใหญ่ร้านค้าจะทำไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่วนบ้านเรือนจะเป็น สไตล์คล้ายๆกัน แบบว่า ถ้าบ้านใครจะปลูกบ้าน ต้องทำตามแบบที่ทางการกำหนด ไม่งั้นเดี๋ยวอดเป็นมรดกโลก
สงสัยจังว่า ที่นี่มีโรงหนัง โรงละคร คาราโอเกะ ผับหรือเปล่า แต่ดูแล้วคงไม่มีแน่นอน
เดินต่อมาอีกหน่อย ก็เจอตลาดม้งอีกล่ะ ใหญ่กว่าเมื่อตะกี้อีก มีขายของคล้ายๆกัน แต่ตลอดแนวเลยlunar ซื้อผ้าคลุมเตียงมา 1 ผืน เป็นผ้าไหมมอญ สวยดีอ่ะค่ะ ราคา 3000 บาท ต่อเหลือ 1500 บาท ไม่รู้ว่ายังแพงอยู่หรือเปล่า แต่เนื่องจากว่า สวยถูกใจ เห็นว่าสามารถทำเป็นผ้านวมก็ได้ ก็เลยตัดสินใจซื้อมา
ซื้อเสื้อมาอีก 2 ตัว ราคาตัวละ 60 บาท ด้านหน้าสกรีนเป็นตัวอักษรลาวตัวหนึ่ง ส่วนอีกตัว เป็นรูปฝ่ามือพระพุทธเจ้า ด้านล่างเขียนว่า หลวงพระบาง
เดินจนเหนื่อย เริ่มหิวแล้ว เย็นนี้กินหรู หลังจากเดินหามาหลายร้าน สุดท้ายตัดสินใจเข้าร้าน Tum Tum Bamboo
สั่งอาหารแบบไทยๆมากิน ประมาณ ต้มยำกุ้ง , ผัดกระเพราไก่, ผัดผักรวมมิตร, ไก่ผัดตระไคร้ ส่วนเจ้านุ่นอยากลอง ส้มตำ ก็เลยสั่งมากินกัน มาลาวได้ 2 วันแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่า อาหารลาวที่ขึ้นชื่อคือไร เห็นมีแต่อาหารไทยๆ
อิ่มหนำกันแล้ว ออกมาเดินกันต่อ ไปแวะดูทัวร์ที่จะไปกันพรุ่งนี้ เท่าที่สอบถามแล้ว ปรากฏว่า แหล่งท่องเที่ยวที่ฮิตฮอต มี 2 ที่คือน้ำตกกวางสี กับ ถ้ำติ่ง(PAK OU)
ถ้าจะไป ถ้ำติ่ง ต้องใช้เวลานั่งเรือประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เลยตัดสินใจกันว่า จะไปแค่น้ำตกละกัน ตกลงก็ไปซื้อทัวร์ ตกคนละ 55000 กีบ (ค่ารถ 35000 ค่าเข้า 20000)
ร้านทัวร์ร้านนี้ ตอนที่ตกลงกับเจ้าของ ดูเหมือนว่า ตอนแรกจะจ่ายแค่ค่ารถก่อนก็ได้ แล้วค่อยจ่ายค่าเข้าทีหลัง แต่พอมาจองทัวร์กับลูกสาวคนสวย ปรากฏว่า ให้จ่ายเลยทีเดียวทั้งหมด
ดูเหมือนตัวลูกสาวเนี่ยจะพูดยากกว่าคนแม่แหะ
ดึกแล้วอ่ะ ขากลับว่าจะไปซดกาแฟที่ร้าน JO MA กันซะหน่อย ปรากฏว่าร้านปิดซะแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ละกัน
Posted by Susan Joan at 8:06 AM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวต่างประเทศ
Friday, November 02, 2007
LAO : Day 1 - วังเวียง
นอนในรถมาทั้งคืน หลับบ้างไม่หลับบ้าง ถึงหนองคายประมาณ 7 โมงเช้า รีบไปดูตารางรถทัวร์ไปเวียงจันทน์ มีเวลา 7.30 น. มีเวลาแค่ 30 นาที นี่ถ้าไม่เสียเวลา ไอ้เติมน้ำมันเนี่ย ก็คงไม่ต้องรีบตาลีตาเหลือก ล้างหน้า-แปรงฟัน รีบทำเวลาโดยด่วนค่ารถทัวร์ 60 บาท เวลาซื้อตั๋วต้องใช้ passport ด้วย พอถึงด่าน ตม. ก็ต้องลงจากรถทัวร์ ไป stamp ขาออก เสร็จแล้วก็นั่งรถทัวร์ต่อไปอีกหน่อย ก็ไป stamp ขาเข้า ระหว่างรอตรวจคนเข้าเมือง พอดี lunar เห็นว่ามีให้แลกตังค์ด้วย ลองถามสมาชิก แต่ดูแล้วแต่ละคนยังลังเลอยู่ lunar ตัดสินใจแลกเลยละกัน เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีให้แลก ก็เลยแลกไปก่อน
แลกมา 2,000 บาท ได้มาประมาณ 568,000 กีบ โอ้โห รวยเลยเรา ยังไม่ได้เข้าลาวนะเนี่ย
เงินหนามากๆ ปึกใหญ่ แลกมาแล้วก็มานั่งคิด จะบ้าเปล่าเนี่ย แลกมาทำไมตั้งเยอะแยะ แต่ไม่เป็นไร คนอื่นๆยังไม่ได้แลก เดี๋ยวมาแลกที่ lunar ละกัน
ขาเข้าเนี่ย ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดิน(มั้ง) 10 บาท ถ้าใช้เงินกีบก็ 3000 กีบ lunar ก็เลยใช้เงินกีบซะเลย
หลังจากผ่าน ตม. แล้วก็เข้าเขตประเทศลาวซะที
ระหว่างทาง ก็เห็นอักษรลาว พยายามอ่าน ก็พออ่านได้ อ่านไปหนุกหนานไป
ถึงท่ารถที่เวียงจันทน์ คนที่นั่นพอเห็นนักท่องเที่ยวลงจากรถ ก็รีบตะครุบทันที เดินตามไม่ยอมหยุด ตอนแรก พวกเราก็กะว่า จะไปหารถที่จะไปวังเวียง แต่ลองๆสอบถาม เทียบราคาแล้ว ก็ว่าจะเหมารถตู้เนี่ยแหละ ราคา 2500 บาท อือม ราคาไม่เบาเหมือนกัน แต่เห็นว่า ระยะทางค่อนข้างไกล และก็ต้องเสียค่าทางด่วนด้วย หลังจากปรึกษากันแล้ว ก็ ok นะ
แต่ต้องนั่งรถคล้ายๆ 3 ล้อบ้านเรา ไปที่ประตูชัยกันก่อน เพราะรถตู้จะจอดรอที่นั่น (ไหงไม่มารับเราที่นี่เลยฟะ)
ก่อนไปประตูชัย สมาชิกอยากไปแลกตังค์กัน ก็เลยไปแวะแลกตังค์กันก่อน ตรงข้ามที่แลกตังค์เนี่ยมีร้านขายขนมปังฝรั่งเศส พอดีได้ยินป้าคนหนึ่งตอนนั่งรถเข้าเมืองมา ว่ามีร้านอร่อยชื่อ VOP หรือ VIP ไรเนี่ยแหละ ก็เลยแวะไปลองซื้อกันมา
มีหลายไส้ ทั้งทูน่า แฮม ไก่ ขนมปังอันใหญ่มีขายทั้งเต็มอัน แล้วก็ครึ่งอัน เต็มอัน อันละ 14000 กีบ หรือ 55 บาท ก็เลยซื้อมา 3 อันแบ่งครึ่งซะ ก็ได้ 6 อันพอดี
lunar ลองกินก็ว่า รสชาติก็อร่อยดีนะ ขนมปังไม่แข็งเหมือนที่เคยกินที่ฝรั่งเศส แต่คนอื่นๆจะบอกว่าแข็ง แต่กว่าจะกินหมด ก็เมื่อยกรามเหมือนกัน
เสร็จสรรพ ไปประตูชัยกัน แวะถ่ายรูปนิดหน่อย เพราะกะว่า วันสุดท้ายค่อยมาเก็บที่นี่ละกัน
ตอนแรกนึกว่า ไอ้ราคา 2500 บาทเนี่ย มันจะรวมค่า 3 ล้อเครื่อง แต่ที่ไหนได้ ไม่รวมแหะ ต้องจ่ายต่างหาก คนละ 20 บาท บ้าจริงอ่ะ
นั่งรถตู้ไปวังเวียง อือม..จะบอกว่า หนทางมันไม่ได้ราบเรียบเลยอ่ะค่ะ วนซ้าย เลี้ยวขวา ไปๆมาๆยังงี้ตลอดทาง เหมือนนั่งไปปายยังไงยังงั้น
แต่ที่หนักหนากว่า ก็คือ ตลอดทาง จะมี หมูบ้าง วัวบ้าง เป็ด ไก่ เด็กๆ เดินข้ามถนนแบบว่า ถนนนี้ของฉัน รถมา รถต้องหลบไป บรรดาสัตว์ต่างๆเหล่านี้ ไม่สนใจรถเลย ไม่เหมือนบ้านเรา เจ้าของต้องพามาข้าม แล้วก็ต้องรีบข้ามซะด้วย
อ้อ ลืมบอกไป ที่นี่รถวิ่งเลนขวา พวงมาลัยซ้าย นั่งรถแล้วจะรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน
ไปถึงวังเวียงประมาณ บ่าย 3 โมง วนหาโรงแรมที่จะมาพักคืนนี้กันชื่อว่า ถาวรสุข (THAVONSOUK) วนหาหลายรอบ แต่ไม่ยักเจอ
ถามคนแถวนั้นก็แล้ว ก็ไม่เจอซะที สุดท้าย เบียร์ต้องโทรถาม ถึงได้รู้ว่า ไม่ได้ตั้งอยู่ติดถนน ต้องวิ่งลงทางลงแคบๆถึงจะเจอ
มาถึงแล้ว ก็โอ้โฮ บรรยากาศดีมากๆเลยแฮะ ดูสงบเงียบ ติดริมแม่น้ำ มองไกลๆเห็นภูเขา เห็นหมอกลอยอยู่ตลอดเวลาหลังจากจัดแจงเข้าห้องพักกันแล้ว คนขับรถก็ถามว่า จะไปเที่ยวไหนหรือเปล่า ไป “ถ้ำจัน” มั๊ย
ก็ไหนๆมาแล้ว ดูๆแล้วที่วังเวียงก็คงไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยว ก็เลย ok น่ะ ไปก็ไป
นั่งรถไปไม่ไกลนัก เสียค่าผ่านประตูคันละ 15000 กีบ ตอนแรกก็ยังคิดว่า อือม ราคาก็ไม่แพงนัก
แต่พอเดินเข้าไป มีเก็บค่าชมอีกตอนแรก lunar ก็คิดว่า อือม คนละ 6,000 กีบ ไหงมีเก็บค่าเข้าชมอีกฟ่ะ แต่พอเจ้าเบียร์เดินเข้ามาดูราคาตั๋ว แล้วก็บอกว่า
“พวกเราเป็น foreigner ต้องเสียคนละ 10,000 กีบต่างหาก ”
พอคนเก็บตั๋วได้ยินอย่างนั้น ก็เลยบอกว่า 6 คน 60,000 กีบ อือม ใช่แฮะ ลืมไปว่าเราเป็นชาวต่างชาตินี่นา
(ฮึ่ม เจ้าเบียร์ ถ้าเงียบๆไว้ ก็จ่ายแค่ 6000 กีบเท่านั้น)
ทางเดินขึ้นเขา ต้องเดินไป 147 ขั้น เจอคนไทยมาเที่ยวด้วย
ถ้ำภายในไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวแหะ ดูๆแล้ว บางจุดคล้ายๆกับแร่แคลไซด์ คล้ายที่ไปถ้ำแก้วโกมลที่ปาย แต่คงไม่น่าจะใช่มั้ง
เนื่องจากคนเที่ยวน้อย ไม่เหมือนที่ปายจะมีไกด์ช่วยอธิบาย ที่นี่ก็เลยได้แต่เดินดูๆ นิดหน่อยแล้วก็กลับจากถ้ำ (มันคุ้มกับ 10000 กีบหรือปล่าวเนี่ย)
กลับมาจากถ้ำ ลองถามคนขับรถว่า ถ้าจะเหมารถพรุ่งนี้ไปหลวงพระบาง คิดราคาเท่าไร คนขับรถหลังจากทบทวนมาหลายชั่วโมงแล้ว ก็ให้คำตอบว่า 6000 บาท โอ้โฮ แพงจัง ก็เลย say no ไป
คิดว่า มาหารถกันเองดีกว่า ลองสอบถามดูๆแล้ว มีรถตู้ไป คิดราคาคนละ 380 บาท อือม ก็ ok เนี่ยดีนะที่ไม่ตกลงกับเจ้าคนขับรถเมื่อตะกี้
คุยกับคนรับจองรถว่า แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยมั๊ย ได้ความว่า ให้ลองเดินไปหัวมุม แล้วจะเจอตึกเก่าๆ ที่ดูกำลังสร้างอยู่ ตรงนั้นมีร้านอร่อย
เดินมาแล้วก็ดูแปลกๆ เพราะตึกมันเป็นแบบนี้สอบถามดูแล้วก็ได้ความว่า ด้านนี้เป็นการเข้าด้านหลัง ให้เดินทะลุตึกเข้าไป ก็จะเจอร้านอาหาร
ร้านนี้ชื่อ “นางบด” สั่งอาหารมาประมาณ 5-6 อย่าง ก็ ok นะ ถือว่าอาหารอร่อยใช้ได้เลยอ่ะ หมดไปกับมื้อนี้ 155,000 กีบหลังจากอิ่มกันแล้ว ก็มาเดินเที่ยวรอบๆเมืองกัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ คล้ายปายเลยอ่ะ นักท่องเที่ยวก็มีพอสมควร
เดินเที่ยวเล่นกันไปมา อ้อ เพิ่งรู้ว่าที่นี่ เขานิยมโรตีกัน แต่เขาไม่เรียกโรตีนะ เขาเรียกว่า “PANCAKE” หรูเชียว
เห็นมีหลายร้าน ก็เลยลองซื้อชิมกัน 2 ชิ้น รสกล้วยหอม กับ รสไข่ ชิ้นละ 10000 กีบ
เจอร้าน McDonald ด้วย เห็นร้านเขาแต่งสวยดี ลองถ่ายรูปมา เจ้าของร้านเป็นฝรั่งเห็นเข้า ก็เลยปรี่เข้ามาบอกว่า (อันนี้แปลเป็นไทยได้ว่า) “ถ้าคุณมานั่งกินที่ร้านแล้วถ่ายรูป จะok มาก ” แต่แหะ แหะ lunar ได้แต่ยิ้มๆแล้วเดินต่อไป
สุดท้าย เดินจนหมด ก็ว่าจะกลับที่พักล่ะ แต่ขอแวะกินกาแฟกันสักกะหน่อย
เห็นมีกาแฟลาว เบียร์เลยลองสั่งมา ที่แท้ก็คือ โอเลี้ยงบ้านเรานี่เอง ลองชิมดู รสชาติ ไม่ค่อยอร่อยแหะกลับถึงที่พัก lunar ยังรู้สึกว่า ยังหัวค่ำอยู่เลย แต่คนอื่นๆเขาคงเพลียกัน นั่งดู ubc กันใหญ่ lunar อาบน้ำเสร็จ ก็เดินออกมานั่งเล่นข้างนอก บรรยากาศที่นี่เงียบมากๆๆ แต่ดูก็โรแมนติคไปอีกแบบ กลับเข้ามาที่ห้อง คนบางคนหลับไปแล้ว ไม่ยอมอาบน้ำซะด้วย
Posted by Susan Joan at 11:20 PM 0 comments
Labels: ท่องเที่ยวต่างประเทศ