Saturday, October 06, 2007

People Care@นครนายก(1) : วังตะไคร้

วันนี้ที่แผนกมีกิจกรรม "People Care" จริงๆแล้วเป็นความคิดของบริษัท ที่ให้แต่และหน่วยงานจัดกิจกรรมภายใน โดยเลือกมา 1 อย่างที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้พนักงานได้ร่วมกันทำกิจกรรมร่วมกัน หน่วยงานของ lunar หลังจากประชุมกันแล้ว ก็ว่าจะไปปล่อยปลากันที่นครนายก จริงๆแล้วก็หาโอกาสเที่ยวและพักผ่อนนั่นแหละ กิจกรรมนี้ ให้ชื่อกิ๊บเก๋ว่า "โครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดคืนสู่ธรรมชาติ"

งานนี้ขับรถไปกันเอง ไปกันทั้งหมด 7 คัน มีพี่เทพ,คุณหนึ่ง,อ้วน,ตั้ม,เบียร์,เงี๊ยบ,วี ประมาณ 20 กว่าคน นัดเจอกันที่โลตัส คลอง4 เพื่อรวบรวมกำลังพลแล้วก็เริ่มเดินทางกันละ

สถานที่แรกที่จะไป ก็ไปบ้านพักกันก่อน งานนี้เราจะไปกันที่ "สวนหงษ์ การ์เด้นท์วิว รีสอร์ท" เห็นจากในรูปแล้ว น่าไปพักมากๆ

ด้านหน้าเรือนพัก

อีกมุมของเรือนพัก

ขับรถไปประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึง ระหว่างทางตอนแรกตัดสินใจกันว่าจะไปปล่อยปลากันเลยดีหรือเปล่า เพราะถุงปลาเกิดรั่วขึ้นมา ดีที่เห็นอ่ะนะ ไม่งั้นไม่เหลือปลาให้ปล่อยแน่เลย แต่หลังจากซ่อมแซมปิดรอยรั่วกันแล้ว ก็ตัดสินใจเข้ารที่พักกันก่อนดีกว่า

ไปถึงที่พัก โอ้โฮ ที่นี่ทำเป็นบ้านพัก น่าอยู่จริงๆอ่ะค่ะ บ้านทำเป็นบ้านเล่นระดับ แต่ละสัดส่วนสามารถนอนได้เลย แล้วก็มีห้องหลายห้องเป็นสัดเป็นส่วน สำหรับครอบครัว สามารถรองรับได้ประมาณ 30 คนอ่ะค่ะ

หลังจากเข้าบ้านพักเพื่อเก็บของแล้ว ก็เริ่มกิจกรรมไปปล่อยปลาซะที

มุมมองจากเขื่อน

พวกเราขับรถไปที่ "เขื่อนขุนด่านปราการชล" เนื่องจากจำนวนคนที่จะไปปล่อยปลามีเยอะ มีหลายคนปล่อยปลา อีกหลายคน(รวมทั้ง lunar) ไม่ได้ปล่อยปลา (เพราะมัวแต่เดินเล่นถ่ายรูป เลยเดินตามเขาไม่ทัน แหะแหะ)

แวะถ่ายรูปกลางทางกันซะหน่อย

ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน

เอ้า โต้งกับตั้ม ช่วยกันหน่อยจ้า

เฮ้ กิจกรรมหลักเสร็จแล้ว

รู้ซะบ้าง ใครหัวหน้า ใครลูกน้อง

เย้ ได้ไปเที่ยวซะที

เสร็จจากกิจกรรมรอง เอ๊ย กิจกรรมหลักกันแล้ว ต่อไปก็จะไป วังตะไคร้ กันล่ะ

ที่นี่เก็บค่าเข้าชม ถ้ามากันเป็นคันรถ ก็เก็บคันละ 100 บาท พวกเราไปกัน 6 คัน ก็ 600 บาท (น้องวีเจ้าถิ่น ไปซื้อส้มตำเป็นอาหารกลางวัน)

วันนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากอ่ะ เล่นน้ำกันเต็มไปหมด ลูกๆพี่เทพก็ทำท่าอยากเล่นน้ำ แต่พี่เทพบอกให้รอกินข้าวเที่ยงกันก่อน

พวกเราก็นั่งปูเสื่อ เอาไก่ที่ตั้มไปแวะซื้อระหว่างทางมานั่งแทะเล็มๆไปก่อน เพราะจะรอไก่ย่างส้มตำ หลังจากรอแล้วรอเล่า ชักท่าไม่ค่อยดี ดูเหมือนฝนกำลังจะตก

รอส้มตำ ไก่ย่าง

รอกันเกือบชั่วโมง ฝนตกแน่แล้ว พวกเราก็เลยตัดสินใจ กลับไปกินที่บ้านพักแล้วกัน โทรบอกวี ว่าไม่ต้องเข้ามาแล้วไปเจอที่บ้านพักกันเลย สรุปแล้วเสียตังค์ไป 600 บาทเข้ามา ไม่คุ้มเลยอ่ะ

พอเข้าบ้านพักแล้ว หลังจากที่จัดการส้มตำกันเสร็จสรรพ ดูเหมือนกิจกรรมที่เหลือน่าจะเป็นการโชว์การแสดงเป็นแม่ครัว พ่อครัว งานนี้ขอ bye อ่ะค่ะ แม่ครัวมีเยอะแล้ว เดี๋ยวช่วยย่างกุ้งให้แล้วกัน

สักบ่ายๆเย็นๆ น้องวีมากระซิบบอกว่า ไปเที่ยวน้ำตกนางรองกันมั๊ย ไปแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับมา อือม ไปก็ไป ไม่เคยไป นั่งอยู่ที่บ้านก็ไม่มีไรทำ อิอิ งั้นไป

งานนี้แบบว่า แอบๆไปกันอ่ะค่ะ ไปกัน 7 คน นั่งรถไปคันเดียว ที่น้ำตกนางรองเนี่ย น้ำไหลแรงมาก ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ ได้แต่ยืนถ่ายรูปบนสะพาน

น้ำตกนางรอง

ไหนๆก็แอบหนีเที่ยวแล้ว ถ่ายรูปหน่อย

ขากลับ ไปแวะที่เขื่อนอีกครั้ง แต่ขับรถไปใกล้ๆเขื่อน เมื่อเช้าไม่ได้มาตรงนี้อ่ะค่ะ ดูก็สวยดี ได้บรรยากาศยามเย็นไปอีกแบบ

เขื่อนขุนฯ ยามเย็น

กลับมาที่บ้านพัก คนอื่นๆเริ่มมาทำการปิ้งย่าง ทำกับข้าวกันชุลมุนตรงหน้าบ้าน พวกเราต้องแอบๆเข้าไป ทำเหมือนไม่มีไรเกิดขี้น แต่ไม่วาย เจ้าตั้มทักซะเสียงดัง

"นี่ๆ แอบไปเที่ยวกันมา ไม่ชวนกันบ้างเลย"
แฮะแฮะ ทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ รีบเข้าไปสวมรอยย่างกุ้งซะเลย

มื้อเย็นนี้ กับข้าวเยอะมาก มาจากหลากหลายฝีมือ ก็ ok อ่ะค่ะ แถมมีการเป่าเค้กวันเกิดของคนที่เกิดเดือนตุลานี้ เป็น blueberry cheese cake 2 ก้อน ฝีมือน้องนุ่น ตอนแรกมันก็น่ากินดีหรอก แต่ด้วยฝีมือการแต่งหน้าเค้กเพิ่มเติมของใครบางคน ซึ่งโป๊ะหน้าด้วย ปีโป้หลากสี ต่อด้วยการปักเทียนแล้ว มันทำให้หน้าตามันไกลจากคำว่า น่ากิน ไปหน่อย

เค้กวันเกิด น่ากินหรือป่าว

คืนนี้ lunar นอนกับน้องบีในห้องเล็กชั้นล่างสุด ห้องใหญ่เต็มซะล่ะ นอนไม่ค่อยหลับ เพราะห้องอบอ้าว (แอร์เสียซะเนี่ย)

Tuesday, July 24, 2007

รับปริญญาจากในหลวง

เรื่องแรกเลยที่นับว่าเป็น Once Upon a Time ที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก (เหมาะกับช่วงเวลานี้ที่กำลังมีเทศกาลนี้อยู่) คือการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 15/07/93

แม้ว่าในชีวิตของ lunar จะมีการรับปริญญาเกิดขึ้น 2 ครั้งก็ตาม แต่การรับปริญญาในครั้งนั้น ได้รับพระราชทานปริญญาจากในหลวง พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยเรา ซึ่งรุ่นของ lunar เกือบจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้รับจากพระองค์ท่าน

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาแสนสั้น แต่ชั่วชีวิตของ lunar คงไม่มีวันลืม ช่วงเวลาช่วงนั้น

ในปีนั้น ทางมหา'ลัย ยังไม่ได้แบ่งวันรับปริญญาเหมือนปัจจุบัน บัณฑิตทั้งหมด 3 พันกว่าคนรับภายในวันเดียว จำได้ว่า เข้าหอประชุมตั้งแต่ยังไม่เที่ยง กว่าจะกลับออกมาก็เกือบทุ่มแล้ว

ขนาดเราไปนั่งอย่างเดียว ใช้เวลาแค่ไม่เกิน 5% ของเวลาทั้งหมดในการรับปริญญา เราเองยังรู้สึกเหนื่อย แต่พระองค์ท่านเนี่ยซิ ต้องพระราชทานปริญญาให้ทั้งหมด 3 พันกว่าคน ท่านคงเหน็ดเหนื่อยกว่าพวกเราไม่รู้กี่เท่า

วันก่อนได้ฟังรายการ The ICON ตอนที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล มาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ในเรื่องของการพระราชทานปริญญา ดร.ถามพระองค์ท่านว่า ทำไมต้องพระราชทานปริญญาให้เหล่าบัณฑิตเอง เพราะเห็นว่าเป็นงานที่เหนื่อย(อย่างที่ lunar บอกไปแล้วนั่น) แต่พระองค์กลับบอกว่า ที่พระราชทานให้เองนั้น เพราะอยากให้เหล่าบัณฑิต ดีใจ ภาคภูมิใจ ได้ถ่ายรูปเก็บไปไว้ได้ชื่นชมตลอดไป lunar ฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของในหลวงจริงๆ

งานในวันนั้น lunar ถ่ายรูปไปประมาณ 10 ม้วน (แหะ แหะ แหมก็มันนานมาแล้วนี่นา ตอนโน้นยังไม่มีกล้อง digital ซะหน่อย) เจ๊ฮวงเป็นตากล้องให้ ส่วนใหญ่เลยนอกจากจะถ่ายภายในครอบครัวแล้ว ก็ถ่ายรูปกับเพื่อนๆ นับว่าได้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆร่วมรุ่นเยอะมากๆ (ก็แหม คณะวิศวะเนี่ย คนมันเยอะอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเข้าเรียน)

ไม่ค่อยได้ถ่ายเดี่ยวซะเท่าไร ก็เลยมาถ่ายเดี่ยวๆอีกครั้งในวันเสาร์ อันเนื่องจากว่า ฟิลม์เหลือ แต่ก็ ok อ่ะค่ะ เพราะมาถ่ายเก็บสถานที่ต่างๆในบรรยากาศที่คนบางตา

ปริญญาที่ได้ในวันนั้น แลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยจริงๆ ตลอดระยะเวลาที่เรียน 4 ปี ช่างเป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทน และเข้มแข็ง แต่ก็หล่อหลอมให้ตัวเรา ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ที่เกิดขึ้นในชีวิตต่อมา แม้ว่าก้าวแรกที่เข้าสู่รั้วสีเขียวแห่งนี้ lunar เองไม่ค่อยรู้สึกถึงความดีใจ ภาคภูมิใจก็ตาม แต่ที่แน่ๆ ณ วันที่รับปริญญานี้ lunar ขอยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิว่า ดีใจ และภาคภูมิใจในสถาบันแห่งนี้จริงๆ

Thursday, July 19, 2007

Once Upon a Time

สัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ที่ lunar ต้องใช้พละกำลังเป็นอย่างมาก เพราะไป train oracle ตอนกลางวันแถมตอนเย็นต้องเข้า office ไป train java อีก ทำได้แค่ 2 วัน ปรากฏว่าไม่ไหว เพราะตอนเช้า เรียนไปหลับไป เมื่อวานเลยโดดโลด ตอนเย็นไม่เข้าไปล่ะ

เรื่องบ่นๆเนี่ย ไม่ใช่หัวข้อที่ lunar จะคุยวันนี้ซักกะหน่อย 2-3 วันนี้ได้ไอเดียหัวข้อในการเขียน blog ขอตั้งชื่อกลุ่มเรื่องว่า "Once Upon a Time (in my life)"

ที่ว่ากลุ่มเรื่องเนี่ย ก็เพราะว่า จะมีหลายๆเรื่องอ่ะซิ (อ่ะ พูดแบบ กำปั้นทุบดิน) จะเป็นแนวๆว่า เหตุการณ์ เรื่องราว ของ lunar ที่เคยทำสักครั้งหนึ่งในอดีต

ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรหรอกค่ะ ไม่ได้ทำไรแบบว่า ปีนภูเขาเอเวอเรสต์ ขับเครื่องบิน etc ไรทำนองนั้นหรอกค่ะ แค่เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้น ที่เคยทำมา หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆเท่านั้น

ไอเดียนี้ได้มาจากตอนนั่งอยู่ในห้องส้วม อิอิ อย่าตลกไปนะ จะบอกให้ว่า หลายครั้งสำหรับ lunar แล้วไอเดียดีๆ หรือ วิธีแก้ปัญหาต่างๆมาจากห้องส้วมนี่เอง

ใน blog ที่เคยเขียนก็มีอยู่เรื่องที่อยู่ในหัวข้อนี้ ตอนนั้นเขียนเรื่อง ดาราโฆษณา อยู่ใน blog ชื่อ มดตัวน้อยตัวนิด แหมก็ใครจะคาดคิดอ่ะค่ะ ว่าครั้งหนึ่ง lunar ก็เคยถ่ายโฆษณากะเขาด้วย

แล้วติดตามตอนต่อไปนะคะ

Saturday, June 30, 2007

เหตุเกิดที่ เฉลียง


กำลังจะผ่านพ้นไปอีกเดือน ตอนแรกนึกว่าเดือนนี้จะเป็นเดือนแรกที่ไม่ได้บันทึกอะไรไว้เลย แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังมีเรื่องมาให้เขียนอีกจนได้

วันนี้ไปดูคอนเสริต์เฉลียงมาค่ะ ชื่อคอนเสริต์ครั้งนี้ชื่อว่า
“งานดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์
เหตุเกิดที่ เฉลียง”


ในชีวิตแทบจะไม่เคยไปดูคอนเสริต์มาเลย นี่นับว่าเป็นปรากฎการณ์เลยทีเดียว แหะ แหะ
ไม่คิดว่า เฉลียง จะกลับมาเล่นคอนเสริต์อีกครั้ง เหมือนกับว่า ครั้งล่าสุดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว พี่ดี้ ประกาศว่าจะเป็นการเล่นคอนเสริต์ครั้งสุดท้าย แต่กลับมาเล่นอีกทีก็ดีอ่ะค่ะ ครั้งนี้ต้องไปดูซะหน่อย

ด้วยความไฮโซของเรา จะซื้อบัตรดูคอนเสริต์ทั้งทีก็ต้องให้หรูเข้าไว้ นี่เลย 600 บาท อิอิ ราคาสูงสุด เอ้ย ไม่ใช่ ราคาต่ำสุด แหม คนมันอยากนั่งบนที่สูงอ่ะ 555

Lunar ไปดูรอบบ่ายโมง บริเวณรอบๆงาน มีขายของที่ระลึกของเฉลียง อย่าง CD รวมเพลงทั้งหมดของเฉลียง, เสื้อ, หนังสือ etc. แล้วก็มีการประมูลของที่ระลึก อย่างเช่น กีตาร์ของพี่เจี๊ยบพร้อมลายเซ็น, รูปสมัยเด็กๆของพี่ๆทั้งวงพร้อมลายเซ็น, รูปงานคอนเสริต์ โปสการ์ดขนาดใหญ่, ต้นฉบับ ตั้งชื่อวง เห็นราคาประมูลเริ่มต้น 2000 บาท ยังไม่ค่อยมีคนประมูลเท่าไหร่ คาดว่า รอบทุ่มน่าจะมีการประมูลมากกว่านี้

Lunar กับ เอ๋ ซื้อเสื้อยืดสีขาวมาตัวหนึ่ง ด้านหน้าเป็นโน้ตดนตรีเพลง “ไม่รักแต่คิดถึง” ราคา 250 บาท ถือว่าเป็นที่ระลึกในการมาดูคอนเสริต์ครั้งนี้ละกัน
กว่าจะเปิดให้เข้าไปดูก็เกือบบ่ายละ เข้าไปใน impact arena อือม ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ

อันที่จริง บ้านก็อยู่ใกล้ๆเมืองทอง แต่ แหะ แหะ ไม่เคยเข้ามาใน impact arena บนอัฒจรรย์เลยอ่ะค่ะ แถมมานั่งบนๆซะด้วย ดูแล้วชักหวาดเสียว
ตอนแรกนึกว่าคนจะไม่เยอะ คาดว่าจะไปเยอะรอบทุ่มซะมากกว่า แต่ผิดคาด คนเยอะมากๆ แม้ว่าจะไม่เต็มทุกที่นั่งก็ตาม ก็น่าจะประมาณ 85% ได้อ่ะค่ะ

งานคอนเสริต์คราวนี้ เหมือนกับว่าจัดเพื่อหารายได้เข้าสมาคมนิสิตเก่า สถาปัตยฯ จุฬา พี่ๆเฉลียงเนี่ย ใจดีจัง
แต่กว่า พี่ๆเขาจะเริ่มเล่นคอนเสริต์ได้ก็ บ่าย 40 แล้ว รอๆๆๆ นานจัง
เมื่อเริ่มเล่น โอ้ พี่ๆเขาออกมาบนเวที lunar มองไม่ค่อยเห็นเลยอ่ะค่ะ ดูไกลๆก็แบบว่า เดาว่าแต่ละคนคือใคร เห็นบางคนรูปร่างอ้วนๆก็พยายามเดาอยู่ว่าเป็นใคร แต่เดาอยู่ไม่นานก็เฉลยอ่ะค่ะ

จริงๆแล้ว จะมี projector อยู่ 2 ตัว เอาไว้ถ่ายทอดด้วย สุดท้ายก็รู้ว่า บนเวทีที่เห็นตอนนี้ มีพี่ๆเฉลียงแค่ 3 คน อีก 2 คนคือ ดู๋ สัญญา กับ ซูโม่กิ๊ก เป็นพิธีกรของงานนั่นเอง
คอนเสริต์เริ่มต้นด้วยฉาย slide เล่าถึงงานคอนเสริต์เมื่อ 14 กับ 7 ปีที่แล้วคร่าวๆ จบ slide ด้วยคำประกาศของพี่ดี้ว่าจะไม่มีคอนเสริต์เฉลียงอีกแล้ว การกล่าวเปิดงานในวันนี้ ก็เลยดูประหนึ่งว่า เป็นการอธิบายกลายๆว่า ทำไมถึงมีการจัดอีกครั้ง

พี่ดี้วันนี้เหมือนประหนึ่งเป็นจำเลยก็ไม่ปาน เดี๋ยวโดนพี่แต๋ง โดยเฉพาะพี่เจี๊ยบเนี่ย แขวะตลอด พี่ดี้ให้การว่า อือม.. น้องๆอยากให้จัดช่วยหารายได้เข้าสมาคม แต่คิดว่ายังไงซะ แฟนๆเฉลียงก็ไม่ติดใจไรหรอกค่ะ เพราะอยากดูพี่ๆเล่นคอนเสริต์อยู่แล้ว
วันนี้มี surprise ด้วย พี่ๆเขาเอาลูกๆขึ้นเวทีกันด้วย งานนี้ขาดแต่พี่จุ้ย ยังไม่มีซักกะหน่อกับเขา งานนี้ลูกพี่เกี๊ยงได้รับคะแนนไปเต็มๆ ก็น้องแก้ม อายุ 2 ขวบเศษๆ น่ารักมากกกกก เลยค่ะ น่าตาเหมือนกับเด็กญี่ปุ่นเลย

พี่ๆเขาให้ theme ช่วงนี้ว่า ช่วยกันทำมาหากิน ลูกคนเล็กของพี่แต๋งโชว์แซกโซโฟนด้วย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลย
ส่วนน้องแก้มก็ร้องเพลงร่วมกับคุณพ่อ อ่ะ lunar ไม่รู้ชื่อเพลงอ่ะค่ะ เป็นเพลงเกี่ยวกับพ่อลูก น้องแก้มงานนี้ได้ใจคนดูไปเต็มๆ
ก่อนน้องๆจะลงจากเวที มีคนดูเอาดอกไม้ ตุ๊กตามาให้เหล่าบรรดาลูกๆๆ น้องแก้มดูเหมือนจะได้มากสุด พี่เจี๊ยบยังไม่วายแซวพี่เกี๊ยงว่า

“ได้ดอกไม้เยอะตั้งแต่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก ที่พูดเนี่ยไม่ได้อิจฉาเลยนะเกี๊ยง”

เล่นเอาคนดูฮาตรึม
งานนี้ จะมีแขกรับเชิญของแต่ละคนมาด้วย เริ่มจาก

พี่ดี้ – น้องโรส (จะบอกว่า lunar ไม่รู้จักอ่ะ) มาร้องเพลงนายไข่เจียวกับพี่ดี้ แล้วก็ ก้อนหินก้อนนั้น แล้วก็อีกเพลงของเฉลียง (จำไม่ได้แล้ว)
พี่เกี๊ยง – ตุ๊ก วิยะดา มาร้องเพลง ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน
พี่แต๋ง – พาลูกชายคนโต น้องต้นน้ำ มาเปิดตัว พร้อมกับเพื่อนๆอีก 2 คน มากันเป็นวง
พี่จุ้ย – ป้าง นครินทร์ มาร้องเพลง กับ นก ฉัตรชัย สมาชิกอีกคนของเฉลียง (อิอิ ตอนแรกที่ประกาศ lunar นึกว่า นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช ซะอีก 555)
ตอนพี่ป้างออกมาเนี่ย ดูเหมือนทั้ง hall จะครึกครื้นขึ้นมา มีการตบมือเข้าจังหวะ พี่จุ้ยก็แซวว่า อือม ดูเหมือนเป็นคอนเสริต์หน่อย ไม่เหมือนพวกนั้น ร้องเพลงหงุงหงิงๆ 5555
ดูเหมือน พี่เจี๊ยบจะไม่ได้พาใครมาเป็น guest ซะงั้น แต่เท่านี้ lunar ว่าก็เยอะแล้วนะ เพราะจริงๆแล้ว คนดูอยากดูเฉลียงมากกว่า จริงมั๊ย

แต่งานนี้ ไหนๆก็ถาปัดแล้ว พิธีกรทั้ง 2 ก็ไม่เว้น ต้องร้องเพลงของเฉลียงด้วย ทั้งคู่ร้องเพลง อยากมีหมอน แต่เป็นแนวเพลงเร็ว แบบหางเครื่อง มีสาวๆหางเครื่องสีชมพูสดใสด้วย ก็ ok ฟังแล้วก็ได้อารมณ์อีกแบบ
พอหมดบรรดา guest กับ พิธีกรแล้ว ก็เป็นคราวของเฉลียงทั้งวง ทั้ง 6 คนเลยรวมพี่นกเข้าไปด้วย มีร้องอีก เพลง , 2 เพลง แล้วก็มาถึงเพลง นิทานหิ่งห้อย

เพลงนี้เดิมพี่จุ้ยเป็นคนร้อง มาคราวนี้ พี่เจี๊ยบแกจะเล่านิทานสดๆกัน ตอนแรกทำเป็นว่า อ้างจากความเดิมตอนที่แล้ว (โห 7 ปีก่อน ใครจะไปจำได้) แต่แล้วก็เล่านิทานเรื่องใหม่ เป็นเรื่องกบเลือกเจ้านาย (อิอิ กลายเป็นเรื่องการเมืองซะงั้น) มีการดำเนินเรื่องโดยใช้ชื่อคล้ายนามแฝง เช่น คะมะชะ, พจมาน สว่างวงศ์, กบจำศีล 5 ปี, แมว เติมไม้โท ไรทำนองเนี้ย ที่เด็ดกว่านั้น ในขณะที่พี่เจี๊ยบเลี่ยงๆชื่อจริง, พี่จุ้ยกลับชกตรงๆ เช่น คมช (แต่แอบเล่นมุข ว่า ย่อมาจาก คนมหาชัย ซะงั้น) ,ทหารแน่นักเหรอ จนพี่ดี้บอกว่า เออพอเหอะ

ท้ายๆการแสดง พอพี่ๆเล่นจบแล้วเดินเข้าหลังเวทีไป ดูเหมือนคนดูจะรู้ว่า ยังไม่จบหรอก มันดูห้วนๆชอบกล พอคนดูปรบมือเท่านั้น พี่ๆก็เดินออกมาอีก
พี่ดี้บอกว่า ต้องรีบออกมา ไม่งั้นจะไม่เหลือคนดูจริงๆ (555 หยอดมุขจนนาทีสุดท้ายเลยพี่แกเนี่ย)
ก็ออกมาล่ำลาพร้อมกับร้องเพลงสุดท้าย พี่จุ้ยถามว่า

พี่จุ้ย : ว่าไงพี่ดี้ จะกล่าวปิดท้าย ไรอีกหรือเปล่า หรือว่าเราจะมาเล่นคอนเสริต์กันทุกๆ 7 ปีมั๊ย
พี่เจี๊ยบ : ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล
พี่ดี้ : ไม่พูดไร ไม่สัญญาไรล่ะ ยังไงซะ ผมก็ขอยืนยันว่า คอนเสริต์คราวที่แล้วเป็นคอนเสริต์ครั้งสุดท้าย คราวนี้เป็นภาคผนวก

สุดท้ายพี่ดี้ก็ปิดท้ายคอนเสริต์ในแบบเฉลียงอยู่ดี

Tuesday, May 29, 2007

ชอบมั๊ย ไร้เอว

ห่างหายจากการ up blog ไปซะนาน ช่วงนี้มันยุ่งๆ ประกอบกับหมดมุข เลยไม่มีเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟัง

1 เดือนที่ผ่านมา คงไม่มีเรื่องใดน่าตื่นเต้น ยกเว้นเรื่อง เอ๋จะลาออก อือม..หายไปอีกคนละ นับไปนับมา มีคนที่เข้างานก่อน lunar แค่ 4 คนเท่านั้นเอง

ก็นะ เป็นเรื่องปรกติ ไม่จากกันวันนี้ ยังไงซะวันหนึ่งก็ต้องจากกัน ก็เพียงแต่ อีกหน่อยคงไม่มีใครให้ lunar ระบายอารมณ์

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เลยนัดกับน้องๆในทีม ไปเลี้ยงส่งเอ๋ละกัน วันนั้นไปที่กุ้งเต้น ตรงเกษตรนวมินทร์ ตรงข้ามกับ the pool ที่คราวก่อนไปแล้วฝนตกหนัก วันนี้กะว่าจะไป KaraOK เอาแบบเป็นห้องเลยละกัน จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องฝนตก

แต่ปรากฎว่า ฝนไม่ตกหรอกค่ะ แค่ไฟดับ พวกเราก็นึกว่า ไฟดับไม่นาน ที่ไหนได้ 3 ชั่วโมงกว่า นั่งกินข้าวท่ามกลางแสงเทียน และความร้อนอบอ้าว

มีใครบางคนแซวว่า พวกเราเนี่ย ต้องมีใครมีองค์แหงเลย จะว่าไปก็ไม่ค่อยได้รวมตัวกันบ่อยนัก แต่ไหงรวมตัวกันทีไร ต้องมีเหตุให้วามบันเทิงเริงใจไม่ประสบผลสำเร็จซักกะที

นอกเหนือจากนี้แล้ว ชีวิตช่วงนี้ของ lunar ก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ได้ไปตะลอนเที่ยวไหน มีแต่ทำ job นอก คืออยู่ๆงานก็วิ่งมาชน แต่เป็น job เล็กๆใช้เวลาประมาณเดือนกว่าๆ ช่วงนี้เสาร์ อาทิตย์ เลยไม่ค่อยได้ไปไหน กะว่าจะรีบปั่นงานให้เสร็จ

อะ แต่จะว่าไปแล้ว ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดูดีขึ้น อิอิ ก็หลังจากความพยายามในการไป fitness ช่วงเย็นๆมาเป็นระยะเวลาเกือบๆ 4 เดือนแล้ว ประกอบกับควบคุมอาหาร ก็ทำให้น้ำหนักลดลงไป 4.5 กิโลแล้วอ่ะค่ะ เสื้อผ้าเริ่มหลวมๆ มีแต่คนทักว่าผอมลง อดปลี้มไม่ได้

แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการเลยค่ะ นี่เพิ่งจะผ่าน step 1 เท่านั้นเอง มีทั้งหมด 4 step ยังไงก็จะพยายามให้ถึงจุดหมายที่ตั้งใจ แต่ก็ต้องอดทนด้วยอ่ะค่ะ

สำหรับหัวข้อของวันนี้ที่ว่า ชอบมั๊ย ไร้เอว นั้นจริงๆมาจาก เกมส์อัจฉริยะข้ามคืน 3 สัปดาห์ก่อน แต่คือว่าเป็นรหัสลับแรกที่ lunar ตีปริศนาได้ ประกอบกับช่วงนี้กำลังจะมีเอวของตัวเอง อิอิ เลยขอยืมมาใช้ตั้งหัวข้อซะหน่อย

สรุปว่า lunar ไม่ชอบหรอก ไร้เอวอ่ะ แหมใครๆก็อยากมีเอวทั้งนั้น จริงม่ะ

Saturday, April 28, 2007

100 ปี ตลาดสามชุก:บึงฉวาก

วันนี้มี trip เล็กๆไปเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพ หลังจากที่พี่แหม่มนำเสนอ 100 ปี ตลาดสามชุก ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ว่าอันที่จริง ก็ยังไม่เคยไปเที่ยวสุพรรณ ถิ่นบรรหาร แจ่มใส ซักกะที ทั้งๆที่ ไม่ไกลจากกรุงเทพ คราวนี้ได้โอกาสซักกะที

ทริปนี้ ไปกัน 6 คน มี lunar,Aey,Biere,P'Tum,P'Mam,Tong ขับรถไปกัน 2 คัน วันนี้ท้องฟ้าดูหม่นๆ หลายวันนี้พายุเข้า บางทีอาจยังมีควันหลงจากเมื่อวาน

จุดแรกที่ตั้งใจว่าจะไป คือตัวเมืองชลบุรี ว่าจะไปหอคอยบรรหาร แต่ดูๆแล้ว อันเนื่องจากพวกเราเริ่มเดินทางกันเกือบ 10 โมงแล้ว ก็เลยว่าจะไปตลาดสามชุกกันก่อนเลย



ถึงตลาดสามชุกก็เกือบเที่ยงละ ยังเดินไม่เท่าไร ก็แวะกินข้าวห่อใบบัวก่อนเลย

ร้านนี้อ่ะค่ะ

ส่วนใหญ่สมาชิกจะสั่งข้าวห่อใบบัวกัน ลักษณะคล้ายบะจ่างเลยอ่ะค่ะ ต่างกันที่ใช้ข้าวเจ้า ไม่ใช่ข้าวเหนียว แล้วก็ห่อด้วยใบบัว แต่เครื่องต่างๆ เช่น หมู กุนเชียง เห็ดหอม กุ้งแห้ง จะเหมือนๆกัน

ข้าวห่อใบบัว

ก๋วยเตี๋ยวยำบก

แต่ lunar สั่ง ก๋วยเตี๋ยวยำบก แต่จะไม่ได้ห่อเป็นคำๆ ใส่เครื่องเคียงคล้ายๆสลัด ยำ ก็ OK นะ ลองกินหลายๆอย่าง

ตลาดที่นี่เป็นชุมชนค่อนข้างใหญ่อ่ะค่ะ แต่ก็ขอชมนะคะว่า คนที่นี่ก็พยายามอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้เอาไว้ ทำให้พวกเราได้เห็น ชุมชนเมื่อร้อยปีก่อน

ร้านไพศาลสมบัติ

เครื่องเล่นแผ่นเสียง

แผ่นเสียง Elvis

คนที่นี่น่ารักค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปได้ตามสบาย แม้แต่ร้านถ่ายรูปที่มีบริการถ่ายรูปด้วยกล้องแบบโบราณ (ร้านศิลป์ธรรมชาติ) ก็สามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ เจ้าของร้าน ยังแนะนำอีกด้วยว่า ต้องถ่ายขาตั้งกล้องให้เห็นลายด้วยถึงจะสวย ทั้งหมดนี้ไม่คิดค่าบริการเลยสักบาทเดียว อีกอย่างดูเหมือนคนที่นี่จะอารมณ์ดี ทริปของเราพูดคุยตลกโปกฮา ชาวบ้านที่นั่นขำกันใหญ่

หน้าร้านศิลป์ธรรมชาติ

ไม่ได้เป็นลูกค้า แต่ขอแอ็คชั่นหน้าร้านละกัน

โรงแรมอุดมโชค (เก่าแก่ซะ)

ขนม ของเล่นโบราณ หน้าโรงแรม

สภาพในโรงแรม ยังเหมือนเดิม

ภายในโรงแรมอุดมโชค ยังคงสภาพเดิมไว้เหมือนเมื่อก่อน ดูๆมันเงียบๆ วังเวง น่ากลัวชอบกล คืออาจเป็นเพราะเขาจัดให้คงสภาพเดิมด้วยมั้ง ไม่ได้จัดแต่งอะไรใหม่

ร้านบ้านโค้ก

มอเตอร์ไซด์ จุดเด่นหน้าร้าน

โปสเตอร์โค้ก

ร้านขนมระหว่างทาง

วันนี้มีเด็กๆนักเรียน มาเที่ยวที่นี่ด้วย มากัน 3 คันรถบัส ทำให้ไปที่ไหน เจอแต่กลุ่มนักเรียนทั้งนั้น เลยทำให้การถ่ายรูปไม่ค่อยสะดวกแหะ

บ้านขุนจำนงจีนารักษ์

ภายในบ้านขุนจำนง

ส่วนหนึ่งของแบบจำลองของตลาดสามชุก

ตู้เย็น โอ้วจอร์ชมันยอดมาก

ชั้นสองของบ้าน


ไม่ได้เล่นจ๊ะเอ๋นะ แค่ถ่ายรูป

บ่าย 2 ครึ่งแล้ว ได้เวลาต้องไปกันต่อ สถานที่ต่อไปที่พวกเราจะไปคือ บึงฉวาก

เคยเห็นในทีวี เป็นแหล่งแสดงปลาน้ำจืด เคยไปดูมาหลายที่ แต่ส่วนใหญ่เป็นปลาทะเล ทั้งที่ Siam Ocean World, ที่บางแสน หรือที่สิงคโปร์ เห็นว่าที่นี่มีอุโมงค์ปลาด้วย

พวกเรารีบเดินทาง แต่ก็ยังไม่ทันกลุ่มเด็กนักเรียน ที่ล่วงหน้าไปก่อน ค่าเข้าชมที่นี่ 30 บาทค่ะ



ปลาที่นี่ก็หลากหลาย ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่อุโมงค์ปลาเนี่ยซิ มีแค่นิดเดียวเองอ่ะ คือว่าเคยไปดูหลายที่ อุโมงค์จะยาวมาก มีที่นี่แหละค่ะ อุโมงค์สั้นนิดเดียว เอ๋บอกจะเอาไรมาก 30 บาทเนี่ย อือม..รวมๆก็ถือว่า OK คุ้มค่ากับค่าบัตร

แต่ที่อุโมงค์ปลาเนี่ยค่ะ แม้จะสั้นนิดเดียว แต่ก็มี option เสริม คือมีการแสดงให้อาหารปลา ปลามา มะรุมมะตุ้ม สาวน้อยน่ารักที่ให้อาหารปลา ไม่ว่าเธอคนนั้นจะว่ายน้ำไปทางไหน ปลาก็ว่ายตามติดไป อือม..ก็ดูเพลินๆดีอ่ะค่ะ

สาวน้อยให้อาหารปลา

ที่นี่นอกจากมีปลาให้ชมกันแล้ว ก็ยังมีสวนสัตว์อีกค่ะ เดินไปดูจระเข้ได้นิดเดียวก็เดินกลับ เพราะเพิ่งเอียนกับฟาร์มจระเข้ที่เพิ่งไปดูมาเมื่อช่วงสงกรานต์

แวะกินเฉาก๊วยซะหน่อย

ขอควงบั๊กบันนี่หน่อยนะ

เย็นๆแล้ว ว่าจะกลับเข้าเมือง ไปดูหอคอยบรรหารกันสักหน่อย ไหนๆมาถึงถิ่นแล้วนี่ หอคอยที่นี่ดูอลังการเหมือนกันนะ ค่าเข้าชม 40 บาท

หอคอยบรรหาร

น้ำพุ บริเวณก่อนขึ้นหอคอย

บรรยากาศสบายๆ

ขึ้นลิฟท์ไป มีทั้งหมด 4 ชั้น เดินดูรอบๆหอคอย เหมือนได้ดูรอบๆเมือง มีบริการกล้องส่องทางไกล แต่ต้องหยอดเงิน 10 บาท พวกเราไม่มีใครใช้บริการสักคน

มุมจากชั้น 4

เอ๋ ทำท่าไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้หยอดเงินซะหน่อย

เดินดูได้ 2 รอบ ก็กลับลงมาชั้น 3 มีของที่ระลึกขาย lunar ซื้อ postcard มา 1 ใบ เอ๋กะโต้งซื้อใบไผ่นกหวีด เป่าแล้วเหมือนเสียงนกร้อง

อีกมุม ของด้านล่าง

หมีน้อย คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว

ออกจากหอคอย ก็ประมาณ 6 โมงเย็น หาร้านอาหารกินกันดีกว่า หลังจากสอบถาม bug แนะนำร้าน บัวเงิน,นพรัตน์ แล้วก็ลองถามกับคุณลุงเฝ้าสวนแนะนำร้าน กุ๊กโอชา แล้วก็ออกเดินทาง

กว่าจะหาร้านอาหารได้ แบบว่าไม่ค่อยแน่ใจเส้นทางที่ไปนัก เหมือนกับว่าเป็นเส้นทางที่ออกนอกเมืองยังไงยังงั้น สุดท้ายก็มาเจอร้านบัวเงิน ลงจากสะพานไผ่ขวาง ตามที่คนแถวนั้นแนะนำ

ลังเลใจอยู่ แบบว่า ไม่เห็นมีลูกค้ามาใช้บริการเลย ดูมันร้างๆชอบกล หรือว่ายังไม่ค่ำ คนยังน้อยอยู่ แต่ก็อ่ะนะ แต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว ก็ต้องลองดู

ให้พนักงานแนะนำอาหาร สรุปรวมๆหลายๆอย่างก็ถือว่า OK ค่ะ ไม่ผิดหวัง ราคาไม่แพงด้วย เสียอย่างเดียว ยุงชุมไปหน่อย

กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบๆ 4 ทุ่ม ทริปวันเดียวคราวนี้ ให้ 4 ดาวครึ่งค่ะ

Monday, April 16, 2007

ขอบคุณถ้าเทพเจ้าแห่งการท่องเที่ยวจะเป็นใจ

หยุดสงกรานต์หลายวัน เพิ่งไปเที่ยวมาแค่วันเดียว อย่าดีกว่า วันนี้วันหยุดวันสุดท้ายแล้ว ออกไปเดินเที่ยวดีกว่า

แต่ดูเหมือนวันนี้ โชคแห่งการท่องเที่ยวจะไม่ได้อยู่ที่ lunar ซะแล้ว เหตุการณ์มันเริ่มจาก...

นั่งรอรถจะไปอนุสาวรีย์ แต่ไหงวันนี้ ป้ายรถเมล์ถึงเหม็นซะขนาดนี้ ที่แท้ก็มีหมาตายอยู่ตัวหนึ่ง ส่งกลิ่นซะ อย่าให้บรรยายเลย

ถึงอนุสาวรีย์แล้ว ตัดสินใจว่า วันนี้จะไปเที่ยวแถว ชุมชนกุฎีจีน ย่านฝั่งธน แต่แหะ แหะ lunar ไปไม่เป็นอ่ะค่ะ ลองสอบถามกับ bug แล้ว ก็ยังไม่ได้ความ แย่จัง น่าจะหาข้อมูลมาให้ได้มากกว่านี้ ไปๆมาๆ หลังจากนั่งรถ 2-3 ต่อ ก็แล้ว สุดท้าย เปลี่ยนแผน ไปแถวๆ สามแพร่งดีกว่า

แต่มาวันนี้ ชุมชมสามแพร่ง ดูเหงาๆ ก็เพราะร้านค้าต่างๆ ปิดซะเกือบหมด ก็วันนี้ยังเป็นวันหยุดนี่นา เดินเที่ยวแบบเหงาๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไรเลย

แวะหาไรกินแถวนี้ดีกว่า ก็เพราะได้ยินมาว่า แถวนี้ของกินอร่อย แต่ไหงตัดสินใจผิด ดันไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูที่ไม่อร่อยเอาซะเลย

งั้นเดินลัดเลาะไปร้านมนต์นมสดดีกว่า หากาแฟกิน

ปรากฏว่า ร้านปิด เฮ้อ ลืมอีกละเรา ทำไงดี ลองเสี่ยงดวง ไปชุมชนกุฎีจีนอีกทีดีกว่า เพราะลองสอบถามข้อมูลแล้วว่า น่าจะมีรถจากบริเวณนี้ไปได้

แต่ไหงพอขึ้นรถ กระเป๋ารถเมล์กลับบอกว่า อีกไกลเลยนะ พอรถวิ่งไปถึงพาต้าปิ่นเกล้า lunar ไม่แน่ใจก็เลยตัดสินใจลงดีกว่า ไว้หาข้อมูลให้พอก่อน (ป๊อดอ่ะค่ะ)

นั่งรถกลับมาแถวสนามหลวง วันนี้งานสงกรานต์สนามหลวง หมดไปแล้ว เลยไปเดินเที่ยวแถวท่าพระจันทร์ละกัน

เดินไปถึงท่าน้ำ อือม lunar เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ดูๆแล้วก็ตัดสินใจว่า จะลงเรือข้ามไปฝั่งนู้น ก็จะมีวัดระฆังให้ไปเที่ยวได้ แต่รู้สึกว่า จะต้องไปขึ้นที่ท่าเรือที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่

เฮ้อ ชักเริ่มเหนื่อยแล้วซิ อือม..งั้นไปแวะกินโรตี มะตะบะที่ท่าพระอาทิตย์ละกัน

ปรากฎว่า ร้านปิดอีกแล้วครับท่าน ว๊า แย่จัง
ตกลงว่าวันนี้ไปเที่ยวไหนก็ไม่สำเร็จ สงสัยท่านเทพแห่งการท่องเที่ยว จะลาพักร้อนเที่ยวสงกรานต์ด้วยละมั้ง

Friday, April 13, 2007

กินเที่ยวสบายๆ@ระเบียงทะเล

วันหยุดสงกรานต์ 4 วันสบายๆปีนี้ไม่ได้มี plan ไปไหนไกล ไปหาอะไรกินอร่อยๆแถวบางปูละกัน

หลังจากตกลงกันอย่างพอเป็นพิธีว่า วันนี้จะไปกินอาหารทะเลแถวบางปู เจ้าถิ่น(น้องแอน)ก็เสนอร้าน ระเบียงทะเล ดูจาก web แล้วเป็นร้านที่ดูดีทีเดียว แต่ถ้าไปตอนเย็นๆบรรยากาศน่าจะดีกว่า แต่เอาน่า ไปกินตอนเที่ยงน่าจะสะดวกกว่า

หลังจากนัดแนะกันที่ร้านตอนเที่ยงเลยละกัน แต่ไหงไปๆมาๆ ดูท่าเหงียนจะไปช้าซักกะหน่อย ขนาดพวกเรา start ออกเดินทางไปถึงที่แวะกลางทางแล้ว เหงียนยังไม่ตื่นเลย พวกเราก็เลยเปลี่ยนแผน ไปเที่ยวฟาร์มจระเข้กันก่อนดีกว่า

วันนี้ อากาศค่อนข้างร้อน ขนาดหลายวันมาเนี่ย ฝนตกตลอดแล้วนะ แต่ก็ไหนๆมาแล้ว เข้าไปเที่ยวดีกว่า ราคาค่าบัตร 60 บาท มากันทั้งหมด 8 คน

ไม่ได้มานานมากแล้ว ฟาร์มจระเข้เนี่ย เหมือนเคยมาตอนเด็กๆ พวกเรามาถึง ก็มาดูจระเข้กันก่อนเลย ดูตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก (เหมือนตุ๊กแก) จนตัวใหญ่เบ้อเริ่ม

จระเข้ที่นี่ เยอะมากๆ (ก็เป็นฟาร์มนี่นา) แต่ละตัว ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น นอนก่ายกันเต็มไปหมด มีนักท่องเที่ยวหลายๆคนให้อาหาร (จำพวกซี่โครงไก่)กับจระเข้ ดูตอนที่พวกมันแย่งกันกินแล้ว...

highlight ของที่นี่ก็คงจะเป็นการเดินไปบนสะพานไม้ ข้างล่างมีจระเข้เต็มไปหมด มี certificated ด้วยว่า ที่นี่มีจระเข้ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ด้วย

พวกเราอยู่ที่นี่ได้สักพัก ไม่ได้ดูการแสดงอย่างอื่นอีก ทั้งๆที่มีอีกหลายอย่าง เพราะแต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว หลังจากที่เจอแอนรออยู่ข้างนอก พวกเราก็ไปยังจุดมุ่งหมายของวันนี้ --> ระเบียงทะเล

ร้านนี้อยู่ตรง ไปถึงก็เจอเหงียนกับติรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้พวกเราทั้งหมด 14 ชีวิตนั่งโต๊ะยาวอยู่ชั้น 2 ใกล้ระเบียงกันเลยทีเดียว

อาหารร้านนี้ lunar ว่าก็ธรรมดานะ ไม่ได้อร่อยมาก ราคาค่อนข้างแพง แต่แต่งร้านดูค่อนข้างหรู ห้องน้ำก็ใหญ่โต คือแต่ละห้องมีพื้นที่บริเวณกว้าง เข้าไปนั่งนอนได้เลย ก็ถือว่ามากินเอาบรรยากาศละกัน

ทริปต่อไปของพวกเรา ก็เพิ่งจะมาโหวตว่าจะไปไหนกันดี สรุปว่า ไปเมืองโบราณละกัน น้องๆหลายคนยังไม่เคยมา แต่สำหรับ lunar ไปมาแล้ว 2 รอบ

วันนี้มาเที่ยว ก็จะได้บรรยากาศสงกรานต์ สาดน้ำกันซะสนุกสนาน ที่เมืองโบราณนี่ต้องมาเที่ยว 1 วันเต็มๆถึงจะครบถ้วน แต่วันนี้ที่ไป คงได้แวะไม่กี่ที่ เน้นเอา highlight ก็มีตลาดโบราณ คุ้มขุนแผน พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท แล้วก็ตลาดน้ำ

ที่สุดท้าย ว่าจะไปบางปูดูนกซะหน่อย ไหนๆก็มาแล้ว วันนี้ บางปูคนแน่น รถเยอะมาก ไม่มีที่จอดรถ ต้องวนไป 1 รอบ สุดท้ายก็ต้องมาจอดข้างนอกอยู่ แต่ก็ยังดีที่นกนางแอ่นเยอะ

lunar ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปนกอ่ะค่ะ ถ่ายมาหลายครั้ง ก็ไม่ค่อยได้เห็นตัวนก เจ้าเบียร์ยืมกล้องไปถ่าย ก็เอาไปเลย เต็มที่เลยน้อง

หนุ่มๆแอบหนีไปเต๊ะตระกร้อกัน ท่าทางจะสนุก ไม่ยอมกลับแหะ เกือบทุ่มแล้ว นึกว่าจะกลับ ที่ไหนได้ ไปต่อข้าวต้มมื้อเย็น ได้ยินหลายๆคนบอกว่าไม่หิว

ข้าวต้มร้านสมพงษ์ อือม เห็นสั่งกันมาซะ นี่ขนาดไม่หิวนะเนี่ย อือม.. วันนี้ lunar กินเกินโควต้าซะแล้ว พรุ่งนี้ก็จะไปกินกับครอบครัวอีก หยุดหลายวันก็จะน้ำหนักขึ้นทุกที แล้วแผนการณ์ลดความอ้วนเนี่ยจะสำเร็จมั๊ยน้อ

Thursday, April 12, 2007

สงกรานต์@true tower : หนาวสั่น

วันนี้ทำงานวันสุดท้ายก่อนหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 4 วัน

เมื่อวาน มีการรดน้ำดำหัวคุณประสงค์ ปีนี้กลับมาจัดที่ชั้น 22 ทุกปีก็จะไม่มีไรมาก หลังจากรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่แล้ว ต่างคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำงาน

แต่ปีนี้นะซิ เจ้าปิ๋วกับนุช ท่าทางอยากกลับเป็นเด็กอีกครั้ง 2 คนนี้เป็นคนเริ่มเปิดศึก เที่ยวได้ไปสาดน้ำชาวบ้านไปทั่ว ทุกคนโดนกันทั่วถ้วนหน้า lunar เองก็โดนไปเยอะ ยิ่งตอนช่วงเย็นๆด้วยแล้ว เหมือนแต่ละคนเริ่มไม่ไว้ใจกัน ระวังหลังกันทั่วถ้วนหน้า

เจ้าเอ๋เองก็เอาแต่ทำงาน ไม่ยอมมาเล่น lunar ก็เลยสาดมันไปสักที สองที สรุปว่า ตอนเย็นกลับบ้านด้วยความหนาวสั่น ยิ่งอยู่ในห้องแอร์ด้วยแล้ว แถมปีนี้เนี่ย ฝนตกเกือบทุกวัน

แต่พอมาวันนี้ เช้ามา เอ๋มาพร้อมกับเสื้อลายดอก บอกว่าวันนี้พร้อมจะเล่นสงกรานต์แล้ว แต่ช่วงเช้าเนี่ยซิ surprise สุดๆ น้องๆนำทีมโดยแอน เอาน้ำใส่ขันโรยด้วยดอกมะลิ มารดน้ำดำหัวให้ lunar ทำเอาเรารู้สึกแก่ไปอีก 20 ปีทีเดียว

พอตอนบ่าย จริงๆเริ่มตั้งแต่กินข้าวเที่ยงกันแล้ว ก็เริ่มเล่นน้ำพอเป็นพิธี แต่ตอนก่อนกลับเนี่ยซิ เหมือนจะมีสงครามเกิดขึ้นอีกระลอก

เหมือนกับว่า พอคนหนึ่งเริ่ม คนที่เหลือก็ตามเป็นทิวแถว ตอนแรกก็เหมือนกับจะมีพวกเราไม่ทำร้ายกัน แต่ตอนหลังเนี่ยซิ แม้แต่พวกเดียวกันเอง ก็เริ่มระแวะละ

เจ้าเอ๋เนี่ยซิ น่าเกลียดสุดๆ ไปกอด notebook คุณนพพร บอกว่า "อย่าเข้ามานะ เรามีตัวประกัน" ในขณะที่ตัวมันเอง ก็เที่ยวฉีดน้ำคนอื่นไปทั่ว สุดท้ายก็เจอพวกเราแทคทีม จัดการมันซะ เปียกไปทั้งตัว

lunar เองก็โดน เหมือนกับว่า พอมีใครสักคนพูดว่า จัดการคนนั้นกัน แต่ละคนก็จะกรูกันเข้าไปจัดการซะงั้น

หนุกหนานกันใหญ่ สงสารก็แต่ป้าเนี่ยแหละ 2-3 วันนี้คงต้องเช็ดพื้น ถูพื้นวันละหลายรอบ

สงกรานต์ปีนี้ เหมือนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง

Saturday, April 07, 2007

สวนสราญรมย์ : ขอบคุณถ้าฟ้าฝนจะเป็นใจ

หยุดหลายวัน ตั้งแต่วันพฤหัส ไปเชงเม้งที่สระบุรี เมื่อวานวันจักรี วันนี้ก็เบื่อๆ ออกไปเดินเที่ยวดีกว่า

ตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะไปเที่ยวสวนสราญรมย์ ดีหรือเปล่า เพราะได้ยินประชาสัมพันธ์มาได้ช่วงหนึ่งแล้วว่า ที่นี่จะมีการจัดงานแบบ วัฒนธรรมไทย 4 ภาค จะจัดไปจนถึงช่วงสงกรานต์ สุดท้ายก็ตัดสินใจไป

เดินทางไปจนถึงอนุสาวรีย์ ฝนก็ทำท่าว่าจะตกซะแล้ว นั่งรถไปหาข้าวกินแถวมาบุญครองละกัน

ไปถึงมาบุญครอง ฝนตกหนัก โอ้.. lunar เปียกไปทั้งตัว

หลังจากจัดการกับ อิจิบังราเมน กับ เซเวนเซ่น 69 Mango แล้วก็ไปยัง สวนสราญรมย์

แต่เนื่องจาก lunar ยังไม่รู้จักว่าอยู่ตรงไหน ทำให้ต้องเดินเกือบรอบพระบรมมหาราชวัง อือม..ที่แท้ตรงนี้นี่เองที่เรียกสวนสราญรมย์ (เลยสนามหลวงไป ข้างๆพระบรมมหาราชวัง)

วันนี้ก็มีการจัดแสดงงานอย่างที่ประชาสัมพันธ์กัน แต่คนยังน้อยๆอยู่ คาดว่าคนจะทยอยมากันตอนเย็นๆ จะมีจัดเป็นซุ้มๆ สาธิตศิลปะต่างๆ อย่าง การทำขนม, วาดภาพ แล้วก็มีการแสดงดนตรีไทยๆ

lunar ถ่ายรูปบ้านทรงไทย 5 ภูมิภาค น่าจะเป็น highlight ของงานนี้
วันนี้เหงาๆ อาจจะด้วยบรรยากาศมันอึมครึม lunar ใช้เวลาที่นี่ไม่นานนัก

ขากลับ เหมือนแข่งกับฝนตก ว่า lunar จะกลับถึงบ้านก่อนหรือไม่ ปรากฏว่าเฉียดฉิว เปียกเล็กน้อย ก่อนเข้าบ้าน ก็ยังถือว่าฟ้าฝนยังเห็นใจอ่ะค่ะ
ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง

Wednesday, April 04, 2007

เต่าน้อยคอยรัก

เจ้าเต่าน้อยตัวนี้มาอยู่ที่บ้าน lunar ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ อีกไม่กี่วัน มันจะได้กลับบ้านแล้วอ่ะ

lunar ไม่ใช่เจ้าของเจ้าเต่าตัวนี้หรอก เต่าตัวนี้เป็นของเอ๋ มาฝากเลี้ยงไว้ก่อนไปญี่ปุ่น ตอนไปซื้อที่ jj ด้วยกันก็บอกแล้วนะ ว่าไว้กลับจากญี่ปุ่นค่อยซื้อไม่ดีกว่าเหรอ แต่เจ้าตัวอยากเลี้ยงนักเลี้ยงหนา ก่อนไปก็เอามาไว้ที่ office กะให้น้องๆเพื่อนๆช่วยกันเลี้ยง

ตอนซื้อมาก็มี 2 ตัว พวกเราช่วยกันตั้งชื่อว่า เจ้ารักเร่ กับ ยากูซ่า ดูจากลักษณะท่าทางของแต่ละตัว เจ้ารักเร่เนี่ย ขี้อาย ดูเงียบๆ ส่วนเจ้ายากูซ่าเนี่ย ก็ซ่าสุดๆ เดินไปเดินมา

แต่ไม่รู้ว่าเจ้ารักเร่จะเกิดอาการน้อยใจไรหรือเปล่า ที่เจ้านายดอดไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เลยชิงบ๊ายบายลาโลกไปซะก่อน เรื่องนี้มีคนสันนิษฐานไปต่างๆนานา อาทิเช่น เลี้ยงในห้องแอร์ (น้ำเย็นมากๆๆ เหมือนน้ำในตู้เย็น) , เปลี่ยนน้ำบ่อยเกินไป etc.

lunar สงสารเจ้ายากูซ่า กลัวว่าจะตามเจ้ารักเร่ไป ก็เลยเอากลับมาเลี้ยงที่บ้านดีกว่า มีเนื้อที่เยอะๆหน่อย มีคนดูแล ไม่งั้นเสาร์ อาทิตย์ลำบากแย่ ต้องอดอาหารอยู่บ่อยๆ

แรกๆมาอยู่ก็ เหนียมอาย ไม่ค่อยซ่า คงยังใหม่อยู่ ให้อาหารเต่าไป เม็ด สองเม็ด ก็ไม่ค่อยยอมกิน ต้องปล่อยให้อาหารยุ่ย น้ำเสียไปซะอีกเนี่ย

แต่พอเริ่มปรับสภาพได้ คราวนี้ละก็ กินๆๆๆ อึๆๆๆๆๆ lunar นอกจากให้อาหารเม็ดแล้ว ก็ยังให้ผักบุ้งเป็นอาหารเสริม ใบบัวไว้เผื่อเคี้ยวเล่นๆ

แต่ดูเหมือนเจ้ายากูซ่าจะ enjoy eating เดี๋ยวนี้มื้อหนึ่งๆ ให้ไป 4-5 เม็ดก็ไม่พอ ใส่อาหารไปปุ๊บ กินอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนมันจะไม่เคี้ยวเลยด้วยซ้ำ กลืนอย่างเดียว

ผลจากการมาอยู่เกือบ 2 เดือน ปรากฎว่า จากเต่าน้อยสีเขียว ร่างกายมันก็เริ่มเปลี่ยนแปลง ตัวอ้วนจัง สีก็ออกเขียวเหลือง แถมกินเก่ง เจออาหารรีบวิ่งเข้าใส่

นอกจากนี้มันชอบเล่นซ่อนแอบ เวลาไม่มีคนมา มันก็มักออกมายืนรับลม บนเศษอิฐ เวลามีคนเดินมา มันก็รีบกระโดดตุ๋มลงน้ำหลบอยู่ใต้ใบบัวทันที

อ่ะนะ เจ้ายากูซ่า summer ของเจ้ากำลังหมดแล้ว เตรียมกลับไปหาพ่อได้แล้ว เดี๋ยวจะบอกพ่อของเจ้าให้หาเพื่อนให้แทนเจ้ารักเร่ จะได้ไม่เหงา

Sunday, April 01, 2007

3 years : Telecomasia --> True

วันนี้นอกจากจะเป็นวัน April Fool Day (เมษาหน้าโง่) แล้ว วันนี้ยังเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการเปลี่ยนชื่อจาก Telecomasia เป็น true

ครั้งแรกที่ได้ยินว่า บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น true ก็ยังงงว่า คิดชื่อได้ไง ส่วนใหญ่แล้วชื่อบริษัทมักจะเป็นคำนาม บ่งบอกลักษณะธุรกิจ หรือไม่ก็เป็นชื่อเจ้าของบริษัท แต่นี่คำนี้เป็น adj. ไม่น่าจะนำมาตั้งชื่อบริษัทได้

แต่ก็มารู้ภายหลังว่า ด้วยความที่เป็น adj. เนี่ยแหละ จึงสามารถนำไปผสมกับคำอื่นให้มีความหมายที่ดีได้

ที่เห็นๆเลยก็คือการเปลี่ยนชื่อบริษัทในเครือหลายบริษัทหรือการตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ๆ ก็จะมีคำว่า true นำหน้าเช่น

Orange --> True Move
UBC --> True Vision
True Money
True Touch
True Coffee

ก็ต้องรอดูกันต่อไป อนาคตของ true (ส่วนหนึ่งอนาคตของเรา) จะขยับขยายเคลื่อนต่อไปอย่างไร